
ดีเอสไอส่งข้อมูลเงินปชป.ให้กกต.แล้วเชื่อยืมมือหาข้อมูลเพิ่ม
นางสดศรี สัตยธรรม กกต. กล่าวว่า ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำสำนวนกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท และกรณีการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 23 ล้านบาท
ในปี 2548 ของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวนสองกล่อง มามอบให้กับนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ซึ่งทราบว่า นายทะเบียนจะให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบว่า กกต. มีอำนาจในการพิจารณาคดี ที่ทางดีเอสไอส่งมาให้หรือไม่ เพราะบางเรื่องเกี่ยวข้องกับความผิดตาม พรบ.หลักทรัพย์ ซึ่ง กกต. มีหน้าที่ดูแลความผิดเฉพาะ ที่เกี่ยวกับ พรบ.พรรคการเมืองเท่านั้น
"เช่นดูว่า การใช้เงินกองทุนใช้ผิดวัตถุประสงค์ การรับเงินบริจาคมีการเปิดเผยถูกต้องหรือไม่ ระยะเวลาการตรวจสอบคงไม่นาน และเมื่อนำเข้าที่ประชุม กกต. ในสัปดาห์หน้า คงเป็นดุลยพินิจว่า จะตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนหรือไม่"
ผู้สื่อข่าวถามว่า การมอบข้อมูลในครั้งนี้ เป็นการยืมมือ กกต. ในการหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า ก็แปลกเหมือนกัน แต่จากที่ดีเอสไอเคยเข้าพบ ก็บอกว่า ดีเอสไอดำน้ำมาใกล้ก้นทะเลแล้ว ให้ กกต. ดำน้ำต่อ
เมื่อถามต่อว่า การยื่นครั้งนี้ ดีเอสไอไม่ได้เป็นผู้เสียหาย จะมีสิทธิยื่นคำร้องตามกฎหมายหรือไม่ นางสดศรีกล่าวว่า ในเมื่อเงินกองทุนเป็นเงินหลวง ก็เป็นเรื่องที่ตำรวจดำเนินการได้ ดีเอสไอก็เป็นตำรวจ ซึ่งเขาบอกว่า เขาสืบสวนมาก่อนที่รัฐบาลนี้ จะเข้ามาบริหารด้วยซ้ำ
นางสดศรี กล่าวด้วยว่า หากการสืบสวน พบว่า พรรคไม่ได้นำเงินกองทุนฯ ไปใช้จ่ายตามแผนงานโครงการ ที่ขออนุมัติ กฎหมายก็กำหนดให้เรียกเงินคืน และเป็นเหตุให้นายทะเบียน ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ซึ่งเหตุเช่นนี้ เกิดขึ้นมาแล้วกับ 40 พรรคการเมือง แต่หากได้รับเงินบริจาค แล้วไม่เปิดเผยหรือรายงานให้ กกต. ทราบ กฎหมายก็กำหนดให้ กรรมการบริหารและหัวหน้าพรรค ต้องถูกดำเนินคดีอาญา



