ข่าว

DSIแจงวางเพลิงโทษประหารยันยิงสกัดปล้นเผาตึก

DSIแจงวางเพลิงโทษประหารยันยิงสกัดปล้นเผาตึก

19 พ.ค. 2553

เมื่อเวลา 22.20 น. วันที่ 19 พ.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งร่วมกันก่อเหตุร้ายด้วยการวางเพลิงเผาทรัพย์ใน สถานที่ราชการ และของประชาชนทั่วไป ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ความไม่สงบ

อันเป็นการซ้ำเติมความรุนแรงมากขึ้น ทางดีเอสไอ ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบสืบสวนสอบสวน ขอเรียนให้ผู้กระทำความผิดได้ทราบว่า การกระทำความผิดไม่ว่า จะเป็นการวางเพลิงเผาทรัพย์ สถานที่ราชการ หรือเอกชน หรือความผิดฐานก่อการร้ายก็ตาม มีโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต และการกระทำทั้งสองฐานความผิดมีการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ จึงขอเตือนผู้ที่กำลังคิดที่จะกระทำความผิด ให้หยุดการกระทำ เพราะจะมีโทษอย่างรุนแรง โดยหากเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ซึ่งกำลังรักษาความสงบ และแก้ไขสถานการณ์พบการกระทำดังกล่าว มีความจำเป็นที่จะต้องใช้อาวุธปืนเพื่อที่จะยิงสกัดกั้น และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายเป็นการซ้ำเติมบ้านเมืองยิ่งขึ้นไป จึงขอเตือนผู้ที่คิดจะกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องหยุดการกระทำทั้งหมด

 “ขอเตือนและขอให้ผู้ที่คิดจะกระทำสิ่งที่ไม่ ถูกต้องดังกล่าวได้หยุดยั้ง และได้เตือนญาติสนิท พี่น้อง แม้ท่านจะไปร่วมการชุมนุมซึ่งวันนี้ได้เกิดขึ้นในหลายจังหวัดในบริเวณศาลา กลางต่างๆ มีการชุมนุมล้อม แล้วร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์สถานที่ราชการ ก็เป็นความผิดร่วมกันทั้งสิ้น เพราะท่านได้เข้าร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ร่วมกีดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดับเพลิง การกระทำจึงไม่ใช่เพียงการชุมนุมโดยไม่ถูกต้องเท่านั้น แต่เป็นความผิดฐานร่วมกันหรือสนับสนุนการวางเพลิงเผาทรัพย์ ซึ่งต้องรับโทษ สถานหนัก”นายธาริต กล่าว

 ด้านพ.ต.อ.ทรงพล วัฒนชัย รองผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจ นครบาล หรือ บชน. และรองโฆษก บชน. กล่าวถึงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือศอฉ. ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้กำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. ให้ระดมกำลังที่มีอยู่ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในการป้องกันเหตุร้าย ในการที่จะป้องกันการก่อวินาศกรรม หรือการทำลายทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นของทางราชการ หรือทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป อีกทั้งในการป้องกันชีวิตของประชาชน โดยใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด

 ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทาง สตช.มีหน้าที่ในการนำมวลชนที่มีความประสงค์ในการเดิน ทางกลับบ้าน หรือกลับภูมิลำเนา โดยได้เตรียมรถไว้บริการที่ สตช. ซึ่งขณะนี้ทาง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังวางมาตรการ และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีการเรียกประชุมตำรวจนครบาล 1-9 เพื่อ กำชับการปฏิบัติดูแลและป้องกันทรัพย์สินของประชาชนอย่างดีที่สุด