ข่าว

ศูนย์แห่งความภูมิใจเทิดพระเกียรติในหลวง

ศูนย์แห่งความภูมิใจเทิดพระเกียรติในหลวง

18 พ.ค. 2553

เนื่องในโอกาสมหามงคลที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อปี พ.ศ.2539 กรมศิลปากรได้จัดสร้าง หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้น เพื่อเป็นที่รวบรวมเก็บรักษาเอกสารสำคัญของชาติ

 และให้บริการศึกษาค้นคว้าวิจัยเอกสาร จดหมายเหตุที่เกี่ยวเนื่องในพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ โดยโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเปิดหอจดหมายเหตุแห่งชาติฯ และหออัครศิลปิน ณ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันก่อน

 โอกาสนี้ทอดพระเนตรการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและมีพระราชดำรัสกับ เกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งเป็นผู้กราบบังคมทูลรายงานว่าควรให้มีการอธิบายว่าบุคคลในแต่ละภาพนั้นเป็นใครบ้าง และบันทึกไว้ ให้มีข้อมูลที่ชัดเจน เนื่องจากบุคคลที่อยู่ในภาพบางคนไม่เป็นที่รู้จัก

 จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงเปิดหออัครศิลปินภายในบริเวณใกล้เคียงกัน โดยมีเหล่าศิลปินแห่งชาติเฝ้ารับเสด็จฯ อาทิ ศ.ปรีชา เถาทอง ชินกร ไกรลาศ สุเทพ วงศ์กำแหง กฤษณา อโศกสิน ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ เป็นต้น ทรงเปิดนิทรรศการวิศิษฏ์ศิลปิน ซึ่งแสดงพระราชปรีชาสามารถของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในสาขาวรรณศิลป์ คีตศิลป์ และทัศนศิลป์ และทรงวาดภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์ลงบนจานกระเบื้องขนาดใหญ่ พร้อมข้อความ "เชิญชมศิลปะ" เพื่อเป็นที่ระลึกอีกด้วย 

 หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 75 ไร่ ลักษณะอาคารสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัชกาลที่ 9 ออกแบบโดย เกรียงไกร สัมปัชชลิต และ อารักษ์ สังหิตกุล อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เป็นวิศวกร โครงสร้างเป็นกลุ่มอาคาร 4 ส่วน มีทางเชื่อมและลานอเนกประสงค์ รวมพื้นที่ใช้สอย 2.3 หมื่นตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารเก็บเอกสารจดหมายเหตุ อาคารให้บริการค้นคว้า และอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ

 ส่วนหออัครศิลปินนั้น สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติดำเนินการก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็นอัครศิลปิน และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ ภปร และข้อความหออัครศิลปินประดิษฐานไว้ที่หน้าบันอาคาร รวมทั้งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ และพระราชลัญจกร ประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 จำลอง มาประดิษฐานในบุษบกจัดแสดงภายในห้องอัครศิลปิน รวมทั้งจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงวัฒนธรรมถวายพระราชสมัญญาว่า "วิศิษฏ์ศิลปิน" อีกด้วย

 นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงประวัติและผลงานอันล้ำค่าของศิลปินแห่งชาติ จำนวน 203 คน จึงถือเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญทางด้านศิลปวัฒนธรรมของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนโดยทั่วไป