
เร่งฟื้นภาพประเทศ-ท่องเที่ยวด่วนหลังเหตุปะทะสงบ
พาต้าจับมือททท.ฟื้นท่องเที่ยวหลังเหตุปะทะสงบ ท่องเที่ยวเตรียมแผนฟื้นแต่ไม่ทันไฮซีซัน สทท.ชี้ต้องเร่งฟื้นภาพประเทศด่วน
สมาคมการท่องเที่ยวเอเชีย-แปซิฟิก(พาต้า) ออกแถลงการณ์ ว่า เตรียมช่วยจัดทำแผนฟื้นฟูด้านการท่องเที่ยวในไทย ทันทีที่สถานการณ์ในกรุงเทพฯกลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีเสถียรภาพ ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ มีขึ้นหลังจาก คณะตัวแทนจากพาต้า นำโดยนายไฮแรน คูเรย์ ประธานคนใหม่ของพาต้า ได้ประชุมร่วมกับนายสุรพล เศวตเศรณี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เมื่อวันอังคาร(18พ.ค.)ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สำนักงานใหญ่ของพาต้าและพาต้าประเทศไทยจะช่วยททท.ฟื้นฟูการท่องเที่ยวในไทย พร้อมกันนี้ พาต้าขอย้ำว่าการเดินทางมาไทยยังคงมีความปลอดภัย
"พื้นที่ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯยังคงเปิดกว้างและบรรดานักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ตลอดจนนักเดินทางยังคงสามารถเข้าพักตามโรงแรมต่างๆ ร้านค้าหรือแม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอาทิเช่น ภูเก็ต เกาะสมุย กระบี่ และพัทยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมประท้วงในปัจจุบัน แต่เรายังคงคำแนะนำให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเลี่ยงเดินทางมาในพื้นที่อันตรายใจกลางเมืองหลวงของไทย "นายเกรก ดัฟเฟล หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)พาต้า กล่าว
ท่องเที่ยวเตรียมแผนฟื้นแต่ไม่ทันไฮซีซัน
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ผู้ชุมนุม นปช.ประกาศยุติการชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพราะเศรษฐกิจของประเทศเสียหายมากแล้ว ในส่วนของสมาคมฯ จะมีการประชุมกับสมาชิกในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ คงได้มีโอกาสสอบถามถึงความเดือดร้อนของโรงแรมสมาชิก รวมถึงชี้แจงมาตรการเยียวยา 5 ข้อ ที่จะยื่นต่อรัฐบาลให้ทำการช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรม
สำหรับมาตรการเยียวยาที่สมาคมโรงแรมไทย จะขอให้รัฐบาลเข้าช่วยเหลือู้ประกอบการโรงแรมมี 5 ข้อ ได้แก่ ให้ภาครัฐจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้าง อัตรา 75-100% ของเงินเดือนพนักงาน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ขยายระยะเวลาคืนเงินกู้ออกไปอีก 3 ปี ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 2-3% พร้อมทั้งลดภาษี และของบประมาณเพื่อฝึกพัฒนาอาชีพให้กับพนักงาน
"การขอพื้นที่คืนจากผู้ชุมนุมนั้น รัฐบาลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีการสูญเสียชีวิตน้อย ทำให้สามารถฟื้นภาพลักษณ์ประเทศกลับมาได้ไม่ยากนัก แม้คงต้องใช้เวลาสักหน่อย ตลาดท่องเที่ยวที่ควรโปรโมทเร่งด่วนคือญี่ปุ่นและจีน ในส่วนยุโรปนั้นมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจกรีซก็คงต้องทำตามลำดับ" นายประกิจ กล่าว
นายประกิจ กล่าวว่า ในชีวิตการทำงานในธุรกิจโรงแรมกว่า 40 ปี วิกฤตครั้งนี้นับว่าเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยสูญเสียมา โรงแรมในกรุงเทพฯ ที่ไม่มีแขกเข้าพักขยายวงออกไปไกลจากศูนย์กลางการชุมนุมแล้ว แม้ช่วงนี้จะเป็นโลวซีซันแต่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต และกระบี่ ซึ่งปกติจะต้องมีอัตราการเข้าพักในระดับ 60-70% แต่ตอนนี้ในโรงแรมขนาดใหญ่เหลือเพียง 30% และโรงแรมขนาดเล็กมีเพียง 4-6% เท่านั้น
นายประกิจ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้รัฐบาลต้องเร่งเดินสายสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย เหมือนเมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อปีก่อน เป้าหมายคือประเทศในเอเชียที่มีศักยภาพ ได้แก่ ญี่ปุ่นละจีน เพราะว่าใช้ระยะเวลาในการเดินทางสั้น และเป็นตลาดที่ชื่นชอบประเทศไทยอยู่แล้ว ซึ่งครั้งนั้นจบเดือนเมษายน ใช้ระยะเวลา 5 เดือนในการทำงานก่อนเข้าสู่ไฮซีซันละการท่องเที่ยวสามารถฟื้นได้ทันในเดือนกันยายน แต่ครั้งนี้เหตุการณ์จบในเดือนพฤษภาคมแต่ต้องทำงานหนักกว่าเดิม จึงไม่แน่ใจว่าตลาดท่องเที่ยวจะกลับมาได้ทันเดือนตุลาคมหรือไม่ เพราะถ้ามีไฮซีซันเพียงช่วงสั้นๆ จะส่งผลต่อรายได้ที่จะต้องเก็บไว้สำหรับหล่อเลี้ยงธุรกิจในช่วงโลวซีซันของปีหน้าด้วย
สทท.ชี้ต้องเร่งฟื้นภาพประเทศด่วน
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สทท.) กล่าวว่า เป็นสัญญาณที่ดี ที่แกนนำคนเสื้อแดงบางคนมอบตัว และได้สั่งยุติการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ เพราะอย่างน้อยทำให้บรรยากาศสถานการณ์ดีขึ้นมาบ้าง แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีความเด็ดขาดกับการจัดการสถานการณ์ สร้างความเชื่อมั่นในสายตาต่างชาติได้มากขึ้น แต่อีกสิ่งที่ยังน่ากังวล คือ กรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนที่กระจัดกระจายก่อเหตุทั่วกรุง หากจัดการสถานการณ์ทุกอย่างได้จบเรียบร้อยเมื่อไหร่ คาดว่าไทยต้องใช้เวลา 6-9 เดือน ถึงจะฟื้นการท่องเที่ยวได้ โดยจะต้องเดินสายทำการตลาดอย่างหนัก และต้องเป็นการจับมือกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ออกมาสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยร่วมกัน คงไม่ใช่การสร้างภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ต้องสร้างภาพของทั้งประเทศ โดยมีคนสำคัญในรัฐบาลไปร่วมด้วย



