ข่าว

ยูเอ็น-ยุโรปฯวิตกต่อสถานการณ์ในไทย

ยูเอ็น-ยุโรปฯวิตกต่อสถานการณ์ในไทย

20 พ.ค. 2553

เลขาธิการสหประชาชาติ -- สหภาพยุโรป แสดงความวิตกต่อสถานการณ์ในประเทศไทย

(20พ.ค.) นายมาร์ติน เนซีร์กี้ โฆษกของนายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้แสดงความวิตกอย่างลึกซึ้งต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่ผันผวนในประเทศไทย ที่รวมทั้งการวางเพลิงและการปล้นสะดมภ์ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปหลายคน และนายบันยังคงเรียกร้องให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ประท้วง ใช้ทุกมาตรการเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตมากไปกว่านี้และจัดการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี

 การแสดงความวิตกของเลขาธิการสหประชาชาติ ได้มีขึ้นหลังผู้ประท้วงที่เดือดดาล พากันออกอาละวาด วางเพลิงและปล้นสะดมภ์ในหลายพื้นที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากทหารบุกเข้าสลายการชุมนุมใจกลางกรุงเทพฯ ทำให้รัฐบาลต้องประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ 1 ใน 3 ของประเทศ เมื่อคืนที่ผ่านมา

 ด้านสหภาพยุโรปหรือEUได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาปรองดองกัน และแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของผู้สื่อข่าวชาวอิตาลี โดยระบุว่า ประเทศไทย ได้เข้าสู่ช่วงเวลาที่การประนีประนอมไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกอีกต่อไปแล้ว แต่แนวทางที่ต้องนำมาปฏิบัติใช้ โดยนายเจอร์ซี่บูเซ็ค ประธานรัฐสภาอียู ได้กล่าวภายหลังคนเสื้อแดงออกปล้นสะดมภ์ และจุดไฟเผาอาคารหลายแห่งในกรุงเทพฯ หลังการสลายการชุมนุมว่า มีการหลั่งเลือดไปมากมายตามถนนในกรุงเทพฯ ซึ่งเขาหวังว่า การเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรง ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับผู้ประท้วง
จะยุติลงได้ในที่สุด พร้อมกับแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น รวมทั้งนายฟาบิโอ โปเลนกี ผู้สื่อข่าวชาวอิตาลีด้วย

 นายบูเซ็คท กล่าวว่า เขารู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของผู้สื่อข่าวชาวอิตาลี ซึ่งเรื่องนี้ได้เป็นสิ่งเตือนใจถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับตัวแทนของวงการสื่อทั่วโลก ด้านนางแคทเธอรีน แอชตัน ประธานฝ่ายกิจการต่างประเทศของอียู ได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่าย
ใช้เหตุผลและอดกลั้นด้วยกันทั้งสองฝ่าย รัฐบาลมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ก็มีหน้าที่ต้องให้ความเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังอย่างไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประท้วงเองก็ต้องอดกลั้นไม่ออกไปก่อความรุนแรงด้วย