
เพื่อไทยเผยมีส.ส.ปชป.ขอร่วมวงซักฟอก
ฝ่ายค้านชี้รัฐบาลให้เวลา 20 ชั่วโมงในการซักฟอกน้อยไป เตรียมเจรจาอีกรอบ เพื่อไทยแฉมีส.ส.ปชป.ขอร่วมวงซักฟอกด้วย ตั้ง"ทีมวิเคราะห์อภิปราย"-รับฟังความเห็น ปชช . แนะเกาะติดศึกซักฟอก วิปฝ่ายค้าน-รัฐบาลได้ข้อสรุปกรอบศึกซักฟอก2วัน 28ชม.
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 18 มี.ค. ที่รัฐสภา นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงภายหลังการประชุมคณะเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ขณะนี้ เราพยายามบีบเรื่องเวลา โดยมีตัวบุคคลที่จะอภิปรายทั้งหมด 40 คน แบ่งเป็นชุดที่จะอภิปรายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ 20 คน ชุดที่จะอภิปรายนายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง 9 ถึง 10 คน และชุดที่จะอภิปรายนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยและนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย 10 คน
ทั้งนี้ เวลาที่จะอภิปรายในซีกของฝ่ายค้าน ที่ยังไม่รวมการตอบโต้ของรัฐมนตรีทั้งสิ้น 20 ชั่วโมง ซึ่งวันนี้ (18 มี.ค.) เวลา 17.30 น. มีการหารือกับวิปรัฐบาล เพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เวลา 20 ชม.น้อยไปหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า หากมีการพาดพิงรัฐมนตรี ก็จะยิ่งยืดยาวออกไปอีก ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วควรใช้เวลา 3 วัน และฝ่ายค้านควรมีเวลาไม่ต่ำกว่า 30 ชม. ซึ่งจะหารือกับวิปรัฐบาลในประเด็นนี้ด้วย รวมทั้งจะต้องมีการพูดคุยถึงกรณีที่มีการพูดพาดพิง ถึงรัฐมนตรีกระทรวงที่ไม่ได้ยื่นอภิปรายด้วย เพราะหากคันมือ คันไม้ หรือคันปาก ลุกขึ้นมาตอบโต้ เมื่อนโยบายเป็นของรัฐบาล และพาดพิงไปถึงรัฐมนตรีบางกระทรวงโดยเฉพาะกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ก็ต้องขออนุญาตให้นายกฯเป็นคนตอบ เพราะเป็นผู้แถลงนโยบาย
ส่วนมีกระทรวงใดที่ถูกพาดพิงบ้างนั้น นายวิทยา กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลัง ซึ่งเห็นได้ชัดว่า นโยบายไม่สามารถทำได้ หรือทำได้แต่ส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชั่น
สำหรับกรณีที่บริษัท ทีพีไอ จะฟ้องร้องหากมีการอภิปรายพาดพิงนั้น นายวิทยา กล่าวว่า ผู้อภิปรายทุกคนรับผิดชอบอยู่แล้ว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็เป็นถึงดอกเตอร์ทางกฏหมาย และส.ส.เองในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ต้องระมัดระวังอยู่แล้ว
ส่วนหากไม่มีการขยายวันอภิปราย ฝ่ายค้านจะใช้วิธีวอล์คเอาท์หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น ตรงนี้นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯก็บอกแล้วว่า สามารถใช้ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 21 ได้ และนายอภิสิทธิ์ ก็คงไม่ใจแคบ เพราะเป็นคนพูดเองว่า ยินดีถ้าฝ่ายค้านจะขอ
ส่วนพรรคประชาราช มีส่วนร่วมอภิปรายในครั้งนี้ด้วยหรือไม่นั้น นายวิทยา กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็มีคนในพรรคประชาราชส่งข้อมูลมา ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล ที่ดูเหมือนว่า ไม่พัฒนาทรัพยากรบุคคล
"ยังมีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนมาขออภิปรายด้วย โดยถามทีเล่นทีจริงว่า ยังมีเวลาเหลือหรือไม่ ซึ่งผมได้ตอบไปว่า ถ้ามีเวลาก็ค่อยว่ากัน ขอบริหารเวลาให้คนของเราได้อภิปรายก่อน"นายวิทยา กล่าวและว่า จะเชิญชวนส.ส.พรรคเพื่อไทย ใส่เน็คไทสีดำ ตลอดการอภิปรายทั้ง 2 วันด้วย เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้กับพรรคประชาธิปัตย์
