
ชัยชนะประชาธิปไตยฟิลิปปินส์
เป็นเวลานานถึง 32 ปี ประชาชนในเอเชียอาคเนย์เฝ้ารอว่าเจ้าตำรับพีเพิลเพาเวอร์ในปี 1986 จะสามารฟันผ่าอุปสรรคประชาธิปไตยได้หรือไม่ คำตอบที่ชัดเจนได้มาจากวันเลือกตั้งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว คือคนฟิลิปปินส์และการเมืองประชาธิปไตยสอบผ่านอย่างขาวสะอาด การเลือกตั้งครั
ต้องยอมรับว่าคะแนนท่วมท้นครั้งนี้ของประธานาธิบดีอานิคโน อาคีโน สื่บเนื่องมาจากความไม่เอาไหนมากๆ ของอดีตประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย ที่เสียโอกาสไม่ได้ใช้เวลา 9 ปี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทำให้บ้านเมืองเจริญเติบโต
ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ชาวฟิลิปปินส์เกือบสิบล้านคนเดินทางออกนอกประเทศเพื่อหางานทำ มีทุกชนิดทุกแขนงเพราะคนฟิลิปปินส์มีความสามารถในการปรับตัวสูงมาก อัตราว่างงานในประเทศสูงมากถึง 7 เปอร์เซ็นต์ การที่มีคนไปอยู่เมืองนอกทำงานมากขนาดนี้ทำให้ชีวิตครอบครัวแตกสลาย ไม่คุ้มกับเงินทองเป็นหมื่นๆ ล้านเหรียญที่คนเหล่านี้ส่งกลับบ้านในแต่ละปีพยุงเศรษฐกิจประเทศได้อย่างดี
ผู้นำคนใหม่วัย 50 ปีคนนี้ อาจจะจืดสนิท ไม่มีสีสันเหมือนกับประธานาธิบดีคนก่อนๆ แต่ประสบการณ์ในการเป็นนักการเมืองในระยะ 9 ปีที่ผ่านมา สอนให้อาคีโนเป็นคนเข้มแข็งไม่หูเบา ต้องต่อสู้กับนักการเมืองเต็มไปด้วยอิทธิพลในประเทศทั้งซ้ายและขวา พอรู้ผลว่าชนะการเลือกตั้ง เขาประกาศทันทีว่า คอรัปชั่นเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของประเทศ
ในอนาคต การเมืองประชาธิปไตยฟิลิปปินส์ที่เข้มแข็งขึ้นนั้น ยอมส่งผลดีมากๆ ต่ออาเซียน จะสามารถผนึกกำลังกับอินโดนีเซียในการส่งเสริมพัฒนาการเมืองประชาธิปไตยเสรีนิยมและเปิดกว้างสังคม รวมทั้งประชาคมอาเซียนมากขึ้น ที่ผ่านมารัฐบาลฟิลิปปินส์มีนโยบายค่อนข้างอนุรักษนิยม ไม่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนเท่าที่ควร เนื่องจากนางอาร์โรโยเองรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความมั่นคง
ประเทศนี้มีคุณสมบัติคล้ายๆ เมืองไทยหลายอย่าง มีจำนวนพลเมืองใกล้เคียงกัน ชอบสนุกเฮฮา ทั้งสองประเทศมีทรัพยากรมนุษย์ค่อนข้างพร้อมเพรียง การเมืองก็ยุ่งๆ พอๆ กัน ถ้ารัฐบาลชุดใหม่สามารถชักจูงให้คนฟิลิปปินส์เก่งๆ ทำงานเมืองนอกให้กลับมาช่วยพัฒนาบ้านได้ จะส่งผลดีอย่างมหาศาลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืน และทำให้ฟิลิปปินส์ไม่ต้องพึ่งพาการส่งออกแรงงานอีกต่อไป
ในสองสามเดือนข้างหน้า ฟิลิปปินส์จะตกเป็นข่าวในแง่มุมที่ดี เพราะถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้ประชาธิปไตยฟิลิปปินส์สอบผ่าน ฝั่งรากลึก สามารถเสริมสร้างให้มีพลัง ธรรมาภิบาล และนิติรัฐ การแก้ไขปัญหาแบ่งแยกดินแดนในมินดาเนาน่าจะมีทางออกในอนาคต



