ข่าว

พ่ายหมดรูปดีกว่าหมดลมหายใจ

พ่ายหมดรูปดีกว่าหมดลมหายใจ

20 พ.ค. 2553

ฉากจบของ "แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) หรือคนเสื้อแดง เรียกว่า "พ่ายหมดรูป" เพราะก่อนหน้าประกาศยอมตายคาเวทีราชประสงค์ แต่เมื่อทหารเอาจริงก็มีแกนนำบางคน "ปลอมตัว" หนีผู้ชุมนุมเอาดื้อๆ

 แต่ก็ถูกทหารจับกุมได้ในที่สุด

 จุดเริ่มต้นการชุมนุมของคนเสื้อแดงเริ่มขึ้นหลังจาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ขึ้นเป็น "นายกรัฐมนตรี" เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2551 และวันที่ 26 มีนาคม มีการจัดการชุมนุมแดงทั้งแผ่นดินสัญจรครั้งที่ 6 ซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อ "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ" (นปก.) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) โดยเริ่มจากการชุมนุมที่ท้องสนามหลวงและเคลื่อนขบวนมาปักหลักชุมนุมอย่างยืดเยื้อบนถนนรอบทำเนียบรัฐบาล

 จนกระทั่งเริ่มดุเดือดในเดือนเมษายน เมื่อวันที่ 7 เมษายน กลุ่มคนเสื้อแดงได้ล้อมรถยนต์ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่พัทยา จ.ชลบุรี โดยนำรถจักรยานยนต์จอดขวางและทุบรถนายกฯ

 วันที่ 8 เมษายน แกนนำคนเสื้อแดงนำโดย "วีระ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และจักรภพ เพ็ญแข" ได้ขึ้นเวทีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออ่านแถลงการณ์ของคนเสื้อแดง โดยตั้งข้อเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี และ "อภิสิทธิ์" ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 จากนั้นคนเสื้อแดงได้ทยอยเดินทางมาชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ และปิดกั้นถนนสำคัญหลายสาย เช่น ถนนรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 9 เมษายน และเวลา 20.22 น. "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ได้วิดีโอลิงก์จากต่างประเทศมายังที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ถือเป็นการประกาศตัวสนับสนุนการชุมนุมอย่างชัดเจนครั้งแรก

 10 เมษายน "คนเสื้อแดง" นำโดย "อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง" ได้ทำลายประตูโรงแรมรอยัล คลีฟ บีช รีสอร์ท ทำให้สถานที่ประชุมสุดยอดอาเซียนล้มเลิกในทันที

 ต่อมา "อริสมันต์" ถูกควบคุมตัว ทำให้แกนนำประกาศบนเวทีว่า "อริสมันต์" ถูกจับกุม และนายกรัฐมนตรีก็ได้ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในวันที่ 12 เมษายน

 "คนเสื้อแดง" ได้บุกเข้าไปภายในกระทรวงมหาดไทย และทุบรถยนต์ของนายกรัฐมนตรี ที่ฝ่าผู้ชุมนุมออกไป และลาก "นิพนธ์ พร้อมพันธุ์" เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกมาจากรถ จากนั้นสถานการณ์ก็บานปลายกลายเป็นจลาจลทั่วกรุงเทพฯ

 ต่อมากำลังทหารและตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตา กระสุนจริงและกระสุนซ้อมเข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกดินแดง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บท่ามกลางข่าวลือว่ากองทัพใช้กระสุนจริงยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

 ขณะที่ผู้ชุมนุมก็ไปปะทะกับชาวบ้าน โดยเฉพาะที่ตลาดนางเลิ้งจนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย นั่นยิ่งทำให้มวลชนในส่วนของเมืองหลวงปฏิเสธคนเสื้อแดง ขณะที่กองทัพก็ปิดล้อมเวทีใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จ ทำให้ วีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดงตัดสินใจยุติการชุมนุม พร้อมกับนำ เหวง โตจิราการ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ มอบตัว ส่วน จตุพร นั้นหายไปแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้

 การชุมนุมยืดเยื้อเป็นเวลานานก็จบลงด้วยการกลับบ้านมือเปล่า ทั้งที่ ทักษิณ กำชับ ย้ำหนักแน่นว่า อย่ากลับบ้านมือเปล่า

