ข่าว

ลูกเลี้ยงสุดโหดใช้ไม้ตีพ่อเลี้ยงตายคาที่

ลูกเลี้ยงสุดโหดใช้ไม้ตีพ่อเลี้ยงตายคาที่

18 พ.ค. 2553

ลูกเลี้ยงสุดโหดใช้ไม้ตีพ่อเลี้ยงตายคาที่ แล้วนำศพไปโยนทิ้งในป่าชุมชนบ้านป่าไร่ ตร.คลองลึก ใช้เวลาไม่ถึง 24 ชม.สอบสวนบุกจับกุมครูอัตราจ้างฯร่วมมือกับลูกเลี้ยงโหดนำศพไปโยนทิ้งป่าฯพร้อมออกหมายจับลูกเลี้ยงโหดรายนี้แล้ว

(17พ.ค.) เวลา 10.00 น. พ.ต.ท.โกสละ งามผ่อง พนักงานสอบสวนเวร สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งพบศพชายไทย ถูกฟันหัวนอนเสียชีวิตอยู่ในป่าเฉลิมพระเกียรติหรือป่าชุมชนบ้านป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.ฯพ.ต.ต.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก และ ร.อ.ธรรมศักดิ์ ถ้วยทอง ผบ.ร้อย ทพ.1207 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา พร้อม จนท.หน่วยกู้ภัย อป.พร.เทศบาลเมืองอรัญประเทศ และ แพทย์เวรโรงพยาบาลอรัญประเทศ รีบรุดไปที่เกิดเหตุ

 ซึ่งที่เกิดเหตุอยู่ในป่าเฉลิมพระเกียรติหรือป่าชุมชนบ้านป่าไร่ หมู่ที่ 2 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ห่างจากถนนสายอรัญประเทศ-บ้านป่าไร่ ประมาณ 200 เมตร จนท.ได้พบศพชายไทยทราบชื่อต่อมาว่าชื่อนายภิญโญ หยิบกระโทก อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.3 บ้านหนองหญ้าเมย ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อาชีพรับจ้าง สภาพศพนอนหงาย นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ไม่ใส่เสื้อ จากการตรวจสอบพบบาดแผลถูกของมีคมฟันที่บริเวณหลังกกหูขวา ยาวถึง 5 นิ้วเป็นแผลฉกรรจ์ มีเลือดไหลเต็มใบหน้า และบริเวณมือขวากำมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร อยู่ 1 เล่ม ข้างลำตัวพบขวดเหล้าขาววางอยู่ข้างลำตัว 1 ขวด สภาพศพเลือดแห้งกรังและตัวแข็งแล้ว จนท.คาดตายมาแล้วประมาณ 6 ชม.โดยมีชาวบ้านมายืนมุงดูจำนวนมาก

 ต่อมาได้มีนายหอม หยิบกระโทก อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นบิดาของนายภิญโญ หยิบกระโทก ผู้ตาย ได้เดินทางมาดูศพยันว่าเป็นศพนายภิญโญฯลูกชายตนจริง พร้อมเผยว่านายภิญโญฯ ผู้ตายอยู่บ้านเดียวกันมีอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้างทั่วไป และเป็นคนชอบกินเหล้า มีเพื่อนเยอะ โดยก่อนตายนายภิญโญฯ ได้ไปกินเหล้าที่บ้านพักครูหน้าโรงเรียน ส.ไทยเสรีอุตสาหกรรม3 บ้านป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตั้งแต่ตอนเย็นวันที่ 16 พ.ค.53 จากนั้นก็ไม่ได้กลับมาบ้านจนกระทั่งเช้าวันนี้มีคนมาบอกว่านายภิญโญฯลูกชายตนถูกฆ่าตายแล้วจึงเดินทางมาดู และไม่รู้ว่าสาเหตุที่ถูกฆ่าตายมาจากเรื่องอะไร

 ซึ่งทางด้านพนักงานสอบสวนฯหลังจากสอบสวนพยานและหลักฐานแล้วสันนิษฐานว่านายภิญโญฯน่าจะถูกสังหารมาจากที่อื่นแล้วนำศพมาโยนทิ้งในป่าชุมชน โดยมีการจัดฉากนำมีดดาบมาไว้ในมือของศพ เพื่ออำพรางคดีนั้น

 ความคืบหน้าเช้าวันที่ 18 พ.ค.53 พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ พ.ต.ต.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก ได้เดินทางไปจับกุมนายประหยัด พลภูเขียว อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 ม.3 เทศบาลตำบลป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นครูอัตราจ้าง โรงเรียน ส.ไทยเสรีอุตสาหกรรม3 บ้านป่าไร่ ต.ป่าไร่ฯที่บ้านพักครูหน้าโรงเรียน ส.ไทยเสรีอุตสาหกรรม3 หลังจากการสืบสวนและสอบสวนพยานหลักฐานทราบว่านายประหยัดฯน่าจะมีส่วนรู้เห็นการฆาตกรรมนายภิญโญ หยิบกระโทก แล้วนำมาสอบสวนที่ สภ.คลองลึก ซึ่งในเบื้องต้นนายประหยัดฯได้ให้การปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นใดๆทั้งสิ้น

