
รวบมือขวา"เสธ.แดงหน.การ์ดนปช.
ศอฉ.จับมือขวาเสธ.แดงหัวหน้าคุมการ์ดนปช.ได้ อัดณัฐวุฒิก่อการร้ายตัวใหญ่ เหตุสั่งแดงย่อย หยุดยิงได้ ชี้ทหารพร้อมหยุดยิง หากแดงหยุดยิงทหาร มติผบ.หน่วยยังไม่ประกาศเคอร์ฟิว แต่อนาคตยังไม่แน่ ด้าน ตร.เผย จับกุมยางรถยนต์เก่าเตรียมนำเผา 9,021 เส้น
(18พ.ค.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุมศอฉ.ในช่วงเช้าที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ.เป็นประธานว่า ที่ประชุมมีการตรวจสอบสถานการณ์ทั้งในพื้นที่กรุงเทพ และต่างจังหวัด และมีความเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับประชาชนบริสุทธิ์ที่เกิดจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย แต่ติดอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ
ทั้งนี้ศอฉ.เป็นห่วงและอยากทำความเข้าใจกับประชาชนบางส่วนที่ไม่ได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร คือ เรื่องที่ 1 เรื่องคำว่า ก่อการร้าย หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมจึงไม่มีกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ ความจริงคือ คนไทย แต่มีพฤติกรรรมลักษณะการอาวุธสงครามที่จะทำร้ายทหาร ตำรวจ และประชาชนที่มาร่วมชุมนุม และประชาชนที่บริสุทธิ์ ซึ่งเรายอมไม่ได้ให้บุคคลเหล่านี้ถืออาวุธ เพราะอาวุธสงครามที่ใช้ในการควบคุมสถานการณ์จะมีได้เฉพาะทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงเท่านั้น เราคงไม่สามารถให้บุคคลอื่นมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง ทั้งนี้ผู้ก่อการร้ายมีพฤติกรรมชัดเจน ทั้งการทำร้ายประชาชน ปล้นสะดม สร้างสถานการณ์ ทำลายทรัพย์สินของประชาชนและราชการ
เรื่องที่สอง ประเด็นเกี่ยวกับการประกาศใช้เคอร์ฟิว วันนี้ได้มีการสอบถามกันอีกครั้งในที่ประชุมของทหาร ตำรวจภายหลังการประชุมศอฉ.ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ถามผบ.หน่วยคุมกำลังในพื้นที่ตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการกองพล และผู้บังการกรมว่า มีความต้องการหรือมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการประกาศเคอร์ฟิวอย่างไร ทุกคนเห็นตรงกันว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีความเหมาะสม เพราะขณะนี้เวลาค่ำคืน หลัง 5 ทุ่มประชาชนทั่วไปรับทราบข้อมูลข่าวสาร พอสมควร และวิตกกังวลรุ้สึกว่า ไม่ปลอดภัยก็จะไม่ออกจากบ้าน หรือเคหะสถาน
ดังนั้นการประกาศเคอร์ฟิวจะไม่ส่งผลใด ๆ ต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพราะยังมีกลุ่มก่อการร้ายออกมาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่และหากประกาศเคอร์ฟิวไปแล้ว ไม่มีผลในทางปฏิบัติ จะทำให้สังคมรู้สึกว่า มีข้อจำกัดมากขึ้น เมื่อชั่งน้ำหนักของผลได้และผลกระทบ มีความเห็นว่าเวลานี้ยังไม่เหมาะสมที่จะใช้เคอร์ฟิวแต่โอกาสวันข้างหน้ายังไม่แน่นอนต้องดูความเหมาะสมของสถานการณ์ในแต่ละช่วงไปก่อน
“เรื่องที่สาม ความห่วงใยประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ไม่ได้รับความสะดวก ต่อการออกมาใช้ชีวิตตามปกติทั้งที่บ่อนไก่ หรือราชปรารภ วันนี้ศอฉ.มอบหมายให้ตำรวจเร่งประสานงานเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนที่จะเข้าไปดูแลอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในเรื่องอาหารการกิน น้ำ และการควบคุมหากมีการวางเพลิง หรือเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงไฟฟ้า ประปา ที่ถูกตัดขาดจากการสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ ” โฆษกศอฉ.กล่าว
