ข่าว

 นิติรัฐ นิติธรรม การเมืองและความเห็นแก่ตัว

นิติรัฐ นิติธรรม การเมืองและความเห็นแก่ตัว

19 พ.ค. 2553

ประเทศไทยมีความภาคภูมิใจต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาช้านาน มีการเอ่ยอ้างถึงความเป็นนิติรัฐ คือ ยึดหลักกฎหมายในการบริหารบ้านเมือง มีความเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติและมีความต่อเนื่อง

บางช่วงเวลาก็มีการยืนหยัดถึงความเป็นนิติธรรม คือ การใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดความป็นธรรม ทั้งต่อรัฐ รัฐบาล สังคม และปัจเจกชน

 แต่ภายใต้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งมีตัวละครหลักๆ คือ นักการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มอิทธิพลทางการเมือง ผู้หาผลประโยชน์จากรัฐและจากประชาชน ทำให้ประชาชนเกิดการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก โดยไม่มีนักการเมืองบาดเจ็บล้มตายเลยแม้แต่ครั้งเดียว จากความขัดแย้งดังกล่าว

 การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรกับกลุ่ม นปช.ที่เกิดขึ้น ไม่ว่า 7 ตุลา 51, 10 เมษา 53, 14-16 พฤษภา 53 ผู้ชุมนุมในเขตพื้นที่การชุมนุมมีแต่ถูกกระทำ ทั้งจากบุคคล กลุ่มบุคคลไม่ทราบสังกัด และเจ้าหน้าที่รัฐ เกิดการบาดเจ็บล้มตายมากมาย

 จับมือใครดมไม่ได้ว่าโดยแท้แล้วเป็นฝ่ายใด สังกัดหน่วยไหน ?

 ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งตำรวจทหารถูกทำร้าย ถูกโจมตีจากกลุ่มคนที่อยู่นอกพื้นที่การชุมนุมทั้งสิ้น โดยรัฐบาลเหมารวมว่าเป็นพวกเดียวกันกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยปราศจากหลักฐาน เมื่อมีการจับกุมได้ก็ปิดบังไม่แสดงหลักฐานที่ชัดเจน กลับใช้สื่อของรัฐประโคมให้ประชาชนเชื่อว่าเป็นพวกเดียวกัน ใช้นักวิชาการนักจัดรายการที่อยู่ฝ่ายเดียวกับรัฐบาล โน้มน้าวให้ประชาชนคล้อยตามสำทับไปอีกส่วนหนึ่ง หลักฐานที่ชัดเจนไม่มี

 การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองไม่ว่ากลุ่มพันธมิตร หรือ นปช.ล้วนฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ทั้งสิ้น เพราะมิได้ชุมนุมโดยสงบ หากโดยสงบประชาชนและรัฐบาลจะเดือดร้อนหรือ ไม่ต้องดูว่าปราศจากอาวุธหรือไม่ แต่การบริหารจัดการโดยรัฐบาลที่ผ่านมาแสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างมีเหตุมีผลของนักการเมือง มีแต่ความเห็นแก่ตัวรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของตนและกลุ่มเท่านั้น ทั้งที่มีเครื่องมือพร้อมทั้งกฎหมายและหน่วยงานรัฐ ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

 การสูญเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งที่บาดเจ็บอีกนับพันคน เพื่อสังเวยความเห็นแก่ตัวของนักการเมือง ที่อ้าง "นิติรัฐ" อ้าง "กติกาประชาธิปไตย" ที่ขาดวิ่น เพื่อครองอำนาจอยู่ต่อไป ไม่คำนึงถึงชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่มิได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง คือ จุดเริ่มต้นของ "อนาธิปไตย" ในประเทศไทย