
แม่ทัพ2ยันแดงอีสานใช้พื้นที่นอกพ.ร.ก.ชุมนุม
แม่ทัพภาค 2 เผยแดงอีสานใช้พื้นที่ จว.นอก พรก.ฉุกเฉินเคลื่อนไหว ส่งเจ้าหน้าที่เข้าถกวอนยุติได้แล้ว พร้อมสั่งจับตาร้านจำหน่ายยางรถยนต์อีสานเข้ม หลังพบมีการก่อเหตุเผายางรถยนต์หลายพื้นที่ เผยจับกุมตัวผู้ลักลอบขนยางสร้างสถานการณ์ได้แล้วหลายราย ขณะที่มีรายงานข
(18พ.ค.) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา พลโทวีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เข้าประชุมรับทราบสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากผู้บังคับหน่วยทหารในสังกัด และผู้บัญชาการกองกำลังต่างๆใน 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกับได้มีการกำชับให้หน่วยทหารในแต่ละพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงโดยเฉพาะ 10 จังหวัดที่ได้มีการประกาศบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน อย่างเข้มงวด
พลโทวีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงพบว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานีเมื่อวานนี้ ได้มีการเคลื่อนขบวนไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด จากนั้นได้มีการรวมตัวกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประมาณ 1 ชั่วโมงแต่ก็สลายตัวไปในที่สุด
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าชี้แจงทำความเข้าใจถึงระเบียบข้องบังคับในการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ส่วนจังหวัดอื่นๆก็พบว่ายังคงมีการเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ และมีการเผายางรถยนต์ที่จังหวัดอุบลราชธานี แตะขณะนี้สถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ได้เรียกแกนนำในพื้นที่มาชี้แจงทำความเข้าใจถึงกฏระเบียบข้อบังคับ ตามประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ส่วนผู้ที่กระทำการนำยางรถยนต์มาเผาสร้างสถานการณ์นั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายแล้ว
พลโทวีร์วลิตฯ กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความพยายามของกลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่มพยายามที่จะใช้พื้นที่ที่ยังไม่ได้ประกาศบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน เป็นพื้นที่ชุมนุมเคลื่อนไหว จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่เชิญแกนนำมาทำชี้แจงทำความเข้าใจและขอความร่วมมือให้ยุติการกระทำซึ่งอาจจะนำไปสู่การสร้างสถานการณ์ความรุนแนงขึ้นได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทางแกนนำ
ส่วนพื้นที่ที่มีการประกาศบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน 10 จังหวัด จะยังไม่ถึงขั้นต้องปิดกั้นการชุมนุมในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง ยกเว้นจังหวัดนครราชสีมา ที่ได้มีการปิดกั้นพื้นที่การชุมนุมที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เนื่องจากได้มีการทำความเข้าใจมาเป็นระยะเวลาหลายวันแล้ว แต่ยังมีการฝ่าฝืน และเห็นว่าอาจจะเป็นจุดที่จะจุดชนวนจนนำไปสู่การสร้างสถานการณ์ความรุนแรงได้ ส่วนจังหวัดอื่นๆยังอยู่ในช่วงของการชี้แจงทำความเข้าใจซึ่งคาดว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และคงไม่จำเป็นจะต้องมีการปิดกั้นพื้นที่อย่างเช่นที่จังหวัดนครราชสีมา
อย่างไรก็ตาม แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่าขณะนี้ในพื้นที่หลายจังหวัดยังคงมีกลุ่มที่พยายามจะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ โดยเฉพาะการจุดไฟเผายางรถยนต์ ซึ่งตั้งแต่ที่ได้มีการประกาศบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ลักลอบขนยางรถยนต์ซึ่งคาดว่าจะนำไปก่อเหตุสร้างสถานการณ์ได้ในหลายพื้นที่ ดังนั้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในทุกจังหวัดจับตาและเฝ้าระวังตามร้านจำหน่ายยางรถยนต์ต่างๆในพื้นที่ เพื่อไม่ให้มีการลักลอบซื้อขายยางรถยนต์เพื่อนำไปใช้ในการก่อเหตุได้
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย ได้แถลงข่าวว่าจะให้ บรรดา สส.ในแต่ละจังหวัดระดมมวลชนเข้าสมทบ นปช.ที่กรุงเทพนั้น พลโทวีร์วลิต กล่าวว่า เชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าเสี่ยงที่จะกระทำการเช่นนั้น เพราะถือว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินอย่างชัดเจน และถึงแม้ว่าอาจจะมีบางส่วนที่จงใจจะขัด พรก.ฉุกเฉิน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจะไม่นิ่งเฉยและจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในการใช้กฎหมายสกัดกั้นอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้หลังจากที่มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉินใน 10 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 จังหวัดได้มีการออกหมายจับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่แล้วจังหวัดละ 1 คน ประกอบด้วย นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดนครราชสีมา , นายอดิศร เพียงเกษ แกนนำจังหวัดขอนแกน , นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำจังหวัดอุดรธานี และนายนิสิต สินธุไพร สส.พรรคเพื่อไทยจังหวัดร้อยเอ็ด



