ข่าว

เอเอฟพีระบุแขกรร.ดุสิตธานีหลบชั้นใต้ดิน

เอเอฟพีระบุแขกรร.ดุสิตธานีหลบชั้นใต้ดิน

17 พ.ค. 2553

เอเอฟพีระบุยอดผู้เสียชีวิตในไทยเพิ่มเป็น 33 คน เจ็บ 239 คน ขณะที่เช้ามืดวันนี้ แขกที่โรงแรมดุสิตธานีต้องหลบชั้นใต้ดินเพราะถูกยิงใส่และปาด้วยระเบิด

(17พ.ค.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันนี้ว่า ผู้ประท้วง"เสื้อแดง"ในไทย ล้มเหลวในการเรียกร้องเมื่อวันอาทิตย์ที่จะขอเจรจาในทัน ทีกับรัฐบาลไทยโดยมีสหประชาชาติเป็นคนกลาง หลังเกิดการปะทะกันตามท้องถนนมาแล้วสามวัน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 33 คน บาดเจ็บ 239 คน ซึ่งรวมทั้งชาวต่างชาติ 6 คน จากแคนาดา อิตาลี่ ไลบีเรีย พม่า นิวซีแลนด์ และโปแลนด์ แต่รัฐบาลไทยได้ปฏิเสธข้อเสนอเจรจาล่าสุดนี้ โดยนายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาลไทยยืนยันว่าไม่มีประเทศใดยอมให้มีองค์กรใดใดเข้าแทรกแซงกิจการภายในของตน

 รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังจากก่อนหน้านี้ ผู้ประท้วงได้ปฏิเสธข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะจัดการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน หากผู้ประท้วงยอมกลับบ้าน ทำให้นายอภิสิทธิ์ถอนข้อเสนอไปแล้ว ความพยายามเจรจาหลายครั้งก่อนหน้านี้ล้วนล้มเหลว และรัฐบาลไทยได้เคยยืนกรานหลายครั้งแล้ว ไม่ให้ต่างประเทศเข้าแทรกแซงกิจการภายในของตน

 รายงานข่าวระบุว่า หลายพื้นที่ของกรุงเทพฯซึ่งมีประชากร 12 ล้านคนกลายเป็นเขตห้ามเข้าในขณะที่กองทัพใช้กระสุนจริงกับผู้ประ ท้วงซึ่งบางคนติดอาวุธ โดยนอกจากอาวุธทำเองประเภทระเบิดขวด บั้งไฟ และหนังสะติ๊ก  มีผู้พบเห็นผู้ประท้วงหลายคนพร้อมปืนพก และเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีการยิงระเบิดหลายลูกโดยