ข่าว

ธปท.เปิด11ศูนย์ฯรองรับเบิกเงินสดย้ำเอทีเอ็มใช้ได้

ธปท.เปิด11ศูนย์ฯรองรับเบิกเงินสดย้ำเอทีเอ็มใช้ได้

20 พ.ค. 2553

แบงก์ชาติ เปิดศูนย์จัดการธนบัตรทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ รองรับสถาบันการเงินเบิกถอนเงินสดใส่ตู้เอทีเอ็ม พร้อมปัดข่าวลือตัดระบบสัญญาณตู้เอทีเอ็ม ยืนยันยังให้บริการปกติ ย้ำเงินสดในระบบเพียงพอความต้องการ ไม่จำเป็นต้นกักตุน ขณะที่ ธปท.ได้สำรองธนบัตรไว้ล่วงหน้า 2

นายฉิม ตันติยาสวัสดิกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายระบบข้อสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า แม้ ธปท. จะประกาศให้วันที่ 20-21 เป็นวันหยุดพิเศษของสถาบันการเงินทั่วประเทศ แต่ในส่วนของ ธปท. ยังคงเปิดให้บริการในส่วนของศูนย์จัดการธนบัตรทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับสถาบันการเงินทุกแห่งที่ต้องการเบิกเงินสดเพื่อนำไปใส่ในเครื่องกดเงินอัตโนมัติ(เอทีเอ็ม) ได้โดยไม่จำกัดจำนวน ดังนั้น ธปท.จึงยืนยันว่าตู้เอทีเอ็มมีเงินสดเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน

“ระบบทุกอย่างยังให้บริการเป็นปกติ จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล และไม่มีความจำเป็นต้องกักตุนเงินสดแต่อย่างใด แต่สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็สามารถสำรองไว้ได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวตู้เอทีเอ็มอาจไม่สามารถให้บริการได้ แต่ยืนยันว่าเราไม่มีมาตรการตัดระบบเอทีเอ็มตามที่เป็นข่าวลือแต่อย่างใด และบัตรเครดิตก็ยังคงใช้ได้ตามปกติ”นายฉิมกล่าว

นายสรสิทธิ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ยืนยันว่าปริมาณเงินในระบบมีเพียงพอกับความต้องการแน่นอน และตู้เอทีเอ็ม ยังคงให้บริการตามปกติ ซึ่งไม่มีการตัดระบบให้บริการตามที่เป็นข่าวลือแต่อย่างใด ยกเว้นแต่เป็นตู้เอทีเอ็มที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงซึ่งรถเติมเงินไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงขอแนะนำให้ประชาชนหันไปใช้บริการตู้เอทีเอ็มในพื้นที่อื่นที่ใกล้เคียงแทน

“เงินในระบบมีเพียงพอกับความต้องการอย่างแน่นอน เพราะสถาพคล่องของแบงก์มีจำนวนมาก และตู้เอทีเอ็มก็ให้บริการตามปกติ ยกเว้นแต่เป็นตู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งไม่สามารถเข้าไปเติมเงินได้”นายสรสิทธิกล่าว

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสถาบันการเงินที่ถูกไฟไหม้และตู้เอทีเอ็มที่ถูกงัดแงะทำลายนั้น ธปท.ยังไม่ได้รับรายงานตัวเลขความเสียหายที่ชัดเจน ซึ่งในวันจันทร์นี้คงจะมีการรายงานเข้ามา อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเชื่อว่าผลกระทบคงไม่มากนัก เพราะสถาบันการเงินเหล่านี้ก็มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และส่วนใหญ่ก็มีการทำประกันภัยไว้ เพียงแต่คงต้องดูว่าประกันภัยที่ทำครอบคลุมในส่วนนี้หรือไม่ ขณะที่ตู้เอทีเอ็มเองแม้จะมีการถูกงัดแงะแต่หลายแห่งไม่สามารถนำเงินออกไปได้

นายสรสิทธิ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของสถาบันการเงินที่มีสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้านั้น วันเสาร์-อาทิตย์นี้ สามารถเปิดดำเนินงานได้ตามปกติ แต่หากเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่ดีก็ใช้ดุลพินิจในการหยุดทำการชั่วคราวได้ ส่วนแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินนั้น เชื่อว่าจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปสถาบันการเงินส่วนใหญ่คงผ่อนคลายเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อกันมากขึ้น ซึ่ง ธปท. เองก็มองว่าเป็นเรื่องดี แต่ทั้งนี้ก็ควรต้องอยู่ในมาตรฐานที่ตั้งเอาไว้

นางจิตติมา ดุริยะประพันธ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร ธปท. กล่าวว่า การสำรองธนบัตรของ ธปท. ยังคงเป็นไปตามปกติ โดยมีการสำรองล่วงหน้าไว้ประมาณ 2-4 เดือน ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในช่วงหยุดยาวอันเนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวายอย่างแน่นอน

สำหรับตัวเลขการเบิกจ่ายธนบัตรตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 16 พฤษภาคมนั้น ถือว่าเป็นไปตามปกติ โดยมียอดการเบิกจ่ายรวมทั้งสิ้น 7.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

"แบงก์พาณิชย์" ในห้างฯสามารถเปิดให้บริการได้เสาร์-อาทิตย์นี้

 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่าภายหลังจากการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงกรณีเปิดสาขาธนาคารพาณิชย์ในห้างสรรพสินค้าช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ โดยเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า หากธนาคารพาณิชย์ใดพร้อมและไม่ได้รับผลกระทบ ให้สามารถพิจารณาเปิดให้บริการได้ ส่วนสาขาของธนาคารที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุม คงต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้งก่อน ขณะที่ตู้ ATM ยังใช้ได้ปกติ แต่อาจต้องรอธนาคารเข้าไปใส่เงินบ้าง อย่างไรก็ตาม ในวันนี้สาขาของธนาคารในห้างคงจะเปิดน้อยลง เพราะหลายห้างปิดให้บริการและประชาชนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังในสถานการณ์   

รถไฟฟ้าบีทีเอสหยุดให้บริการวันศุกร์ที่21พ.ค.อีก1วัน

 ดร.อาณัติ อาภาภิรม กรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าหลังจากที่เหตุการณ์ต่างๆ บริเวณแยกราชประสงค์และใกล้เคียงได้คลี่คลายไปมากแล้ว แต่บริษัทฯ ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าพื้นที่ในระบบรถไฟฟ้าเพื่อสำรวจสภาพความเรียบร้อยบนสถานีรถไฟฟ้าและทางวิ่งรถไฟฟ้าซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่การชุมนุม ทั้งนี้เพื่อให้มีความปลอดภัยและเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการ อีกทั้งยังมีประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในยามวิกาล บริษัทฯ จึงได้มีการหารือร่วมกันกับกรุงเทพมหานคร เห็นสมควรหยุดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ต่อเนื่องอีก 1 วัน คือ วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 06.00 - 24.00 น. ในทุกสถานี ทั้งสายสุขุมวิท และ สายสีลม

 สำหรับการเดินรถในวันเสาร์ บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบโดยเร็ว หรือสอบถามได้ที่ศูนย์ฮอตไลน์บีทีเอส โทร. 0 2617 6000 และ 0 2617 7300 ต่อ 1834 - 1844 หรือ www.bts.co.th <http://www.bts.co.th/> และ <http://twitter.com/BTS_SkyTrain>