ข่าว

ศอฉ.ประกาศเคอร์ฟิวคุมพื้นที่24จังหวัด

ศอฉ.ประกาศเคอร์ฟิวคุมพื้นที่24จังหวัด

19 พ.ค. 2553

มาร์คแจงจำเป็นประกาศเคอร์ฟิววอนประชาชนเป็นหูเป็นตากับเจ้าหน้าที่เพื่อนำความสงบและดำเนินการพื้นฟูประเทศต่อไป อธิบดีดีเอสไอแจงโทษวางเพลิงเผาทรัพย์ถึงขั้นประหารชีวิต มือดีลอบเผายางรถยนต์ป่วนรับเคอร์ฟิวเมืองพัทยา

เมื่อเวลา 22.00น.วันที่ 19 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์พิเศษผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยเป็นการถ่ายทอดสดจากแหล่งสมาคมนายทหารกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์(ร.11รอ.)ว่า อยากจะขอเรียนว่าช่วงเวลา 2-3 วันที่ผ่านมานั้นหลังจากที่ ศอฉ.มีมาตรการในการกระชับวงล้อมการชุมนุมในพื้นที่ราชประสงค์นั้นก็ปรากฏว่าได้เกิดปฏิกิริยาจากกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มผู้ก่อการร้ายทำให้เกิดเหตุการณ์เรื่องของการวางเพลิงหรือการเข้าไปปิดเส้นทางการจราจรหลายจุดใน กทม. ดังนั้นเป้าหมายของรัฐบาล และ ศอฉ.ในการที่จะให้เหตุการณ์ต่างๆยุติลงโดยเร็วนั้น จึงได้ตัดสินใจเมื่อเช้าในการกระชับวงล้อม โดยมีเป้าหมายที่จะให้เกิดการยุติการชุมนุมโดยเร็วที่สุด ซึ่งตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเที่ยงๆก็สามารถดำเนินการกระชับวงล้อมเข้าไปได้ส่วนหนึ่ง โดยการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ก็ยังคงยึดหลักสากล ต่อมาในช่วงตอนบ่ายทางผู้ชุมนุมโดยเฉพาะแกนนำก็ได้ตัดสินใจยุติการชุมนุมและเข้ามอบตัว ซึ่งทำให้การชุมนุมหรือกิจกรรมต่างๆบนเวทียุติลง ทางเจ้าหน้าที่ ศอฉ.ก็เดินหน้าอำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับภูมิลำเนา แล้วก็เข้าตรวจพื้นที่ต่างๆซึ่งก็ได้มีการตรวจพบอาวุธจำนวนมาก

 นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ดีการยุติการชุมนุมนั้นก็ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ผู้ชุมนุมบ้างและที่สำคัญก็คือ สำหรับกลุ่มที่มีการใช้อาวุธก่อการร้ายหรือสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้นก็ได้เดินหน้าในการสร้างความวุ่นวายในการสร้างความปั่นป่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการวางเพลิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งแก้ไขสถานการณ์ ในบางจุดก็สามารถระงับเหตุได้ แต่หลายจุดก็ปรากฏว่ายังคงมีผู้มีอาวุธใช้อาวุธต่อผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องของการดับเพลิง หรือช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก็ดี ทำให้ในพื้นที่เหล่านี้ประสบกับความยากลำบากในการระงับเหตุนั้นๆ

 “ผมขอยืนยันว่าครับว่าเจ้าหน้าที่ทุกส่วนไม่ลดละความพยายามในการที่จะระงับเหตุต่างๆซึ่งในหลายพื้นที่ก็ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว และบางพื้นที่ที่ยังมีปัญหาอยู่ก็จะพยายามที่จะร่วมมือกันกับฝ่ายต่างๆที่จะเข้าคุ้มครองคนที่จะเข้าไปทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ผมต้องขอถือโอกาสนี้เป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องทำหน้าที่ในการดับเพลิงเข้าไประงับสาธารณภัยนั้นก็ได้ใช้ความกล้าหาญในหลายโอกาสหลายกรณีที่จะใช้ความกล้าหาญในการเข้าระงับเหตุนั้น การดำเนินการในส่วนนี้ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะสามารถทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น จึงมีความจำเป็นที่จะประกาศเคอร์ฟิวซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนซึ่งมีแผนการในการเดินทางอยู่บ้าง ผมขอเรียนว่ามาตรการนี้มีความจำเป็นและต้องขอความร่วมมือกับประชาชนซึ่งส่วนใหญ่ปรารถนาจะเห็นความสงบกลับคืนสู่บ้านเมือง ไม่เพียงเฉพาะ กทม.แต่หลายเหตุหลายพื้นที่ที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด"

 นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ทางศอฉ.ก็ได้มีการดำเนินการในการที่จะดูแลผลกระทบต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นและการเฝ้าระวังป้องกันในคืนนี้ ตนได้กำชับในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทุกพื้นที่ ตำรวจท้องที่ที่ได้มีการเตรียมเฝ้าระวังดูว่ามีสถานที่ใด ซึ่งอาจจะตกเป็นเป้าหมายของการก่อการร้ายและก็เข้าไปตรวจตราอย่างละเอียด และก็ป้องกันระงับเหตุ รวมทั้งมีการบูรณะกำลังต่างๆในกรณีที่การระงับเหตุจะประสบความยากลำบาก อย่างไรก็ตามขณะเดียวกันพื้นที่ราชประสงค์ก็ยังมีผู้ชุมนุมตกค้างอยู่จำนวนหนึ่งก็ได้มีการจัดแผนต่างๆที่จะทำให้การส่งบุคคลเหล่านี้กลับสู่ภูมิลำเนานั้นเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัยในวันพรุ่งนี้

 “ทั้งหมดนี้พี่น้องประชาชนครับมีเป้าหมายเดียวคือการนำความสงบสุขกลับคืนสู่บ้านเมือง ผมขอเรียนครับว่าบุคคลที่กำลังทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการวางเพลิงนั้นจะมีโทษหนักและเชื่อมโยงฐานความผิดการก่อการร้ายด้วย”

 ขณะเดียวกันสำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปนั้นตนขอความร่วมมือประการแรกคือให้ความร่วมมือกับบรรดามาตรการข้อกำหนดต่างๆที่รัฐบาล หรือ ศอฉ.ได้มีการประกาศเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่แม้จะเป็นความเดือดร้อนหรือจะเป็นการจำกัดสิทธิ์อยู่บ้าง ประการที่สองหนทางที่จะทำให้ระงับเหตุได้ดีที่สุดคือการที่ประชาชนจะกรุณาเป็นหูเป็นตาให้กับรัฐบาลและเจ้าหน้าที่แล้วแจ้งมาที่ ศอฉ. ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นปัจจุบันรวดเร็วเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ ศอฉ.ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตนยังต้องขอความกรุณาจากประชาชนให้ช่วยเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต่อเนื่องตลอดทั้งคืนเท่าที่ท่านจะทำได้

 “ผมขอให้ความมั่นใจครับว่าเจ้าหน้าที่กำลังทุ่มเทกำลังอย่างเต็มที่ในการที่จะระงับเหตุ และในการที่จะนำบ้านเมืองของเรากลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกคน และขอให้ประชาชนทุกคนได้มีความสบายใจว่า ผม รัฐบาลและหน้าที่มีความมั่นใจและมีความแน่วแน่ว่าเราที่จะสามารถฝ่าฟันปัญหาต่างๆไปได้และก็จะนำบ้านเมืองบ้านเรากลับสู่ความสงบเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป ขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนครับ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวว่า การวางเพิลงเผาทรัพย์สถานที่ราชการและเอกชนนั้นมีโทษรุนแรงมากถึงขั้นประหารชีวิต จึงขอเตือนผู้ที่คิดจะกระทำขอให้ยับหยั่งเสีย และมีความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาวุธเพื่อระงับเหตุดังกล่าว

มือดีลอบเผายางรถยนต์ป่วนรับเคอร์ฟิวเมืองพัทยา

 หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ก่อเหตุวินาศกรรม เผาสถานที่สำคัญต่างๆ ในกทม. และตามปริมลทล ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีคำสั่งประกาศเคอร์ฟิว ในพื้นที่ จ.ชลบุรี จึงทำให้บรรยากาศทั่วไปในเมืองพัทยา โดยเฉาะห้างสรรพสิน และสถานบริการต่างๆ ในเขตเมืองพัทยา ได้ปิดบริการลง เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดสถานการณ์ความรุนแรงจากผู้ไม่หวังดี

 เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 19 พ.ค. 53 ขณะที่ พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา กำลังวางกำลังรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ได้มีกลุ่มมือมืดผู้ไม่หวังดี ลักลอบจุดไฟเผายางรถยนต์ ที่บริเวณบนสะพานต่างระดับ สาย 7 ตอน 5 พัทยาเหนือ เพื่อสร้างสถานการณ์กวนเมือง โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รีบไปตรวจสอบ พบยางรถยนต์ถูกเผาอยู่ 2 เส้น จึงใช้ถังเคมีดับเพลิงช่วยกันดับไว้ได้ นอกจากนี้ยังพบ ขวดบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงคล้ายระเบิดขวด ซึ่งใช้เป็นตัวจุดไฟอีกด้วย

 ต่อมาเวลา 22.40 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงว่า ศอฉ.ได้ประกาศเคอร์ฟิวคุมพื้นที่ทั้งหมดรวม 24 จังหวัด ตามที่ได้ประกาศให้พรก.ฉุกเฉินแล้วนั้น