
รู้กันวันนี้2วงแดงอยู่หรือสลาย
หลังเส้นตายของ ศอฉ. เวลา 15.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม ไม่ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในจุดปะทะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนบ่อนไก่ สามเหลี่ยมดินแดง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เสียงปืน ระเบิดเพลิง ยังคงหนาแน่นในจุดเหล่านี้
ส่วนที่สี่แยกราชประสงค์ ก็ไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ท่าทีของแกนนำคนเสื้อแดงยังคงเรียกร้องให้ฝ่ายทหารหยุดยิงแลกกับการรับปากประสานกับกลุ่มที่อยู่รอบนอกให้หันมาตั้งเวทีย่อยประสานงานกับเวทีใหญ่ราชประสงค์
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยื่นเงื่อนไขหยุดยิงต้องหยุดชุมนุม พร้อมกับกระชับวงล้อมสี่แยกราชประสงค์มาจนเหลือระยะทางประมาณ 100 เมตรเท่านั้น
หน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินว่า สถานการณ์เช่นนี้ต้องมองเป็น 2 วง
วงแรกคือ วงนอก มวลชนเสื้อแดงตามชุมชนต่างๆ ที่ปะทะกับตำรวจ ด้วยระเบิดเพลิง ระเบิดปิงปอง และมีอาวุธสงครามรวมทั้งปืนพก คอยยิงมาประปราย
ส่วนวงในนั้น เป็นวงที่แกนนำเสื้อแดง ซึ่งยังคงเป็นสามเกลอ และมวลชนที่มีอยู่ราว 2,000 คน
สำหรับวงในนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงเชื่อว่า ยังมีกองกำลังติดอาวุธอีกจำนวนหนึ่ง
ถึงแม้ว่าจุดปะทะกับทหารในวงนอกจะยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อพ้น "เส้นตาย" ไปแล้ว หน่วยงานด้านความมั่นคงก็เชื่อว่า เมื่อทหารตั้งแนวได้แล้ว หากกลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาปะทะ ก็เกรงว่าจะสูญเสียเปล่าๆ
เพราะทหารก็คงไม่รุกไปมากกว่านี้อีกแล้วสำหรับวันที่ 17 พฤษภาคม
แต่หากเป็นเช้าวันที่ 18 พฤษภาคม ล่ะก็มีโอกาสเป็นไปได้สูง !
เพราะท่าทีของทหารที่รุกเข้ามาจนประชิดแนวกั้นของเวทีราชประสงค์แล้วนั้น สร้างความหวาดหวั่นให้แก่คนในพื้นที่ชุมนุม โดยเฉพาะบรรดาแกนนำ ที่น่าจะพยายามเสนอเงื่อนไขใหม่
เพราะประเมินแล้วว่า หากการเข้าสลายการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ หลังจากให้โอกาสผู้ที่ไม่อยากมีความผิดได้ตัดสินใจกลับบ้านแล้ว หากเกิดความสูญเสียไปบ้าง ก็น่าจะคุ้มกับการเข้าสลายเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ส่วน "วงนอก" ที่เต็มไปด้วยวัยรุ่น มอเตอร์ไซค์ ที่มีระเบิดเพลิง ระเบิดปิงปองนั้น เมื่อ "วงใน" อยู่ไม่ได้ "วงนอก" ก็ยากจะก่อกวน เพราะจะเจอกับมาตรการขั้นเด็ดขาดจาก ศอฉ. เพราะนี่เท่ากับการก่อวินาศกรรม และเป็นกบฏ
อย่างไรก็ตาม ก็ยังพอมีทางลงสำหรับแกนนำที่สี่แยกราชประสงค์ ที่จะลงด้วยอาการครบ 32 หากว่า การเจรจาเป็นได้ด้วยดี
เพราะในวันนี้ แกนนำเสื้อแดงคงจะเห็นแล้วว่า เมื่อทหารบุกมาประชิดแนวกั้นแดนแล้ว การต่อรองก็ทำได้เพียง "ซื้อเวลาเท่านั้น"
ที่สำคัญความปลอดภัยของบรรดาแกนนำทั้งหลายก็กลับเข้าสู่ภาวะวิกฤติอีกครั้ง หลังจากจำนวนคนในที่ชุมนุมเริ่มลดน้อยถอยลง
ขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อกับผู้บงการความปั่นป่วนภายนอก หรือ "วงนอก" ก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่า จะสั่งให้ยุติอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้จริงหรือไม่
เพราะแม้แต่ "วงใน" ที่บรรดาแกนนำน่าจะเป็นคนสั่งการ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้หมายความว่า มติของแกนนำคือที่สุดแล้ว
เหตุการณ์ที่ เสธ.แดง ถูกยิง มันอาจจะ "บังเอิญ" เกิดขึ้นกับแกนนำคนใดก็ได้...โดยเฉพาะในยามที่รับรู้กันว่า ความพ่ายแพ้กำลังจะมาทักทายอีกครั้ง
ค่ำคืนวันที่ 17 พฤษภาคม จึงเป็นค่ำคืนที่ระทึกของแกนนำคนเสื้อแดง
นอกจากความหวาดหวั่นที่เริ่มจะเกาะกุมหัวใจ นอกจากจะคิดถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ตอนนี้ ผละหนีจากไป ไม่ว่าจะเป็น วิสา คัญทัพ พร้อมเมีย อดิศร เพียงเกษ หรือกระทั่ง วีระ มุสิกพงศ์ ที่จู่ๆ ก็หายไป ก็ยิ่งระทดท้อ
ยิ่งรับรู้ว่า ในบรรดาแกนนำนั้น แตกออกเป็นสองเสี่ยง ฝ่ายหนึ่งอยากหาทางลง อีกฝ่ายลงไม่ได้เพราะคดีติดตัวมากมายเกินไปก็ยิ่งเสี่ยงหนักเข้าไปอีก
ถึงแม้เป้าหมายส่วนหนึ่งที่คนชักใย จะเลือก "สื่อ" เป็นเหยื่อ เพื่อนำไปเป็นประเด็นฟ้องไปทั่วโลก แต่นั่นก็มีมาตรการป้องกันกันไปเรียบร้อยหมดแล้วสำหรับในส่วนของสื่อเอง
โอกาสที่สื่อจะตกเป็นเหยื่ออีกต่อไปนั้น น้อยเต็มที และไม่น่าจะมีผลกับการลุกฮือขึ้นมาอีกครั้งของกลุ่มคนเสื้อแดง
ถึงแม้จะมีกระแสข่าวว่า อดีตนักรบ นักเลงหัวไม้ อาสาสมัคร ที่ทยอยเข้ามาเพื่อรับอาวุธแล้วเข้าลุยกับทหารนั้นมาถึงและพร้อมแล้ว แต่สภาพที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา มันทำได้เพียงความย่อยยับของเมืองหลวง แต่ไม่ได้ทำให้รัฐบาลหยุดยั้งแนวความคิดที่จะสลายการชุมนุม
ขณะเดียวกัน กระแสข่าวที่ได้รับมานั้น ระบุชัดเจนว่า ศอฉ.กำลังจะปรับเปลี่ยน หรืออาจปรับเปลี่ยนแนวทางไปแล้วก็เป็นได้
จากที่เคยตั้งรับหรือรอให้เหตุเกิดแล้วค่อยเข้าไปแก้ปัญหา นับจากนี้ไปก็อาจใช้วิธีรุกเพื่อป้องกันเรื่องจะเกิด
นั่นย่อมหมายความว่า ศอฉ.ก็ประเมินแล้วว่า เมื่อกำลัง "วงนอก" อยู่เท่านี้ และบล็อกอยู่แล้ว การตัดสินใจเข้าสลายการชุมนุมที่วงใน จากที่เดิมคนเสื้อแดงเตรียมไว้ให้เป็น "พื้นที่สังหาร" เอาเข้าจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น
เอาเข้าจริงแกนนำคนเสื้อแดงบางคนอาจไม่มีโอกาสเห็นพื้นที่สังหารเสียด้วยซ้ำไป !
สมถวิล เทพสวัสดิ์ /ศรุติ ศรุตา



