
กต.ชี้แม้วใช้พาสปอร์ตมอนเตเนโกรเข้าฝรั่งเศส
กต. ชี้ แม้ว อาจใช้พาสปอร์ตมอนเตเนโกรขอวีซ่าเข้าฝรั่งเศส สั่งทูตไทยในเนเธอร์แลนด์-เจนีวาเตรียมข้อมูลแจงศาลโลก-สนง.สิทธิมนุษยชนของยูเอ็น
(18พ.ค.) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปรากฏตัวในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามข้อมูลเรื่องนี้อยู่ และเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณน่าจะอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสจริง เพราะมีพยานบุคคลและรูปภาพยืนยัน
ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯได้สอบถามอย่างเป็นทางการไปยังรัฐบาลฝรั่งเศสและสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยเราคาดว่าการเดินทางเข้าฝรั่งเศศของพ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะใช้หนังสือเดินทางและขอวีซ่าในฐานะของพลเมืองประเทศมอนเตเนโกร แม้พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่ได้ใช้สัญชาติไทย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นความผิดในคดีอาญาที่ศาลไทยได้ตัดสินแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่พ.ต.ท.ทักษิณได้รับสัญชาติมอนเตเนโกรนั้น ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเดินทางโดยเสรีมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป ยกเว้นเยอรมนีและอังกฤษ ซึ่งรัฐบาลของ 2 ประเทศนี้ได้ประกาศอย่างเป็นทางการห้ามไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศ
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ในประเทศไทยที่มีความพยายามทำให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง โดยนำเอาการเสียชีวิตของประชาชนไปเป็นข้ออ้างในเวทีโลกนั้น มีผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งได้แสดงออกแล้วว่าต้องการให้สหประชาชาติ(ยูเอ็น)หรือนานาชาติ เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย แต่ความพยายามดังกล่าวจะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไทยยังห่างไกลความเป็นรัฐล้มเหลว เนื่องจาก กฎหมายยังมีผลบังคับใช้ มีการจับกุมผู้กระทำความผิด และดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง รัฐบาลก็ดำเนินการปราบการจลาจลภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยมีคำสั่งศาลแพ่งรองรับ จึงไม่มีเหตุผลที่ต่างประเทศจะเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย
เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า นอกจากนี้ เรายังได้รับรายงานว่ามีกลุ่มนักวิชาการบางกลุ่มจะเดินทางไปที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ(ศาลโลก) ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อหยิบยกปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศไทยว่าจะนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และจะไปร้องต่อสำนักงานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อนำข้อมูลไปร้องเรียนว่ารัฐบาลไทยมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งกระทรวงฯได้สั่งให้เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยที่ประจำองค์กร 2 แห่งนี้ เตรียมคำชี้แจงแล้ว โดยมั่นใจว่าไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลไทยดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย



