ข่าว

เรื่องเล่าจากเมืองลาว (3)

เรื่องเล่าจากเมืองลาว (3)

18 พ.ค. 2553

จากเมืองเชียงขวาง ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลักเพียงแห่งเดียว แต่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คือ ทุ่งไหหิน ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นไหเหล้าขนาดยักษ์ของคนโบราณ หรือเป็นภาชนะสำหรับบรรจุกระดูกผู้ตายตามความเชื่อของคนดึกดำบรรพ์ แต่ก็เป็นสถานที่ท่องเที

 แต่แม้ว่าเชียงขวางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวดึงดูดใจผู้คนเพียงแห่งเดียว แต่ด้วยความที่ยังเป็นเมืองบริสุทธิ์และเป็นทางผ่านไปยังเดียนเบียนฟู และฮานอย ของเวียดนามได้ และยังมีระยะทางไปสู่หลวงพระบางเพียงแค่ไม่ถึง 300 กิโลเมตร หากมีการวางแผนการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้ถูกจุด    ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักเชียงขวางมากขึ้นกว่าทุกวันนี้ อนาคตของเชียงขวางจึงมีโอกาสเติบโตได้อีกไม่น้อย

 จากเชียงขวาง ผมพาคณะขับรถย้อนกลับมาบนเส้นทางเดิม ก่อนที่จะไปเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 13 อีกครั้งหนึ่ง มุ่งหน้าเข้าหลวงพระบาง ซึ่งเป็นเมืองที่ทำเงินด้านการท่องเที่ยวสูงสุดของลาว บ้านเรือนและวิถีชีวิตของผู้คนที่หลวงพระบางไม่แตกต่างจากทางภาคเหนือของประเทศไทยเมื่อสี่ห้าสิบปีที่แล้ว แม้แต่ภาษาพูดก็ใกล้เคียงกับคำเมืองที่คนทางภาคเหนือของไทยใช้กัน

 ถนนเจ้าฟ้างุ้ม เป็นสถานที่ซึ่งเมืองหลวงพระบางใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวได้คุ้มค่าที่สุด เพราะในยามเช้าที่พระอาทิตย์เริ่มทอแสง โปรแกรมการท่องเที่ยวของคนไทยทุกคณะที่มาหลวงพระบาง ก็จะพากันมาที่ถนนแห่งนี้เพื่อใส่บาตรพระสงฆ์ที่เดินบิณฑบาตเป็นแถวยาวสุดลูกหูลูกตา

 คนลาวจะใส่บาตรโดยควักข้าวเหนียวปั้นขนาดพอเหมาะหย่อนลงในบาตรพระเพียงอย่างเดียว จะไม่มีการใส่กับข้าวหรือขวดน้ำตามลงไปด้วย ของคาวของหวานหากต้องการถวายพระไปฉันกับข้าวเหนียว เขาจะตามไปถวายพระถึงที่วัดหลังจากการใส่บาตรแล้วเท่านั้น

 ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสนำคณะคนไทยไปใส่บาตรที่หลวงพระบาง นอกจากจะเตือนให้ใส่บาตรเฉพาะข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียวแล้ว ผมยังประกาศให้ทราบกันโดยทั่วหน้าว่า ใครที่จะถ่ายรูปอะไรก็ให้เตรียมตั้งกล้องเอาไว้ให้ดี พอพระผ่านมาและหยุดรับบาตรก็ให้ถ่ายรูปกันเลย ไม่ใช่ตะโกนบอกพระและคนใส่บาตรว่า “เดี๋ยว...ช้าๆ หน่อย หันมามองกล้องหน่อย” เพราะเป็นกิริยาที่คนลาวเขาถือว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะกระทำกับพระ และพระที่ออกมาเดินบิณฑบาตที่หลวงพระบางนั้น ต้นขบวนหรือหัวแถวมักจะเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของเมืองหลวงพระบางทุกครั้ง

 ใส่บาตรเสร็จคณะนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคณะจะกลับไปรับประทานอาหารเช้ายังโรงแรมที่พักกันก่อน จากนั้นจะเดินทางย้อนกลับที่ถนนเส้นเดิมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเยี่ยมชมวัดเชียงทอง, พระราชวังของเจ้ามหาชีวิตองค์สุดท้ายที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว และขึ้นไปไหว้วัดพระธาตุภูสีที่ตั้งอยู่คนละฟากถนน หลังจากนั้นยามเย็นหลังจากห้าโมงเย็นไปแล้ว ถนนสายนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นถนนคนเดินที่มีสินค้าหลากหลายมาวางขายกันเต็มพรืดไปทั้งท้องถนนจนถึงสี่ทุ่ม ถนนเจ้าฟ้างุ้มสายเดียวสายนี้จึงเป็นถนนที่ทำเงินด้านการท่องเที่ยวให้ประชาชนชาวหลวงพระบางอย่างคุ้มค่าที่สุด

 ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในหลวงพระบาง, วังเวียง และเวียงจันทน์ ทุกระดับชั้น นับตั้งแต่คนขับรถตู้, พนักงานเสิร์ฟ, เจ้าของรีสอร์ทที่พัก, เจ้าของบริษัทนำเที่ยวและเจ้าของร้านอาหาร ต่างบอกผมเป็นเสียงเดียวกันว่า “เมือบ้านยามใด ฝากอ้ายบอกคนไทยเลิกตีกันเสียทีเน้ออ้าย”  

 เพราะทุกครั้งที่ประเทศไทยมีปัญหาการประท้วงใหญ่ๆ เกิดขึ้น นักท่องเที่ยวจะลดจำนวนการเดินทางเข้าประเทศลาวอย่างเห็นได้ชัด ผลกระทบที่ตกไปสู่ประเทศลาวจึงเกิดขึ้นนับตั้งแต่มีการปิดสนามบิน  เมษายนเลือดเมื่อปีที่แล้ว มาจนถึงปิดสี่แยกราชประสงค์ในครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศลาวทรุดหนักลง ไม่ต่างไปจากธุรกิจเดียวกันในประเทศไทยครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