ข่าว

 กรณ์พร้อมเดินหน้าอัดเงินเยียวยาฟื้นเชื่อมั่น

กรณ์พร้อมเดินหน้าอัดเงินเยียวยาฟื้นเชื่อมั่น

19 พ.ค. 2553

วอนทุกฝ่ายทำสัญญาประชาคมเพื่อให้แผนโรดแม็พเดินหน้าต่อไปได้

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการมอบตัวของแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องและน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปสู่แผนการปรองดอง หรือโรดแม็พ 5 ข้อ ของนายกรัฐมนตรี รวมถึงการเริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมครั้งนี้ โดยเข้าใจว่าขณะนี้ผู้ชุมนุมยังทำใจรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปไม่ได้ จึงมีการก่อเหตุรุนแรงเผาทำลายสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุง ซึ่งส่วนนี้เจ้าหน้าที่ต้องดูแลให้เข้าสู่ความสงบโดยตรง

 “อยากสื่อสารไปยังผู้ชุมนุมที่ยังไม่ยุติว่า อย่าสับสน รัฐบาลขอยืนยันว่ามีเจตนามุ่งมั่นที่จะเยียวยาและแก้ปัญหาตามที่เสนอมาทุกข้อ โดยเฉพาะส่วนที่สอดคล้องกับแผนโรดแม็พของนายกรัฐมนตรี เช่น การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันถึงจะสำเร็จ เพราะต้องใช้เวลาทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ความสงบสุขกลับคืนมา ทุกฝ่ายต้องยอมทำสัญญาประชาคมร่วมกันว่าจะเคารพกติกา หยุดการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของต่างชาติกลับคืนมา จากความเสียหายที่เกิดขึ้น” นายกรณ์ กล่าว

 ในสถานการณ์ที่ยังไม่สงบได้ประสานงานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้พิจารณาความเหมาะสมในการเปิดทำงาน

 นายกรณ์กล่าวต่อว่า แผนเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีหลังจากนี้ต้องมีการกำหนดแนววิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยในส่วนของกระทรวงการคลังได้หารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีโจทย์ว่าต้องช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายโดยตรง โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลทรัพย์สินทางราชการและของภาคเอกชนที่เสียหายทุกกรณี ผ่านมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูและมีการประเมินการใช้เงินไว้ในเบื้องต้นแล้ว แต่ต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้งหลังเหตุการณ์สงบและนำเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป

 อย่างไรก็ตาม การใช้เงินนั้นกระทรวงการคลังมีความพร้อมของแหล่งเงินอยู่แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับอานิสงส์จากภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นทำให้มีรายได้เข้ามากกว่าที่ประมาณการไว้กว่า 1.7 แสนล้านบาท และขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับลกระทบมากนัก แต่เบื้องต้นคงไม่สามารถเยียวยาความเสียหายได้ทั้งหมดของผลกระทบต่อจีดีพีที่เกิดขึ้นประมาณ 0.5% หรือ 5 หมื่นล้านบาท เพราะไม่ทราบว่าความเสียหายกระจายไปยังจุดใดบ้าง มาตรการดังกล่าวน่าจะออกมาได้โดยเร็วที่สุด ส่วนความเชื่อมั่นจะกลับคืนมาได้เมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับประชาชนคนไทยทุกคน