ข่าว

รบ.รับส.ว.เป็นตัวกลางเจรจายันแดงสลายก่อน

รบ.รับส.ว.เป็นตัวกลางเจรจายันแดงสลายก่อน

18 พ.ค. 2553

รัฐบาลอ้าแขนรับส.ว.เป็นตัวกลางเจรจา แต่ยืนยันนปช.ต้องยุติการชุมนุมก่อน พร้อมให้นานาชาติตรวจสอบแต่ห้ามแทรกแซงการเมืองไทย จี้ แกนนำนำคนออกจากเขตอภัยทานหลังสื่อพม่าถูกการ์ดตบ

 (18พ.ค.) เมื่อเวลา 16.20 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยหรือทีวีพูล จากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11รอ.)

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและศอฉ. ในประเด็นที่สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) นำโดยนายประสพสุข บุญเดช ประธานสว. ขอเสนอเป็นคนกลางเจรจาระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุมกลุ่มปนช. ซึ่งแนวทางการเจรจาเป็นแนวทางที่รัฐบาลดำเนินการมาโดยตลอด และการเจรจาและเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อ ของรัฐบาลก็ถูกปฏิเสธโดยนปช. เพราะปรากฏข้อมูลชัดเจนว่ามีการแทรกแซงจากผู้ที่อยู่ต่างประเทศ ทั้งนี้เมื่อส.ว เสนอเป็นคนกลางรัฐบาลก็ให้ความสำคัญ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์หาประธานสว. เพื่อชี้แจงแนวทางและจุดยืนของรัฐบาล และขอบคุณที่สว.เสนอตัวเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์

 “ แต่สถานการณ์ขณะนี้บานปลายออกไป มีการสร้างความรุนแรงที่มีมวลชน และผู้ก่อการร้ายที่ใช้อาวุธสงครามมาโจมตีทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งรัฐบาลจึงชี้แจงจุดยืนไปว่าสถานการณ์นี้จะยุติลงได้เมื่อมีการยุติการชุมนุมจึงสามารถดำเนินการในการเจรจาพูดคุยตามแนวทางที่เสนอไปก่อนหน้านี้ ซึ่งทางท่านนายกฯยังฝากประธานสว.ว่า หากมีการติดต่อกับแกนนำนปช.ขอให้หารือด้วยว่าจะมีทางใดที่ทำให้ผู้ชุมนุมได้ยุติการให้มวลชนที่ใช้ความรุนแรงและผู้ที่ใช้อาวุธสงครามยุติการโจมตีการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ นี่คือสิ่งที่ท่านนายกฯและรัฐบาลเรียนให้ประธานสว.ทราบ และท่านก็ได้ทราบในจุดยืนนี้แล้ว ดังนั้นรัฐบาลและศอฉ. ขอเรียนว่าแนวทางของรัฐบาลนี้จะเป็นการคืนความปกติสุขให้สังคม และแนวทางใดที่เป็นแนวทางที่ดีที่สุด ลดความสูญเสียรัฐบาลจะใช้ แต่ตอนนี้มีความรุนแรงและบานปลายมีผลกระทบ ดังนั้นแนวทางเดียวคือผู้ชุมนุมต้องยุติการชุมนุม” ”นายสาทิตย์ กล่าว

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า รัฐบาลจะปฏิบัติการณ์ต่อไปเพื่อคืนความปกติสุข แม้ตอนนี้การนำเสนอข่าวจะมีความรุนแรง วุ่นวาย แต่ต้องยอมรับว่าข้อมูลที่ปรากฏขึ้นชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ก่อการร้ายใช้หลายวิธี โดยใช้เด็กเป็นเครื่องมือ ใช้อาวุธในการต่อต้าน

 ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมครม.มีการหารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีมติยืนยันที่จะเดินหน้าแผนปรองดองที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งในประเทศและนานาชาติ ที่เห็นว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วที่รัฐบาลมีการเสนอทางออกทางการเมืองโดยที่มีการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้รัฐบาลยินดีที่จะเปิดให้สื่อมวลชนตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และรัฐบาลยินดีเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุกกรณี ดังนั้นรัฐบาลจะเดินหน้าแผนปรองดอง แม้ว่ายังไม่ได้รับการตอบรับจากนปช. แต่รัฐบาลจะยึดมั่นในแนวทางนี้ ซึ่งท่านนายกฯได้เดินหน้าไปแล้วบ้าง เช่นการคุยกับองค์กรสื่อ การคุยกับสมัชชาประชาชนฯ ซึ่งนานาชาติเห็นแล้วว่าคำตอบทางการเมืองครบถ้วน เหลือเพียงนปช.มาร่วมเท่านั้น

 นายปณิธาน กล่าวว่า ในส่วนของการแก้ปัญหาที่แยกราชประสงค์นั้น ศอฉ.ได้ส่งตัวแทนมารายงานต่อครม. และเย็นนี้ตัวแทนจากศอฉ.จะรายงานกับประชาชนผ่านทีวีพูลเกี่ยวกับปฏิบัติการในการเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ทั้งแยกราชประสงค์ และอีกหลายพื้นที่ แต่ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่ราชประสงค์นั้น ศอฉ.มีแนวทางที่ชัดเจนในการปิดล้อม กระชับวงล้อม ตั้งด่าน และคัดกรองกิจกรรมที่กระทบต่อความมั่นคง ส่วนการดำเนินการก็อยู่บนหลักการคือต้องหลีกเลี่ยงความสูญเสีย และหากมีความสูญเสียจะต้องน้อยที่สุด ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ต้องระมัดระวัง แต่อย่างไรก็ตามในการตั้งด่านกระชับวงล้อมได้ถูกต่อต้านรุนแรงจากกลุ่มผู้ติดอาวุธ ที่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ชุมนุมทั้งหมด แต่ครม.ได้รับทราบแล้วว่าการเข้าควบคุมพื้นที่แยกราชประสงค์ไม่มีปัญหาเท่าไรแล้ว เพราะมีจำนวนผู้ชุมนุมน้อยลงตามลำดับ ส่วนพื้นที่อื่นๆนั้นศอฉ.ยังต้องทำงานต่ออย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มติดอาวุธยังคงยั่วยุโจมตีดังนั้นศอฉ.จึงจำเป็นที่ประกาศให้ประชาชนเลี่ยงจากพื้นที่เหล่านี้ด้วย เพราะตอนนี้มีพลแม่นปืนอยู่ในกองกำลังติดอาวุธ เพื่อทำร้ายประชาชน ผู้สื่อข่าว ผู้แทนหน่วยงานแพทย์ จึงต้องระวังอย่างยิ่ง

 นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการช่วยเหลือประชาชนที่ติดในพื้นที่ดังกล่าวนั้นระยะแรกการเข้าพื้นที่มีความยากลำบาก เพราะมวลชนทำลายระบบไฟฟ้า ระบบการสื่อสาร ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ได้ และได้รับการต่อต้านด้วยการใช้อาวุธสงคราม ก่อการจลาจล จึงเข้าไปในพื้นที่ไม่ได้มากนัก แต่วันนี้ถือว่าดีขึ้นมาก โดยการเข้าไปในพื้นที่นั้น กระทรงต่างๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ได้ประสานกับหน่วยานต่างๆ เช่น กาชาดในการนำเสบียงอาหาร อาหารแห้ง ฯ เข้าไปในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนและจัดมีการจัดระบบทยอยนำประชาชนออกมา แต่เบื้องต้นขอให้ท่านอยู่ในที่ที่ท่านคิดว่าท่านปลอดภัย อย่าเข้ามาในจุดปะทะ ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการเต็มที่ที่จะเข้าไปช่วยเหลือ

 ปฏิบัติหน้าที่โฆษกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนของการบรรเทาสาธารณภัยที่ถูกต่อต้านรุนแรงจนทำให้มีไฟไหม้และปล้นสะดมนั้น มีการมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) โดยส่งผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมการดูแลประชาชน และวันนี้ตำรวจก็ได้ทยอยเดินทางเข้าไป ส่วนกรณีการประกาศวันหยุดราชการเพิ่มอีก 3 วันนั้นในพื้นที่กทม.นั้น หน่วยงานที่จำเป็นก็ต้องบริการประชาชนต้องใช้ดุลพินิจในการเปิดบริการให้ประชาชน โดยครม.มอบหมายให้แต่ละกระทรวงดูแล เช่น หน่วยงานที่ทำการออกหนังสือเดินทาง การบริหารงบประมาณ การส่งออกนำเข้า ต้องเปิดบริการเพื่อไม่ให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าแม้ใช้เวลาบ้างแต่รัฐบาลก็มุ่งมั่นและเร่งรัดและตระหนักดีในความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งศอฉ.มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร 24 ชั่วโมงและจะคลี่คลายสถานการณ์ต่อไป

 นายปณิธาน กล่าวถึงการพยายามดึงองค์กรนอกประเทศเข้ามาแก้ปัญหาว่า มีความพยามต่อเนื่องที่จะให้องค์กรระหว่างประเทศ นานาประเทศเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองของไทย ซึ่งอีก 2-3 วันจะมีกลุ่มคนต่างๆเดินทางไปประเทศต่างๆเพื่อร้องเรียนให้หน่วยงานต่างๆเข้ามาแทรกแซงเพื่อมีบทบาทในการแก้ไขปัญหา

 “ โดยหลักการรัฐบาลยินดีที่จะร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อเป็นหลักสากล ซึ่งรัฐบาลตอบรับและขอบคุณทุกประเทศไม่ว่าองค์กรใดที่มีข้อเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาทางการเมือง แต่เรื่องทางการเมืองรัฐบาลยืนยันว่าเป็นการแก้ไขปัญหาภายในประเทศ แม้เรารับฟังและนำแนวทางมาใช้การแก้ปัญหาต้องขึ้นอยู่กับคนไทย เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ”นายปณิธาน กล่าว

 โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)และองค์กรสิทธิมนุษยชนก็เห็นรัฐบาลดำเนินการถูกต้องแล้วแต่ยังคงห่วงในเรื่องความรุนแรง ดังนั้นวันนี้รัฐบาลขอให้องค์กรนานาชาติต่างๆช่วยกันกดดันกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ และคนที่อยู่เบี้องหลังคนเหล่านี้ทั้งที่อยู่ในและต่างประเทศ โดยขอเรียกร้องให้กดดัน ให้ยุติการใช้ความรุนแรงเหล่านั้น ซึ่งวันนี้รัฐบาลจะออกจดหมายชี้แจงให้หลายองค์กรว่าเป็นความพยายามของการที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมพื้นที่แต่ได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามรัฐบาลขอเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมดำเนินการตามหลักสากล โดยการให้เด็กคนชรา ผู้หญิงและผู้ที่ป่วยออกจากพื้นที่ เพราะผู้ชุมนุมเองก็เคยยอมรับว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอยู่ในพื้นที่ด้วย ดังนั้นพื้นที่ที่ปลอดภียวันนี้ก็พิสูจน์โดยสื่อพม่า ดังนั้นจึงขอให้องค์กรสิทธิฯช่วยสนับสนุนรัฐบาลไทยและคนไทยด้วย

 นายปณิธาน กล่าวถึงการขอการสนับสนุนจากสมาชิกอาเซียนต่อแนวทางของรัฐบาลไทยว่า นั้นเพื่อเป็นการขอการสนับสนุนแนวทางของไทยและเป็นการแสดงจุดยืนที่เป็นเอกภาพ ฉะนั้นการยื่นเรื่องให้ประธานอาเซียนเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมนั้นทางเวียดนามจะพิจารณาแนวทางต่อไป เพราะตอนไทยเป็นประธานอาเซียนก็เคยมีการประสานเพื่อแสดงความเป็นเอกภาพในการแก้ไขปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ต้องไม่เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน ทั้งนี้เข้าใจว่ากระทรวงการต่างประเทศจะประสานไปยังประเทศเวียดนามตามระบบของอาเซียน เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุน เพื่อให้ยืนยันว่าอาซัยนเป็นองค์กรที่มีระบบการดูแลซึ่งกันละกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ชุมนุมต้องออกจากพื้นที่แยกราชประสงค์เลยหรือไม่ถึงจะมีการเจรจา นายสาทิตย์ กล่าวว่า จุดยืนของรัฐบาลเป็นจุดยืนเดิมมาโดยตลอด แต่ถูกล้มโต๊ะจากผู้ชุมนุมที่มีผู้สั่งการจากต่างประเทศ ดังนั้นต้องยุติการชุมนุมก่อน

