
กรณ์เร่งดันแผนเยียวยาประเทศไทยระยะสั้นเข้าครม.
ขุนคลังเร่งสรุปมาตรการเยียวยาระสั้นเข้าครม.ทั้งมาตรการภาษีและเงินสดจ่ายตรง ระบุเตรียมงบหลายพันล.ฟื้นฟูทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ เผยผลกระทบจีดีพีทะลุ 0.5% ไปแล้ว พร้อมเล็งนำแผนโรดแม็ปนายกแก้ไขโครงสร้างศก.ไทย ลดความเหลื่อมล้ำ ต้นตอปัญหาทั้งหมด
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังจากเกิดความวุ่นวายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทยว่า แนวทางแก้ไขปัญหาระยะสั้น ประกอบด้วย 1.มาตรการทางภาษีเพื่อลดภาระแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป และ 2.การใช้เงินสดเพื่อจ่ายตรงแก่ประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมาตรการทั้งหมดนี้จะหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อสรุปและเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็วที่สุด
“มาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะใช้เม็ดเงินจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าหลายพันล้านบาท เพื่อใช้ในการฟื้นฟูความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งขณะนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ขยายวงกว้างไปมากว่าบริเวณราชประสงค์” นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวว่า มาตรการที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางด้านการท่องเที่ยวและบริการคงจะไม่เพียงพอ เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นขยายวงกว้างจนกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่า 0.5% ของผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ (จีดีพี)
ดังนั้นมาตรการใหม่จะต้องครอบคลุมไปทุกภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประชาชนที่ตกงานหรือมีรายได้ลดลงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายกรณ์ กล่าวว่า หากในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค.53 สถานการณ์ทางการเมืองสงบเรียบร้อย รถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและลอยฟ้าเปิดให้บริการตามปกติ และไม่มีปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้นอีก ก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจมีความง่ายมากขึ้นโดยกระทรวงการคลังจะนำแผนปรองดองหรือโรดแม็พของนายกรัฐมนตรีมาดำเนินการแก้ไขโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งถือเป็นมาตรการะยะยาวที่จะเยียวยาประเทศไทยสำหรับแผนลดความเหลื่อมล้ำดังกล่าว ถือเป็นการปูพื้นฐานให้กับเศรษฐกิจและสังคม
โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้วางแผนซึ่งจะเน้นการแก้ไขปัญหาเกือบทุกด้าน ทั้งด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้สำเร็จโดยยอมรับว่าปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นในเวลานี้มาความเหลื่อมล้ำที่มีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน กระทรวงการคลังจึงต้องผลักดันกฎหมายที่ลดความเหลื่อมล้ำ เช่น พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำลงมาได้
“เมื่อวานนี้(19พ.ค.) เพื่อนชาวต่างชาติ โทรศัพท์มาพูดคุยว่ารัฐบาลชนะแล้วใช้ไหม ผมตอบว่าไม่ใช่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมีความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ และคงไม่มีใครชนะ แต่หากต้องการชนะในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือการให้ทุกอย่างกลับคือสู่ความปกติถึงจะเรียกว่าเป็นชัยชนะ”นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวว่า จากนี้ไปการเดินหน้าแก้ไขปัญหาทั้งหมดจะต้องมีสัญญาประชาคมที่เกิดจากการหารือร่วมกันทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน นักการเมือง และประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไม่เกิดสะดุดขึ้นมาอีก เพราะหากการเมืองไม่สงบเศรษฐกิจก็เดินหน้าต่อไปได้ลำบาก เนื่องจาก ทุกฝ่ายจะขาดความเชื่อมั่นของมาตรการต่างๆ ที่ออกไปและเมื่อมีปัญหาการเมืองเกิดขึ้นอีกก็จะไม่มีข้อยุติ
นอกจากนี้ ในวันที่ 20 พ.ค.ตนจะเดินทางไปร่วมสัมมนาระดับภูมิภาคเอเชียที่ประเทศญี่ปุ่น ตามคำเชิญของตลาดหุ้นนิเคอิ ซึ่งเดิมนายกรัฐมนตรีต้องไปกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมือง แต่เนื่องจากปัญหาภายในประเทศยังคงมีความวุ่นวายอยู่ จึงมอบหมายให้ตนเป็นผู้ไปกล่าวแทนโดยตนจะกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อแนวทางประชาธิปไตยของเมืองไทยให้นักลงทุนต่างชาติรับทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะปัจจุบันประเทศต่างๆ ในเอเชียก็มีการปกครองหลากหลายรูปแบบทั้งประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ ระบบคอมมิวนิสต์ ไปจนถึงกึ่งประชาธิปไตย แต่ก็สามารถพัฒนาระบบเศรษฐกิจของตัวเองไปได้ ขณะที่ไทยเองก็มีประชาธิปไตยเป็นของตนเองทำให้แต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน นอกจากนี้จะกล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันให้นักลงทุนต่างชาติรับทราบว่ายังมีเสถียรภาพที่ดี