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านคาดหวังว่า ส.ส.รัฐบาลจะงดออกเสียง ในการโหวตให้นายกษิตมากน้อยเพียงใด นายวิทยา กล่าวว่า โดยจิตสำนึกของฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว น่าจะทำให้ตาสว่างได้บ้าง โดยเฉพาะอยากจะให้นายอภิสิทธิ์ได้ตาสว่างมากที่สุด
นายวิทยา ยังกล่าวถึงผู้ที่จะอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีด้วยว่า ในส่วนของนายกฯนั้น ผู้อภิปรายจะมี อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ และนายจตุพร พรมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน
ส่วนกระทรวงการคลัง ผู้ที่อภิปรายจะมีอาทิ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน นายสุรพงศ์ และนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน สำหรับนายกษิตนั้น เชื่อว่า แค่นายจตุพร ขึ้นอภิปรายก็น็อคนายอภิสิทธิ์ได้แล้ว
พท.ตั้ง”ทีมวิเคราะห์อภิปราย” รับฟังความคิดเห็นปชช.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคได้ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ผลการอภิปราย ประกอบด้วย นายพีระพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่และนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน เพื่อวิเคราะห์ผลอภิปรายว่าขาดประเด็นใดบ้างและควรจะเพิ่มประเด็นอะไร
ทั้งนี้ พรรคได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการอภิปราย ซึ่งสามารถโทรเข้ามายัง Call Center หมายเลข 02-653-4000 หรือแสดงความเห็นผ่านเว็บไซด์ www.ptp.or.th เกี่ยวกับการอภิปรายครั้งนี้และเสนอแนะข้อมูลได้ จะมีทีมงานโฆษกพรรคทำการรวบรวมเพื่อประสานข้อมูลไปให้ทีมอภิปรายเพื่อประกอบการอภิปรายด้วย ขณะนี้ได้มีประชาชนสะท้อนความคิดเห็นเข้ามายัง Call Center ของพรรคพบว่า อยากให้มีการดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯมากที่สุด รองลงมากรณีการแจกเงิน 2,000 บาทของรัฐบาลชุดนี้ กรณีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศและนโยบายเศรษฐกิจและคนตกงานเป็นต้น
นอกจากนี้ พรรคได้จัดทำโพลล์สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ โดยสำรวจตัวอย่างหลากหลายและกระจายทุกสาขาอาชีพทุกระดับว่าได้ฟังอภิปรายแล้วรู้สึกอย่างไร เข้าใจข้อมูลหลักฐานของพรรคฝ่ายค้านอย่างไรและหลังเสร็จสิ้นจะสรุปผลสำรวจจากทั่วประเทศถึงการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านครั้งนี้
พท.แนะปชช.เกาะติดศึกซักฟอก-เน้นฟังเนื้อหา
นายกมล บันไดเพชร คณะทำงานฝ่ายการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และไม่ถูกต้องอย่างไร โดยพรรคฝ่ายค้านจะได้อภิปรายติติง ว่าควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ถ้าไม่ดีก็ต้องแก้ไขซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน โดยประชาชนที่จะติดตามการอภิปรายนั้นควรพิจารณาดูที่เนื้อหา สาระสำคัญของผู้อภิปรายเป็นหลัก เนื่องจากผู้อภิปรายทุกคนมีความตั้งใจในการนำเสนอข้อมูล ดังนั้นเป็นเรื่องที่ฝ่ายบริหารโดยเฉพาะรัฐบาล จะต้องแก้ข้อกล่าวหาอย่างมีเหตุผล ตอบได้ตรงประเด็นหรือไม่ เพราะบางรัฐมนตรีอาจมีการตอบเลี่ยงเบี่ยงเบนประเด็นทำให้สับสน ทั้งๆที่ประเด็นการอภิปรายเป็นเรื่องการบริหารราชการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง หากบริหารงานไม่ดี มีประวัติด่างพร้อยแล้ว นโยบายและแผนงานที่จะทำก็ส่อในทางไม่สุจริต
“ดังนั้นในการอภิปรายครั้งนี้ จึงอยากให้ประชาชนได้ติดตามข้อมูลการอภิปรายของฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ แนวทางที่รัฐบาลจะแก้ไขปัญหา ทางฝ่ายค้านจะต้องท้วงติงว่าไม่ถูกต้อง ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรประชาชนเห็นด้วยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ครั้งนี้อยากให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลด้วย”นายกมล กล่าว
วิปฝ่ายค้าน-รัฐบาลได้ข้อสรุปกรอบศึกซักฟอก2วัน 28ชม.
