ข่าว

บทเรียนแพงเกินชดใช้ได้

บทเรียนแพงเกินชดใช้ได้

20 พ.ค. 2553

ปฏิบัติการของกองกำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มกบฏแดงก่อการร้าย นปช. ในวันพุธประสบความยากลำบาก ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ก่อนที่แกนนำหลัก 5 คนจะยอมมอบตัวเพื่อเลี่ยงการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการสู้รบ โดยไม่ยอมสู้ตายให้มวลชนได้ประจักษ์ตามคำพูดปลุกระดมกว่า 2 เ

ยังเหลือแกนนำคนอื่นๆ ซึ่งยังหลบหนีการจับกุม แต่คาดว่าจะหลบได้ไม่นาน เพราะเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดตามตัวเพื่อดำเนินคดี หลังจากประกอบอาชญากรรมร้ายแรง สร้างความเสียหายมากมายต่อประเทศ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย

 การชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ ชื่อเสียงของประเทศ และความยากลำบากของประชาชนเกือบทั่วประเทศ นอกเหนือจากการบาดเจ็บล้มตายของทหาร และผู้เข้าร่วมชุมนุม ซึ่งตกเป็นเหยื่อกระสุนของผู้ก่อการร้ายติดอาวุธปนอยู่กับผู้ชุมนุม โดยที่วิกฤติครั้งใหญ่หลวงนี้สืบเนื่องมาจากต้นตอคือ “ทักษิณ ชินวัตร” และเครือข่าย ซึ่งเผชิญกับการถูกระงับธุรกรรมทางการเงิน จากนี้ไปเจ้าหน้าที่ทหารยังต้องกวาดล้างพวกที่ยังต่อต้าน เพราะกลุ่มนี้ได้รับคำสั่งจากผู้บงการในต่างประเทศ ซึ่งอพยพไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าล้อมปราบกบฏก่อการร้าย เพื่อเลี่ยงการถูกสอบสวนว่าสนับสนุนการก่อความไม่สงบ

 วิกฤติจากการก่อการร้ายเป็นบทเรียนสำคัญ ราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำสำนวนดำเนินคดีต่อผู้ก่อการ ผู้สนับสนุน สมรู้ร่วมคิดอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้รับโทษสูงสุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะแกนนำชุดนี้กระทำความผิดซ้ำซาก ตั้งแต่สงกรานต์ปีที่ผ่านมา และคดียังไม่ได้รับการพิจารณาในชั้นศาล

 ความร้ายแรงของคดีอาญาของแกนนำและผู้สนับสนุนมีมากมาย นับตั้งแต่กบฏตั้งรัฐไทยใหม่ ก่อการร้าย สะสมอาวุธสงครามร้ายแรง ล้มเจ้า ปลุกระดมมวลชนให้ต่อต้านอำนาจรัฐ ฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ วางเพลิง ทำลายทรัพย์สินราชการ และภาคเอกชน สร้างความหายนะต่อเศรษฐกิจของประเทศและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ในสภาวะฉุกเฉิน ดังนั้น ความร้ายแรงของคดีไม่สมควรให้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว เพื่อไปก่อเหตุปลุกระดมมวลชนอีกต่อไป

 รัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะใช้กลไกกฎหมายจัดการกับพวกกบฏก่อการร้ายอย่างเต็มที่ แม้ภารกิจยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากยังมีกลุ่มต่อต้านอีก แต่การดำเนินคดีต้องเร่งด่วนเพราะโทษของผู้ต้องหานั้นร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต ไม่สมควรจะมีนิรโทษกรรม เพราะขณะที่ประกาศจะเข้ามอบตัวนั้น ก็ไม่ได้แสดงความเสียใจ หรือสำนึกผิดแต่อย่างใด ดังนั้น จึงไม่ควรให้เป็นเยี่ยงอย่าง หลังจากเกิดความเสียหายจนยากที่จะประเมินได้