 และต่อมา จนท.อีกชุดได้เข้าควบคุมตัวนายพกฤษ สีทองหลาง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 ม.8 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มาสอบสวนที่ สภ.คลองลึก หลังจากแนวทางการสอบสวนทราบว่านายพกฤษ สีทองหลาง เป็นอีก 1 คน ที่มีส่วนรู้เห็นการฆาตกรรมด้วย

 ซึ่งหลังจากนายประหยัด พลภูเขียว ครูอัตราจ้าง ทราบว่า ตำรวจ ได้จับตัวนายพกฤษ สีทองหลาง มาสอบสวนแล้ว จึงยอมเปิดปากรับสารภาพว่าผู้ที่สังหารนายภิญโญ หยิบกระโทก คือนายสุรพงษ์ ชมชื่น อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 251 ม.2 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และมีศักดิ์เป็นลูกเลี้ยงของนายภิญโญ หยิบกระโทก ผู้ตายด้วย

 โดยนายประหยัด พลภูเขียว ครูอัตราจ้างโรงเรียน ส.ไทยเสรีอุตสาหกรรม3 รับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุวันที่ 16 พ.ค.53ได้ชักชวนนายภิญโญ หยิบกระโทก ผู้ตาย,นายพกฤษ สีทองหลาง และ นายสุรพงษ์ ชมชื่น มาช่วยซ่อมแซมบ้านพักครู ซึ่งอยู่บริเวณติดรั้วหน้าโรงเรียน ส.ไทยเสรีอุตสาหกรรม3 หลังจากซ่อมแซมเสร็จตอนเย็นจึงได้ซื้อเหล้าและอาหารมาเลี้ยง โดยนั่งกินเหล้าบริเวณด้านหลังบ้านฯจนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.ตนได้เดินไปทำกิจกรรมที่ห้องศิลปะ ในโรงเรียนฯโดยปล่อยให้พรรคพวกนั่งกินเหล้าอยู่หลังบ้านฯ

 ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น.ได้เดินกลับมาที่บ้านเพื่อมาเอาสีไปทำกิจกรรมฯ เมื่อเดินมาถึงหลังบ้านก็พบว่านายภิญโญ หยิบกระโทก นอนหงายเสียชีวิตบริเวณที่นั่งกินเหล้า โดยมีนายสุรพงษ์ ชมชื่น ยืนถือไม้ยาวขนาด 1 เมตร อยู่ข้างศพนายภิญโญ ฯ โดยนายสุรพงษ์ฯบอกว่าที่ต้องฆ่านายภิญโญฯเนื่องจากแค้นนายภิญโญ มานานแล้วแต่เก็บอารมณ์ไว้ เนื่องจากนายภิญโญฯมาได้เสียเป็นสามีภรรยากับแม่ของตน และต่อมานายภิญโญ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงตน ได้ทะเลาะกับแม่ตน และนายภิญโญฯได้ใช้มีดฟันหัวแม่ตนจนได้รับบาดเจ็บ ทำให้ตนเจ็บแค้นและเก็บกดมานานจนกระทั่งได้โอกาสขณะนายภิญโญฯกินเหล้าเมา แล้วนอนหลับบริเวณข้างจุดที่กินเหล้า ทำให้นายสุรพงษ์ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาด้วยฉวยโอกาสใช้ไม้ท่อนยาวประมาณ 1 เมตร มาตีหัวและบริเวณหลังกกหูนายภิญโญฯจนเสียชีวิตคาที่

 นายประหยัดฯ เปิดเผยอีกว่า หลังจากหายตกตะลึง ตนเกิดความกลัวจึงร่วมกับนายสุรพงษ์ ฯอุ้มศพนายภิญโญฯขึ้นรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้าง ยี่ห้อฮอนด้า โนวา สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน นำศพนายภิญโญฯไปโยนทิ้งในป่าชุมชนบ้านป่าไร่ ซึ่งอยู่ห่างที่เกิดเหตุประมาณ 2 กม.โดยได้อำพรางศพ โดยนำมีดดาบมาไว้ในมือของศพนายภิญโญฯเพื่ออำพรางคดี

 พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เผยอีกว่าจากการสอบสวนนายพกฤษ สีทองหลาง ซึ่งนั่งกินเหล้ากับผู้ตายด้วยนั้นยังให้การปฏิเสธโดยบอกว่าได้ร่วมนั่งกินเหล้ากับผู้ตายด้วยจริงแต่เกิดเมาเลยขึ้นไปนอนบนบ้านพักนายประหยัดฯและตื่นขึ้นมาอีกทีก็เห็นว่านายภิญโญ ถูกนายสุรพงษ์ ฆ่าตายแล้ว จึงไม่รู้ไม่เห็นอะไร ซึ่ง จนท.ยังไม่ปักใจเชื่อจะต้องสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ส่วนนายสุรพงษ์ ชมชื่น ลูกเลี้ยงโหดรายนี้หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป ซึ่ง ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก ได้ขออำนาจศาลจังหวัดสระแก้ว ออกหมายจับแล้ว และคาดว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้