ข่าว

วัดคาทอลิกต์บ้านเซเวียร์ประกาศเขตหลบภัยม็อบ

วัดคาทอลิกต์บ้านเซเวียร์ประกาศเขตหลบภัยม็อบ

17 พ.ค. 2553

รพ.ราชวิถี เตรียมรับมือผู้บาดเจ็บ จากการสลายม็อบ ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

 (17พ.ค.) บ้านเซเวียร์ ซ.ราชเทวี12 อยู่ตรงอนุสาวรีย์ชัยฯ ตรงป้ายรถเมล์ฝั่งขาออกไปสะพานควาย(ฝั่งเดียวกับร้านฟูจิฟิล์ม) เดินเข้าไปมุมด้านหลัง จะมีสะพานข้ามคลอง จะเจอเลย ซึ่งเป็นวัดของคาทอลิกต์ประกาศ รับเป็นเขตหลบภัย(ปลอดอาวุธ)

 ที่โรงพยาบาลราชวิถี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นพ. เรวัต วิศรุตเวช อธิบกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรงพยาบาลราชวิถีเตรียมความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ในการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือ ผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เบื้องต้นเตรียมเตียงคนไข้ไว้ 190 เตียง สำหรับคลังเลือด เตรียมไว้ 900 ยูนิตซึ่งคาดว่าจะเพียงพอที่จะดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเต็มที่ ทั้งนี้การเข้าไปรับผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้บริหารได้กำชับให้ใช้มาตรการระมัดระวังมากเป็นพิเศษ โดยคำนึงถึงชีวิตของตนเองเป็นอันดับแรก สำหรับในพื้นที่ที่เป็นพื้นทีอันตราย ทางเจ้าหน้าที่ทหาร เสนารักษ์ และพลเปลจะนำผู้ได้รับบาดเจ็บมาส่งให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ได้วางแผนเตรียมพร้อมรถพยาบาล 40 คัน ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นขอให้ประชาชนสบายใจได้ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และทำงานเป็นกลาง เพื่อช่วยเหลือทุกคน

 สำหรับบรรยากาศที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณอนุสาวรีย์ฯ เจ้าหน้าที่ได้กันไม่ให้รถทุกชนิดผ่านเข้าออก เวลาเดียวกันที่บริเวณถนนฝั่งที่มุ่งหน้าไปพหลโยธิน มีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจำนวนหนึ่งพยายามเข้าพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ฯ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจราจล ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ( บก.น. 1) นำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่ไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวได้ โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการนั้น มีเสียงดังคล้ายปืนดังขึ้น 1 ครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ปราบจลาจลวิ่งหลบ ภายหลังเหตุการณ์สงบ เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเปิดเผยว่า มีอาวุธปืนยิงมาใส่เจ้าหน้าที่ โดยคาดว่ากระสุนปืนจะมาจากฝั่งสกายวอร์คบีทีเอสสถานีอนุสาวรีย์ชัย สำหรับฝั่งผู้ชุมนุมที่ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซนเตอร์วัน ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอทหารอย่ายิงประชาชน เพราะประชาชนที่ชุมนุมไม่มีอาวุธ

 ภายหลังเส้นตาย 15.00 น. ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที สภาพพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ฯก็กลับมาสู่สถานการณ์ปกติ โดยมีรถประจำทาง และรถยนต์ส่วนบุคคลของประชาชนผ่านเข้าออกพื้นที่ได้ ยกเว้น ฝั่งที่มุ่งหน้าไปสามเหลี่ยมดินแดง และแยกพญาไทที่ยังปิดการจราจรอยู่