
เลขาฯยูเอ็นย้ำให้รัฐบาลไทยเจรจากับเสื้อแดง
สเตรทส์ ไทม์ส ระบุ การแตกแยกในกองกำลังความมั่นคง ทำให้ปฏิบัติการบีบเสื้อแดงไร้ประสิทธิภาพ ด้านเลขาฯยูเอ็นย้ำอีกครั้งให้รัฐบาลไทยเจรจากับคนเสื้อแดง
(18พ.ค.) เว็บไซท์หนังสือพิมพ์สเตรท ไทม์ส ของสิงคโปร์ ได้รายงานในประเด็นความแตกแยกของการปฏิบัติหน้าที่ทหารและตำรวจที่สนธิกำลังกันว่า ทหารถูกเล่นงานด้วยแก๊สน้ำตาของตนเองส่วนตำรวจตำรวจพากันแตกฮือ เพราะเสียงลูกโป่งแตก ส่วนแกนนำคนดัง ที่แม้จะถูกตำรวจปิดล้อม ก็สามารถโรยตัวเองลงมาจากระเบียงโรงแรม ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้สนับสนุน
ในช่วงเวลา 2 เดือนแห่งการเผชิญหน้า ระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงกับคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ กลับกลายเป็นฝ่ายคนเสื้อแดงที่มีเวลาจัดการตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทหารกลายเป็นกองกำลังทุกพลภาพ มีแต่ความแตกแยกและต่อสู้กันเองภายใน ทหารบางกลุ่ม แสดงให้เห็นว่า ไม่อยากปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล
เจ้าหน้าที่รัฐบางคนแสดงความสนิทสนมอย่างเปิดเผยกับคนเสื้อแดง ที่เป็นการรวมตัวกันระหว่างคนต่างจังหวัดกับคนยากจนในเมืองใหญ่และแทนที่ยับยั้งการเคลื่อนไหวของผู้ประท้วง ขณะที่ยังเปราะบาง กลับปล่อยให้การประท้วงเลยเถิด บานเป็นดอกเห็ดและยังสร้างป้อมปราการป้องกันตนเองอีกด้วย
แอนโธนี่ เดวิส นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง ที่มีสำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า ถ้าการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและการยืนหยัดอยู่ได้ของคนเสื้อแดง นำมาซึ่งความประหลาดใจ การแสดงผลงานของกองกำลังรักษาความมั่นคง ก็รังแต่จะทำให้น่าวิตกเท่านั้น เพราะมันแสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพ และทำให้เมืองหลวงต้องยอมศิโรราบต่อผู้ชุมนุมโดยสิ้นเชิง
ทางการได้พยายามจะบีบพื้นที่ 3 ตารางกิโลเมตร ที่ถูกคนเสื้อแดงยึดเอาไว้ ขณะที่ผู้ประท้วงที่เป็นแดงพันธุ์แท้ ยังคงปักหลักอยู่ด้านหลังแนวกั้นที่ทำด้วยยางรถยนต์และไม้ไผ่เหลาแหลม รัฐบาลได้แต่หวังว่าจะกดดันผู้ประท้วงได้ หลังจากมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 66 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 1,600 คน แต่ก็มีสัญญาณบ่งชี้ว่า แผนการของรัฐบาลกำลังจะได้ผล เพราะมีการระบุว่า ตัวเลขผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุม ได้ลดลงจาก 1 หมื่นคน เหลือ 3 พันคนแล้ว แต่ปฏิบัติการก็ยังมีทั้งไร้ผลและนองเลือดปะปนกัน
สำนักข่าวดีพีเอ รายงานว่า นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติแถลงเรียกร้องซ้ำอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ให้รัฐบาลไทยและผู้ชุมนุมเสื้อแดงแสดงความอดกลั้น และหันหน้าเข้าเจรจากันเพื่อยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น



