ข่าว

ไฟเขียวระบายสต็อกข้าวรัฐต้องผ่านกขช.ป้องตลาดป่วน

ไฟเขียวระบายสต็อกข้าวรัฐต้องผ่านกขช.ป้องตลาดป่วน

19 พ.ค. 2553

ครม.ไฟขียวพาณิชย์ระบายข้าวสต็อกแบบรัฐต่อรัฐ แต่เบรกไม่ให้ระบุปริมาณล่วงหน้าต้องเสนอขอความเห็นชอบจาก กขช.ก่อนทุกครั้ง หวั่นตลาดปั่นป่วน พร้อมอนุมัติจ่ายชดเชยส่วนต่างข้าว

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติในหลักการให้นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ระบายข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และจำหน่ายให้แก่เอกชนเพื่อส่งออก ในราคา ปริมาณ และระยะเวลาที่เหมาะสม โดยต้องเสนอที่ประชุม กขช.ให้ความเห็นชอบก่อนการระบายเพื่อไม่ให้วงการค้าข้าวเกิดความปั่นป่วน

 แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีข้าวสาในสต็อก 5 ล้านตัน โดยนางพรทิวาได้เสนอระบายข้าวครั้งละไม่เกิน 3 แสนตัน และจำหน่ายให้เอกชนเพื่อส่งออกครั้งละไม่เกิน 1 แสนตัน แต่นายกรัฐมนตรีเห็นว่าไม่ควรกำหนดปริมาณเอาไว้ก่อน

 นายวัชระกล่าวอีกว่า ครม.ยังอนุมัติงบ 436.8 ล้านบาท ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำไปชดเชยส่วนต่างในโครงการประกันรายได้ ช่วงวันที่ 15 มีนาคม-25 เมษายน  ซึ่งมีการใช้สิทธิ 1.9  ล้านตัน ต้องจ่ายชดเชยข้าวเจ้า 5% จำนวน 390 ล้านบาท และข้าวปทุมธานี จำนวน 46 ล้านบาท

 นอกจากนั้น ครม.ยังเห็นชอบโครงการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือก โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกให้ครอบคลุมพื้นที่ข้าวนาปรัง พร้อมกับให้สิทธิโรงสีที่รับซื้อข้าวเปลือก ตั้งแต่ 1,000 ตันขึ้นไป ให้สีแปรสภาพข้าวเป็นข้าวสารในอัตรา 30% โดยให้ค่าสีแปรสภาพตันละ 500 บาท ขณะเดียวกันยังเห็นชอบให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อข้าวเปลือกนาปรังฤดูใหม่ สีแปรสภาพเป็นข้าวสารแล้วนำมาแลกกับข้าวสารเก่าในสต็อกของรัฐบาล โดยต้องซื้อข้าวเปลือกราคาอ้างอิงบวกเพิ่มอีก 300 บาท รวมถึงอนุมัติงบ 13 ล้านบาทให้แก่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อไปใช้ดำเนินการโครงการเพิ่มรายได้และหาช่องทางจำหน่ายข้าวให้เกษตรกรระดับตำบล ซึ่งจะนำไปใช้สร้างโรงสีให้เกษตรกรได้กักเก็บข้าวไว้