 เมื่อถามถึงการที่มีสื่อมวลชนจากพม่าถูกทำร้ายที่วัดปทุมวนารามซึ่งเป็นเขตอภัยทาน และมีการ์ดนปช.เข้าไปคุมคนจะทำอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ศอฉ.เป็นห่วงเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะแกนนำไม่สามารถคุมการ์ดนปช.ได้ จึงมีการทำร้ายสื่อพม่าทั้งที่เป็นเขตอภัยทาน ทำให้สื่อก็ได้รับความไม่ปลอดภัยด้วย เป็นการคุกคามชัดเจน เพราะการ์ดนปช.ยืนยันกับสื่อว่าต้องไม่ทำข่าวที่เป็นผลลบกับนปช. ซึ่งถือเป็นการคุกคามสื่อ แต่ทั้งนี้ความจริงแล้วการประกาศพื้นที่อภัยทานนั้นได้มีหลายองค์กรเข้าไปดูแลผู้ชุมนุมแล้ว ดังนั้นถ้าเป็นเขตอภัยทานก็ขอให้เป็นที่อยู่อาศัยของคนป่วย คนชรา เด็กและผู้หญิง แต่ตอนนี้มีกลุ่มอื่นๆเข้าไปอยู่ด้วย จึงประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ว่าให้พยายามประสานกับทางวัดตลอดว่าจะต้องประกาศให้ชัดเจนว่าใครที่จะต้องไปพักพิงที่นั่นบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ศอฉ.หนักใจ ดังนั้นประเด็นอยู่ที่ว่าแกนนำต้องมีความจริงใจว่าให้เขตนั้นเป็นเขตอภัยทานจริง

 เมื่อถามว่ารัฐบาลจะแยกผู้เสียชีวิตที่เป็นประชาชน ผู้ชุมนุม ผู้ก่อการร้ายอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า บางศพกว่าจะมีการดำเนินจะเป็นช่วงเวลาที่ล่วงเลยมานานแล้ว และบางจุดอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ถึงกว่าจะส่งถึงโรงพยาบาลก็ต้องใช้เวลา แต่ทั้งนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการสอบสวนและหน่วยงานที่เข้าไปรับศพต้องดำเนินการในเรื่องทางนิติเวช ส่วนจะแยกว่าเป็นศพของก่อการร้ายหรือไม่เป็นนั้นเจ้าหน้าที่ที่ต้องสืบสวนต่อไป

 เมื่อถามว่าพื้นที่อภัยทานเป็นพื้นที่ซ่องสุมผู้ชุมนุมจะทำยังไงให้คนเหล่านี้กลับบ้าน นายสาทิตย์ กล่าวว่า รัฐบาลก็พยายามสื่อและประกาศให้เดินทางกลับ และเมื่อวานก็ได้ประกาศแล้วก็มีการแสดงความจำนงว่าจะกลับ และส่วนหนึ่งอยู่ต่อ แต่ทั้งนี้การเข้าไปในเขตอภัยทานของการ์ดนปช.หรือผู้ชายนั้นต้องถามว่าเข้าไปโดยมีวัตถุประสงคอะไร แต่ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้แกนนำนปช.ช่วยจัดการนำคนออกจากพื้นที่อภัยทานด้วย

 ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกแถลงการณ์ระบุว่าจะมีการเข้ายิงผู้หญิงกับเด็กนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศที่ต้องดำเนินการชี้แจงเป็นเรื่องปกติและต้องเร่งชี้แจง เพราะรายงานที่ออกไปเป็นการคลาดเคลื่อน