ประเด็นที่สี่คือเรื่องการทบทวนการใช้อาวุธของทหาร ตำรวจ ซึ่งที่ผ่านมาเราชี้แจงตลอดว่า การใช้อาวุธกระสุนจริง ก่อนการใช้มีขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เพราะมีความรุนแรงมาก อย่างไรก็ตามทหาร ตำรวจจะไม่ใช้อาวุธกับผู้ไม่มีอาวุธร้ายแรงในมือ หรือผู้ที่ไม่พยายามเฮโลมากดดันที่ด่านต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะห่าง ขณะนี้ผู้ก่อการร้ายพยายามนำกองยางมาตั้งเป็นบังเกอร์ใกล้แนวที่ทหาร ตำรวจตั้งด่าน ซึ่งเราไม่สามารถปล่อยให้มีการดำเนินการอย่างนั้นได้ จำเป็นต้องรักษาระยะห่างระหว่างแนวกองยาง กับด่านของเจ้าหน้าที่ไว้ที่ 350-400 เมตร เราพยายามใช้การยิงด้วยกระสุนจริงในพื้นที่ที่ไม่มีใครอยู่ เพื่อข่มขวัญ หรือป้องปรามไม่ให้มีความพยายามเคลื่อนกองยางเข้ามา แต่เขามีความพยายามตั้งกองยางเพื่อใช้อาวุธเอ็ม 79 ในการยิงทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเอ็ม 79 มีระยะหวังผลที่ 150 เมตร และมีพื้นที่หวังผล 350 เมตร
ดังนั้นไม่สามารถปล่อยให้บังเกอร์ผู้ก่อการร้ายมาอยู่ใกล้กับด่านเจ้าหน้าที่ในระยะใกล้กว่า 400 เมตรได้ ส่วนที่การตั้งข้อสงสัยว่า ขณะนี้ไม่มีทหารเสียชีวิตเลย เพราะเรานำมาบทเรียนเมื่อวันที่ 10 เม.ย.มาใช้ คือ ไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายหรือผู้ชุมนุมเข้าประชิดตัวได้และเราได้มีการใช้กระสุนจริงในการปฏิบัติภารกิจ
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า มีการต่อสายคุยกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น เป็นความพยายามของนายณัฐวุฒิที่จะติดต่อเจรจาด้วยการใช้คำว่า ขอให้ทหารหยุดยิง ศอฉ.เรียนมาตลอดว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจใช้กระสุนจริงต่อเมื่อถูกยิง ถูกกดดันด้วยอาวุธสงครามเข้ามาก่อน ดังนั้นหากให้ทหารหยุดยิง ไม่ใช่เรื่องยาก คือ การให้กลุ่มก่อการร้ายยุติการดำเนินการในลักษณะการทำร้ายเจ้าหน้าที่ เหมือนปวดหัวแล้วกินยาแก้ปวด แต่บอกว่า ให้เลิกกินยาก่อนแล้วจะหายปวดหัวเป็นไปไม่ได้ ต้องหายปวดหัว จึงค่อยเลิกกินยา
“นายณัฐวุฒิเป็นแกนนำในพื้นที่และพยายามบอกตลอดให้สังคมทราบว่า ไม่รู้ ไม่เห็นเกี่ยวกับการก่อการร้าย แต่ที่ผ่านมามีภาพ มีข้อมูลโยงใยว่า เป็นไปไม่ได้ที่แกนนำจะไม่รู้ว่ามีผู้ขนอาวุธ มีการตระเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ในพื้นที่จำนวนมาก แต่สิ่งที่นายณัฐวุฒิได้เผลอพูดออกมากับนายกอร์ปศักดิ์ว่า เขาสามารถที่จะเรียกคนที่ออกมาสร้างความวุ่นวายภายนอกทั้งการใช้อาวุธสงครามยิงเจ้าหน้าที่ ประชาชนนั้น กลับมาที่แยกราชประสงค์ได้แต่ขอให้ทหารหยุดยิงแล้วกัน ซึ่งหลักฐานชัดเจน และเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงได้ว่า นายณัฐวุฒิ คือ ผู้ก่อการร้ายตัวใหญ่ ”โฆษกศอฉ.กล่าว
เมื่อถามว่า ทำไมไม่ดำเนินการกลุ่มที่ซุ่มยิง อาคารชีวาไท พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารไม่สามารถดำเนินการ การปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพได้มากนัก เพราะกลุ่มก่อการร้ายมองภาพว่าเราเป็นคู่กรณีดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีความอ่อนตัวกว่า ซึ่งเมื่อเช้านี้ในที่ประชุม ศอฉ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ.ได้กำชับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.ให้เร่งรัดในเรื่องนี้ โดยด่วน เพราะเป็นความเดือดร้อนประชาชน ซึ่งเราจะละเลยเรื่องนี้ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ศอฉ.ประเมินสถานการณ์ต่อจากนี้อย่างไร พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ทุกคนอยากให้จบสิ้น แต่สิ่งที่เราดำเนินการ คือ ทำพื้นที่เรดโซนยุติให้ได้ก่อน วันนี้ต้องหวังพึ่งตำรวจอย่างมาก เพื่อทำให้สังคมเบาใจและทำให้ยุติไปได้ รวมถึงต้องดำเนินการควบคุมพื้นที่เรดโซนให้ได้ โดยเฉพาะเวทีปราศรัยย่อย ต้องไม่มี การจอดรถฟังการปราศรัยในพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และผู้ที่ขึ้นปราศรับต้องถูกหมายจับ ถ้าใครอยากจะฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถทำได้ตามอัธยาศัย แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการฟังการปราศรับเป็นการสนับสนุนการก่อการร้ายชัดเจน
พ.ต.อ.ทรงพล วัฒนชัย รองผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ในฐานะรองโฆษก บชน. กล่าวถึงความคืบหน้าการจับกุมผู้จำหน่ายยางรถยนต์เก่าว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการรายงานผลการจับกุมยางรถยนต์เก่า ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถอายัดและจับกุมยางรถเก่าได้ทั้งสิ้น 9,021 เส้น ซึ่งสามารถช่วยชะลอความเสียหายในการนำยางรถยนต์ไป่ก่อความเสียหายได้ระดับหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวน และดำเนินคดีกับผู้ทำความผิด ผู้เกี่ยวข้อง และผู้สนับสนุนต่อไป ดังนั้นอยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ที่ได้บันทึกภาพทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่เป็นการกระทำความผิดก่อความวุ่นวายของกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่าย ช่วยส่งภาพดังกล่าวให้กับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน
พ.ต.อ.ทรงพล กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้มีการจับกุมนายพิเชษฐ์ หรือ ภูมิกิตติ สุขจินดาทอง อายุ 50 ปี ที่บริเวณถนนสามเสน ซ.สามเสน 6 เขตดุสิต กทม. รับบทบาทเป็นการ์ดนปช. และรับมอบหมายเป็นหัวหน้าในการดูแลรับผิดชอบพื้นที่การชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ซึ่งขณะนี้ได้ทำการสืบสวนและควบคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากการตรวจสอบเบื้องต้นนายพิเชษฐ์ ถือเป็นแกนนำหลักคนหนึ่งในลักษณะที่เป็นการ์ดคอยปกป้องรักษาแนว ซึ่งเราได้นำปัญหาตรงนี้ไปร้องขอต่อศาล เพื่อให้ออกหมายจับ ซึ่งนำมาซึ่งการจับกุมตามหมายจับได้ ซึ่งเราสามารถจับได้ขณะที่เขาออกมานอกพื้นที่ชุมนุมเพราะเรามีการเฝ้าติดตาม
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวเสริมว่า นายพิเชษฐ์ เป็นมือขวาพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองงทัพบก และมีส่วนในการดำเนินการในลักษณะก่อการร้าย คุมการ์ดและควบคุมการปฏิบัติทางยุทธิวิธี ทั้งหลาย ถือว่า มีความหมายและเป็นผลดีอย่างมากต่อการปฏิบัติ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้อยู่เฉย แม้ว่าวันนี้การบีบวงล้อมพื้นที่เรดโซนยังไม่ได้ดำเนินการ แต่มีความพยายามที่จะจัดการกับกลุ่มผู้ที่ออกมานอกเขตเรดโซน เพื่อสร้างความวุ่นวาย