 จนกระทั่ง 24 เมษายน พ.ศ.2552 มีการยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 นับเป็นการยุติเหตุการณ์ความไม่สงบของเมษาทมิฬ ในปี 2552

 ทว่า "คนเสื้อแดง" ยังทำกิจกรรมเปิดเวทีปราศรัยตามจังหวัดต่างๆ ทั้งในระดับหมู่บ้าน ตำบล โดย "ทักษิณ" วิดีโอลิงก์มายังเวทีแทบทุกครั้ง

 กระทั่งสุกงอม "แกนนำคนเสื้อแดง" ได้นัดรวมพลครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ เพื่อขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์อีกครั้ง

 การชุมนุมเพื่อแตกหักครั้งนี้เริ่มในวันที่ 12 มีนาคม 2553 โดยตั้งเป้าผู้ชุมนุมไว้ 1 ล้านคน ปักหลักตั้งเวทีที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ มีผู้ร่วมชุมนุม 7-8 หมื่นคน ถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วก็ตาม

 นั่นอาจเพราะแก้วสามประการ "คน พรรค และกองกำลัง" ได้มารวมกัน โดยมี ทักษิณ เป็นแม่เหล็กตัวใหญ่

 เริ่มจากเรียกร้องประชาธิปไตย ก็ค่อยๆ กลายเป็นเรื่องสองมาตรฐาน การกดขี่ และกลายเป็น ไพร่-อำมาตย์

 จากผ่านฟ้าฯ ย้ายมาสี่แยกราชประสงค์ ใจกลางเมือง และใจกลางธุรกิจ และการเคลื่อนไหวเพื่อยึดที่นั่นที่นี่ของคนเสื้อแดงทำให้รัฐบาลไม่อาจนิ่งเฉย เริ่มทำการตัดสัญญาณสถานีโทรทัศน์พีทีวี ของเสื้อแดง นั่นคือปฐมบทของการปะทะ

 เพราะแม้จะย้ายเวทีมาราชประสงค์ แต่เวทีสะพานผ่านฟ้าฯ ก็ไม่ได้ยุบ ดังนั้นการขอคืนพื้นที่จึงเกิดขึ้น และกลายเป็นการปะทะกันระหว่างกองทัพกับกองกำลังติดอาวุธจนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 คน บาดเจ็บอีกเกือบ 1,000 คน

 เสื้อหลากสีก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหวตรงกันข้ามกับคนเสื้อแดง และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 ขณะที่เสื้อแดงก็ตัดสินใจยุบเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ เหลือเพียงเวทีเดียวที่สี่แยกราชประสงค์

 ในที่สุดรัฐบาลได้ประกาศขอกระชับพื้นที่และตั้งด่านตรวจที่ราชประสงค์ และเกิดเหตุการณ์ปะทะกันมีผู้เสียชีวิตกว่า 20 คน บาดเจ็บกว่า 200 คน

 วันที่ 13 พฤษภาคม เกิดเหตุลอบสังหาร "เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

 ในที่สุด เวลา 03.30 น. วันที่ 19 พฤษภาคม รัฐบาลโดย "ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน" (ศอฉ.) ได้ให้ทหารเข้ากระชับพื้นที่โดยใช้รถหุ้มเกราะ

 ทำให้ "แกนนำคนเสื้อแดง" ประกาศยุติการชุมนุมบนเวทีปราศรัยท่ามกลางเสียงโห่ร้องของผู้ชุมนุมที่ไม่พอใจการตัดสินใจของแกนนำ แม้จะได้รับคำอธิบายว่าเพื่อรักษาชีวิต นั่นจึงเป็นที่มาของการเผาบ้านเผาเมืองครั้งใหญ่

 การประกาศยุติการชุมนุมของ "แกนนำคนเสื้อแดง" ครั้งนี้ จึงกลายเป็นการรักษาเสียชีวิตของแกนนำ แม้จะต้องถูกตราหน้าว่า พ่ายแพ้อย่างหมดรูปเป็นครั้งที่ 2 แต่ก็ยังดีกว่าการที่ไม่สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้

 สมถวิล เทพสวัสดิ์