เมื่อเวลา 18.20 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปตรงกันว่า จะใช้เวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 วัน รวม 28 ชั่วโมง โดยฝ่ายค้านได้รับการจัดสรรเวลาจำนวน 20 ชั่วโมงรวมการอภิปรายสรุปในวันสุดท้ายด้วย ที่เหลือเป็นการชี้แจงของนายกฯ และ 5 รัฐมนตรี ส่วนช่วงเวลาที่มีการประท้วง และใช้สิทธิพาดพิงนั้น ฝ่ายไหนใช้สิทธิ์ดังกล่าวก็จะนำเวลาไปรวมกับฝ่ายนั้น คาดว่าบริหารเวลาได้ตามนี้จะสามารถลงมติได้ในวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. ทั้งนี้ฝ่ายค้านแจ้งมาว่าจะมีผู้อภิปรายจำนวน 30 กว่าคน แต่ละคนจะใช้เวลาไม่มากประมาณ 20 นาที จึงอยู่ที่ฝ่ายค้านจะจัดสรรเวลากันเอง โดยรับปากว่าจะไม่มีการพาดพิงบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยไม่จำเป็น
นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า โดยได้ลำดับบุคคลที่ถูกอภิปรายคร่าว ๆ คือวันแรกจะอภิปรายนายกรัฐมนตรี นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ส่วนวันที่สอง จะมีนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงษ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย แต่อาจสลับเปลี่ยนเป็นนายกรณ์ ถูกอภิปรายคนสุดท้ายก็ได้ส่วนที่ประธานวิปฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์จะใช้ข้อบังคับการประชุมที่ 21 ในการขยายเวลาการอภิปรายนั้น ก็ต้องดูสถานการณ์ก่อน อะไรที่เป็นประโยชน์ในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านเราก็จะให้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภาดังกล่าวทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที. ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ของวันที่ 19 มี.ค.จนจบการอภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนัดหารือจัดสรรเวลาการอภิปรายเป็นไปอย่างฉุกละหุก โดยเดิมทีได้นัดหารือกันระหว่างประธานวิปรัฐบาลและประธานวิปฝ่ายค้านในเวลา 14.00 น. แต่ปรากฎว่าทางวิปฝ่ายค้านยังไม่พร้อม ขอเวลาหารือกันในพรรคเพื่อไทยก่อน จึงเลื่อนการประชุมออกไปเป็นเวลา 17.00 น.จึงได้ข้อสรุป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายชินวรณ์ ได้รายงานผลการประชุมวิปทั้งสองฝ่ายให้นายกฯได้รับทราบ โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 10 นาที จากนั้น นายชินวรณ์ ได้เรียกประชุมวิปรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อสรุปและประเมินสถานการณ์การประชุม
มีรายงานข่าวจากวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ หลังจากที่พรรคฝ่ายค้านได้ประกาศพาดพิงถึงรัฐมนตรีที่ไม่ได้ยื่นญัตติ อภิปราย ล่าสุดวิปรัฐบาลได้แจ้งให้รัฐมนตรีที่อาจจะถูกฝ่ายค้านพาดพิงได้เตรียมตัว และเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงพรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษา นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิช นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนะธรรม ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.ไอซีที
นอกจากนี้ ยังมีแกนนำและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน และน.ส.สุพัชรี ธรรมาเพ็ชร์ ส.ส.พัทลุง ได้ซักซ้อมและเตรียมข้อมูลในการอภิปรายด้วย
มีรายงานข่าวระบุว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ว่ารัฐบาลจะมีการตั้งวอร์รูม และคระทำงานขึ้นมาช่วยงานรัฐมนตรีในการจัดเตรียมข้อมูลแต่ปรากฏว่า รัฐมนตรีแต่ละพรรคเกิดความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน ได้มีการตั้งวอร์รูมของแต่ละคนขึ้นมาเอง เพื่อประสานข้อมูลกับวิปรัฐบาล แม้ว่าวิปรับบาลจะมีการสรุปประเด็นและรายละเอียดการชี้แจงตามญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่พรรคฝ่ายค้าน แต่รัฐมนตรีแต่ละคนได้มีการเตรียมข้อมูลเพิ่มเผื่อมีการพาดพิง หรือมีข้อมูลใหม่ และหากมีพาดพิงถึงข้อมูลวอร์รูมของรัฐมนตรีก็จะได้เตรียมข้อมูลได้ทันการอภิปราย



