ข่าว

 อดมื้อกินมื้อ"คิลลิ่งโซน"..ชุมชนบ่อนไก่

อดมื้อกินมื้อ"คิลลิ่งโซน"..ชุมชนบ่อนไก่

19 พ.ค. 2553

นานกว่า 5 วันแล้วที่ชาวบ้านในชุมชนบ่อนไก่ ถนนพระราม 4 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับอันตรายจากการปะทะกันระหว่างเสื้อแดงฮาร์ดคอร์กับทหาร เสียงปืนและเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องตลอดทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันทำให้พวกเขาหวั่นเกรงว่าจะได้รับอันตราย ประกอบกับ

 ชุมชนบ่อนไก่ที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงทักทายจ๊อกแจ๊กจอแจ เด็กๆ ซุกซนวิ่งเล่นซอยนู้นออกซอยนี้อันเป็นภาพชินตาของชุมชนใหญ่ วันที่เสื้อแดงประจันหน้ากับทหารชีวิตที่เคยปกติสุขก็กลับกลายเป็นตรงกันข้าม

 วันนี้ที่ชุมชนบ่อนไก่มีแต่ภาพบ้านเรือนและร้านรวงประตูถูกลั่นกุญแจปิดตาย ที่เหลืออยู่ประปรายเป็นคนพื้นที่ เกิดเติบโตหรือทำมาหากินอยู่ที่นี่มานาน จะย้ายหนีก็กลัวบ้านจะถูกเผาเลยต้องอยู่ดูแลเท่าที่จะทำได้ ส่วนแฟลตบ่อนไก่ส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์ห้องร้างลาผู้คนไปตั้งแต่เกิดเหตุปะทะกันวันแรกๆ แล้ว

 "ปราณี แก้วสด" วัย 34 ปี ลูกจ้างรายวันในตลาดคลองเตยกระเตงกระเป๋าเสื้อผ้าใบเขื่อง มือซ้ายจูงลูกสาววัย 6 ขวบหน้าตามอมแมม เล็บมือดำขบ เพราะไม่ได้อาบน้ำมา 2 วันเต็มตั้งแต่ทางการสั่งตัดน้ำตัดไฟ เดินลัดเลาะอยู่ในซอยโปโลมุ่งหน้าไปอาศัยอยู่กับน้องสาวที่ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ เป็นการชั่วคราว  

 หญิงสาววัย 34 จากอุดรธานีมาทำงานเป็นลูกจ้างในร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวตลาดคลองเตย ปกติเธอจะฝากลูกสาวให้ลูกพี่ลูกน้องช่วยดูแล แต่พอเกิดเหตุจลาจล คนที่ช่วยดูแลลูกหนีออกไปก่อนแล้ว เธอจึงหยุดงานมาเลี้ยงลูก แต่สุดท้ายก็ทนอยู่ต่อไปอีกไม่ได้ ไม่เฉพาะเสียงปืนเสียงระเบิดเท่านั้น แต่ยังเกิดจากน้ำท่าที่ถูกตัดและอาหารการกินที่ขัดสน จนได้รับความเดือดร้อนเกินกว่าจะทนอยู่ต่อ

 "ตั้งแต่เกิดการปะทะกันฉันตกใจกลัวทุกครั้งที่ได้ยินเสียงปืน ระเบิด หรือแม้แต่ประทัด ตอนกลางคืนสงสารลูกมาก นอนไม่ได้เลย พอจะหลับก็ได้ยินเสียงดังตูมตาม เวลานี้เขาจะนอนสะดุ้งตลอด เหมือนกับได้ยินเสียงดังก้องอยู่ในหูตลอดเวลา เราเหมือนอยู่ท่ามกลางสงคราม ข้าวสารก็หมด อาหารกระป๋องก็หมด จะลงไปซื้อก็อันตราย แต่พอลงไปแล้วก็ไม่มีอะไรขาย สุดท้ายก็คิดว่าเราไม่ถูกยิงตายก็คงจะอดข้าวอดน้ำตาย เลยหนีออกมา" ปราณี กล่าว

 ปราณีคงเหมือนกับอีกหลายๆ คนที่ทิ้งบ้านช่องห้องหอออกไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่สำหรับ "ทิว" ชายวัยกลางคนอายุ 47 ปี เจ้าของร้านขายของชำ อาศัยอยู่ที่บ่อนไก่มานาน 30 ปี เลือกที่จะอยู่พิทักษ์รักษาทรัพย์สินแทน

 ตั้งแต่เกิดการปะทะตั้งแต่แยกศาลาแดง ทิวและชาวบ้านในชุมชนบ่อนไก่คิดว่าพื้นที่ปะทะจะหยุดอยู่แค่ตรงนั้น ไม่ขยายวงลงมาถึงชุมชนที่พวกเขาอาศัยอยู่ แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มลุกลามมาถึงบ้านพวกเขาก็เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ข้าวสารอาหารแห้งและน้ำดื่มในร้านทิวขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันที่สองของการปะทะ โชคไม่ดีที่ทิวไม่สามารถออกไปหาซื้อมาเพิ่มเติมได้ ด้วยทหารก็เกรงว่าจะนำสินค้าไปสนับสนุนกลุ่มเสื้อแดง

 วันรุ่งขึ้น ทิวส่งลูกกับเมียไปอยู่กับแม่ยายที่ฝั่งธนฯ ส่วนตัวเขายืนหยัดที่จะอยู่ดูแลบ้านเรือน เขาบอกว่าชุมชนบ่อนไก่เหมือนตกเป็นตัวประกัน ไม่รู้ว่าคนสร้างสถานการณ์จะจุดไฟเผาบ้านเผาเมืองเมื่อไร จึงต้องช่วยกันอยู่ดูแลเท่าที่จะทำได้ โดยเตรียมข้าวสาร อาหารกระป๋อง และไข่ไก่เอาไว้สำหรับประทังชีวิตอยู่ได้นาน 15 วัน กระนั้นเขาก็อยากให้เรื่องจบลงในเร็ววัน

 "ในบ่อนไก่เป็นชุมชนแออัด มีอาคารชุดห้องเช่าราคาไม่แพงเยอะ พอเกิดเรื่องพวกเขาก็อพยพหนีออกไปกันหมด แต่อย่างผมนี่โตที่นี่ หากินอยู่ที่นี่ เลยมาปรึกษากับคนพื้นที่หลายคนเห็นว่าน่าจะปักหลักช่วยกันดูแลทรัพย์สิน เพราะไม่รู้ว่าใครจะมาปล้นมาเผาบ้านเราเมื่อไร" ทิว กล่าว

 ทิวกับเพื่อนบ้านอีกไม่มากนักมักจะจับกลุ่มพูดคุยในวงแคบๆ เวลามีเหตุการณ์ไม่สู้ดีก็เข้าบ้าน เปิดประตูแง้มเอาไว้คอยสังเกตการณ์ บรรยากาศที่นี่จึงเต็มไปด้วยความเงียบเหงาถึงขั้นวังเวง เมื่อเทียบกับชีวิตในคืนวันอันรุ่งโรจน์ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพเดินขวักไขว่อยู่ในชุมชนแห่งนี้ !?!

 จากบ่อนไก่ย้อนกลับลงมาครึ่งทางก่อนถึงสุขุมวิท ภายในซอยแสนสบาย ถนนพระราม 4 ก็ได้รับผลกระทบนี้เฉกเช่นกัน แม้จะอยู่ห่างไกลออกมาพอสมควร "อ๊อฟ" หรือ "ชัยนนท์ จันทร์เต็ม" นักแสดงหนุ่มจากละคร "น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์" อาศัยอยู่ที่นี่กับครอบครัว พวกเขาเริ่มเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในถิ่นที่อยู่ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่หาซื้อกินยากขึ้นทุกที

 "ตอนนี้ไม่มีรถเข็นขายของให้เห็นเลย อีกอย่างคนในซอยก็เริ่มกักตุนอาหารกันแล้ว ผมยังไม่คิดจะอพยพไปที่อื่น แต่ก็เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ตลอดว่ามันจะรุนแรงขึ้นกว่านี้ไหม แล้วค่อยมาคิดอีกทีว่าจะเอายังไง ตอนนี้คิดแค่เรื่องเตรียมอาหารการกินเอาไว้ให้พร้อม และทุกคนในครอบครัวจะได้รับการกำชับให้อยู่แต่ในบ้านเท่านั้น ไม่จำเป็นอย่าออกไปไหน" ดาราหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย

 แม้จะดูเหมือนเป็นคนตกสำรวจ แต่ขณะนี้กรุงเทพมหานครและกลุ่มองค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) พยายามเข้าไปให้การช่วยเหลือ ด้วยการนำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้คนที่ติดอยู่ตามบ้านต่างๆ ในชุมชนพื้นที่ปะทะ และจากการพูดคุยกับชาวบ้านหลายคน เจ้าหน้าที่พบว่าสุขภาพจิตอยู่ในภาวะสับสน หวาดวิตกกับเสียงดัง จะกรีดร้องตกใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงปืน ระเบิด และประทัด