
"เด็ก-คนชรา"ปักหลักสู้ขอบขัณฑสีมา..วัดปทุมฯ
พลันที่ ศอฉ.ประกาศเตือนให้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงพ้นจากราชประสงค์ภายในบ่ายสามโมง วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 บรรดาเด็กและผู้หญิงก็ทยอยเข้าไปหลบอยู่ในวัดปทุมวนารามทันที !?!
ภายในอาณาบริเวณวัดมีการตั้งเต็นท์ผ้าใบหลายหลัง สำหรับใช้เป็นที่อาศัยของผู้ชุมนุม วัดที่เคยกว้างโล่ง มาวันนี้คลาคล่ำไปด้วยเด็ก ผู้หญิง และกองทัพสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศร่วม 500 กว่าคน ประกอบกับสภากาชาดไทยนำถุงยังชีพมาแจกจ่ายทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสับสน
"จอย" หญิงสาววัย 27 ปีจากพิษณุโลก กระเตงลูกวัยขวบเศษอยู่กับเอว เธอกับสามีหอบหิ้วลูกๆ 4 คน วัย 4 ขวบ 3 ขวบ 2 ขวบ และ 1 ขวบ มาร่วมชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน เป็นต้นมา โดยสามีรับทำหน้าที่เป็นการ์ดให้แก่เสื้อแดงด้วย
ในยามปกติจอยกับลูกๆ จะอาศัยอยู่ในเต็นท์แนวร่วมประธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บนถนนราชดำริติดๆ กับเวทีปราศรัย แต่ตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 14 พฤษภาคม เป็นต้นมา รัฐบาลและ ศอฉ.ตัดสินใจใช้กำลังทหารกระชับพื้นที่เลยตัดสินใจพาลูกทั้งสี่คนเข้ามาอาศัยอยู่ในวัดปทุมวนารามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
จอยบอกว่า เธอไม่สามารถนำลูกๆ ไปฝากให้ใครดูแลได้ เลยต้องหอบกระเตงกันมาทั้ง 6 คน พ่อแม่ลูก และถึงแม้ว่ารัฐบาลจะล้อมปราบก็จะไม่ขอออกไปจากพื้นที่ชุมนุม
"เราต้องการชนะ ถ้ารัฐบาลจะปราบปรามจริงก็ให้เข้ามาเลยจะสู้สุดฤทธิ์ ถ้ากล้าเข้ามาทำร้ายประชาชนถึงในวัดได้แล้วล่ะก็ จะไม่ยอมเด็ดขาด" จอยยืนยันเสียงแข็ง
ดูเหมือนว่าคุณแม่ยังสาวที่พาลูกเล็กมาร่วมชุมนุมด้วยจะไม่ได้มีแค่จอยเท่านั้น "เอ๋" คุณแม่วัย 23 ปี มีลูก 3 คน วัย 4 ขวบเศษ 3 ขวบเศษ และเกือบ 2 ขวบ ตัดสินใจทิ้งลูกคนโตกับคนกลางไว้กับแม่ที่ปทุมธานี แล้วพาเจ้าตัวเล็กติดอกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย เพราะยังไม่หย่านมแม่ เอ๋ยืนยันว่า จะไม่ขอออกพ้นพื้นที่ราชประสงค์ และไม่ประสงค์จะเข้ามาหลบอยู่ในวัดปทุมวนารามเหมือนแม่ลูกคนอื่นๆ
เอ๋อาศัยหลับนอนอยู่แถวห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อทราบข่าวสภากาชาดไทยนำสิ่งของมาแจกในวัดปทุมวนารามเลยเข้ามารับของแล้วก็จะกลับไปอยู่ที่เดิม เธอเชื่อว่าถ้ารัฐบาลตั้งใจจะปราบผู้ชุมนุมแล้ว อยู่ตรงไหนก็คงไม่ปลอดภัย !?!
"ตอน 11 โมงเช้าวันนี้ แม่ก็โทรมาบอกให้กลับบ้าน คิดถึงลูกอีก 2 คนเหมือนกันนะ แต่ต้องอยู่สู้ต่อไป ถ้าตัวตายลูกก็คงอยู่ไม่ได้ก็ถือเป็นชะตากรรมของลูกเอง" เอ๋ปลง
นอกจากกลุ่มแม่ลูกแล้วยังมีบรรดาปู่ย่า ตายายที่พาหลานๆ อพยพเข้ามาอยู่ในเขตอภัยทานแห่งนี้ด้วย !
"มะลิวัลย์" วัย 53 ปี ได้พาหลานๆ วัย 12 ขวบ 10 ขวบ และ 5 ขวบจากบางบัวทอง จ.นนทบุรี มาปักหลักร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน เป็นต้นมา เลยต้องหยุดอาชีพทำมาค้าขายตามไปด้วย กระนั้นคุณยายของหลานๆ รายนี้ก็ไม่เดือดร้อนอะไร เธอบอกว่าอยู่ที่นี่มีข้าวให้กิน มีที่ให้นอนปกติดี
เดิมทีมะลิวัลย์กับเด็กๆ จะนอนอยู่ใต้รถไฟฟ้าบีทีเอสหลังเวทีปราศรัย พอรัฐบาลยื่นคำขาดให้ออกจากราชประสงค์ เธอจึงพาหลานๆ หลบเข้ามาอยู่ในวัดเหมือนกับเด็กและคนชราคนอื่นๆ พร้อมกันยืนยันว่าตัวเธอและหลานจะอยู่สู้ต่อไป ทว่าในใจลึกๆ ก็ยังมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ใช้กำลังกับเด็กและสตรี เพราะคนกลุ่มนี้มาเรียกร้องประธิปไตยอย่างแท้จริง
ด้าน "ฐิตาภา เลอบอรส์" อายุ 44 ปี รองประธานชมรมคนรักพีเพิล บอกว่า หากมีอะไรเกิดขึ้น แม้เธอจะเป็นแค่ผู้หญิงแต่ก็แข็งแรง จะอาสาสมัครดูแลเด็กและผู้หญิงในวัดด้วยตัวเธอเอง แม้จะไม่มีใครมาสั่งก็ตาม
ฐิตาภามีสามีเป็นชาวต่างชาติและไม่เห็นด้วยที่เธอออกมาทำเช่นนี้ แต่เธอไม่ชอบวิธีที่รัฐบาลใช้จัดการกับผู้ชุมนุม ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องเฝ้าระหว่างนี้ คือ เด็กๆ ในวัดกว่า 100 คน หากมีการล้อมปราบจริงจะกำชับให้ทุกคนหมอบลงกับพื้น ไม่ใช่แตกตื่นวิ่งหนี เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุเหยียบกันตายได้
บรรยากาศในวัดปทุมวนารามตั้งแต่บ่ายเป็นต้นมา สภากาชาดไทยได้นำถุงยังชีพและน้ำเปล่ามาแจกจ่ายแก่เด็กและสตรี แต่ช่วงหลังๆ มีกลุ่มผู้ชายมาต่อแถวรับของด้วยเหมือนกัน ในถุงยังชีพจะประกอบด้วยโอวัลติน ปลากระป๋อง น้ำพริก แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าขนหนู สบู่ แชมพู ขณะเดียวกันก่อนบ่ายสามโมงเล็กน้อยบรรดาสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศต่างทยอยเข้าสังเกตการณ์ว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และรัฐบาลจะจัดการกับเด็กและสตรีอย่างไร



