
บีจียำกูปรี ผงาดรองฝูง ทีโอทีเชือดนาวี บุรีรัมย์เจ๊าเจ้าท่า
แข้ง บีจี บางกอกกล๊าส ฟอร์มดุยำ กูปรีอันตราย ศรีสะเกษ-เมืองไทย 3-1 ผงาดรั้งรองจ่าฝูงลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก ขณะที่ วิหคเพลิง ทีโอที แคท เริ่มฟื้น เฉือน นิลมังกรนาวี ราชนาวี-ระยอง 1-0 ด้าน ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์-พีอีเอ เสมอเป็นนัดที่ 5 ของฤดูกาล
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2010 นัดประจำวันที่ 16 พฤษภาคม มีเตะทั้งหมด 3 คู่ เกมที่ลีโอ สเตเดี้ยม “บีจี” บางกอกกล๊าส ทีมอันดับ 6 เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ-เมืองไทย ทีมบ๊วยที่ยังชนะใครไม่เป็น นัดนี้มีแฟนบอลทั้งสองทีมตามเข้ามาเชียร์ทีมรักของตัวเองกว่า 5,000 คน
เปิดเกมเล่นมาแค่ 5 นาที คูนิฮิโกะ ทากิซาวะ เปิดบอลจากกราบซ้ายไปให้ ชาตรี ฉิมทะเล ขึ้นโหม่งตูมเดียวตุงตาข่ายให้เจ้าถิ่นออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 แต่ทีมเยือนก็มาตีเสมอได้ในนาที 13 จากจังหวะที่ วาลซี จูเนียร์ หัวหอกบราซิล ลากบอลหลบนักเตะบีจีถึง 3 คน เข้าไปยิงมุมแคบตีเจ๊าเป็น 1-1 ท้ายครึ่งแรกนาที 40 คูนิฮิโกะ ทากิซาวะ เก็บบอลได้ในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อบอลพุ่งเสียบเสาไกล ทำประตูให้บีจีนำ 2-1 ในครึ่งแรก
ครึ่งหลังนาที 61 บีจีได้ฟรีคิกระยะกว่า 35 หลา ศุภชัย ขำทรัพย์ ตะบันแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน กฤษณพงษ์ บุรีภักดี นายทวารสำรองของศรีสะเกษ ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาครึ่งหลังดันเหวอชกบอลพลาด ปล่อยลูกหลุดเข้าประตูแบบน่าตาเฉย ทำให้บีจีนำห่าง 3-1 หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกมบีจีชนะ 3-1 มีเพิ่มเป็น 14 คะแนน ขยับขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูงทันทีด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า เอสซีจี สมุทรสงคราม ที่ไม่มีคิวลงเตะ ขณะที่ศรีสะเกษยังไม่ชนะใครมี 3 แต้ม อยู่บ๊วยต่อไป
ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม “วิหคเพลิง” ทีโอที แคท ที่แพ้มา 2 นัดนิดต่อกันอยู่อันดับ 7 พบ “นิลมังกรนาวี” ราชนาวี-ระยอง ทีมอันดับ 10 ที่สถิตินอกบ้านย่ำแย่แพ้รวดทุกนัด เกมนี้ จอร์จี้ ซิมาคูริดเซ อดีตนักเตะทีมชาติจอร์เจียมายิงประตูชัยให้ “วิหคเพลิง” เฉือนชนะ 1-0 ในนาที 82 พาทีมเก็บแต้มเพิ่มเป็น 14 คะแนน เท่ากับ บางกอกกล๊าส แต่ผลต่างประตูได้เสียทีโอทีเป็นรอง จึงอยู่อันดับ 3 ส่วนราชนาวียังเก็บแต้มนอกบ้านไม่ได้แม้แต่คะแนนเดียว
ที่สนามไอโมบาย สเตเดี้ยม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์-พีอีเอ ทีมอันดับ 8 ที่ยังไม่แพ้ใครพบ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย ทีมอันดับ 9 เขี่ยบอลเล่นมาเจ้าถิ่นที่ได้เสียงเชียร์จากแฟนบอลในสนามนับหมื่นคนเดินหน้าลุยใส่ทันทีแต่ทีมเยือนก็สู้ได้อย่างสนุก ก่อนจบครึ่งแรก 0-0 เข้าสู่ครึ่งหลังเกมยังสู้กันแบบสนุก แต่ก็ไม่สามารถทำประตูกันได้ หมดเวลาเสมอกันไป 0-0 ทำให้บุรีรัมย์เสมอเป็นนัดที่ 5 ของฤดูกาล



