
ธปท.ยืนเป้าจีดีพี-ห่วงถูกลดเรตติ้งรอลุ้นกนง.ประชุมนัดหน้า-หุ้นหวังเจรจาดีด6จุด
ธปท.ยังไม่หั่นเป้าจีดีพีปีนี้ รอลุ้นหลัง กนง.ประชุมนัดหน้า ชี้ห่วงการท่องเที่ยว แถมไทยอาจถูกลดเครดิตเรตติ้งส่งผลต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น มองส่งออกมีสิทธิ์โดนหางเลขจากความเชื่อมั่นลดลง ด้านตลาดหุ้นเริ่มมีแรงช้อนซื้อกลับมา หวังเจรจาสงบศึก ดันดัชนีปิดบวก 6 จุด ขณ
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้ในระดับ 4.3-5.8% เนื่องจากสถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังอยู่ในกรอบสมมติฐานกรณีเลวร้ายสุดที่ ธปท.ได้จัดทำไว้ แต่ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งต่อไป ตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้ แต่การประเมินขณะนี้เป็นเรื่องยาก เพราะสถานการณ์ต่างๆ ยังไม่นิ่ง ซึ่งต้องรอดูผลกระทบเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงก่อน
"ขณะนี้มีความเป็นห่วงเรื่องการท่องเที่ยว และอันดับเครดิต หรือเครดิตเรตติ้งของประเทศที่อาจถูกปรับลดลง ซึ่งถ้าถูกปรับลดลงจริง คงกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศที่สูงขึ้นด้วย" นายไพบูลย์กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังมีความเป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการส่งออกด้วย เพราะหากผู้ประกอบการไทยไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ ก็อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้สั่งซื้อได้ และผู้สั่งซื้อก็มีแหล่งตัวเลือกจากประเทศอื่นที่อาจใช้บริการแทนประเทศไทย
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่ทวีความรุนแรง จนลุกลามไปถึงการเผาทำลายทรัพย์สินของสถาบันการเงินบางแห่ง ขณะที่สถาบันการเงินอีกหลายแห่งต้องปิดทำการในบางสาขานั้น เชื่อว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของกลุ่มสถาบันการเงินมากนัก อย่างไรก็ตาม คงต้องรอสถาบันการเงินเหล่านั้นประเมินตัวเลขความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อน ซึ่งโดยปกติแล้วสถาบันการเงินเหล่านี้จะต้องส่งข้อมูลดังกล่าวมาให้ ธปท.ได้รับทราบด้วย ดังนั้น จึงต้องขอดูตัวเลขก่อน
ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง แม้ในช่วงเปิดตลาดภาคเช้าจะมีแรงเทขายออกมาบ้าง แต่ก็มีแรงช้อนซื้อทำให้ดัชนีสามารถดีดตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวแคบๆ อยู่ในแดนบวก และเมื่อปิดทำการซื้อขายเวลา 15.30 น. ดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 760.11 จุด เพิ่มขึ้น 6.85 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 13,883.98 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิ 2,640.08 ล้านบาท
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นครหลวงไทย จำกัด กล่าวว่า หุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งตามทิศทางการฟื้นตัวของตลาดหุ้นต่างประเทศ และความคาดหวังเรื่องการเจรจาระหว่างรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง แต่การฟื้นตัวก็ยังไม่แข็งแรงมากนัก เพราะยังมีเงื่อนไขการเจรจาที่ไม่ชัดเจน ส่วนแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ มองว่า ดัชนีจะยังแกว่งตัวในกรอบแคบๆ และหากยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการเจรจาจะทำให้ดัชนีทรงๆ ตัว แต่ไม่น่าปรับลดลงมาก



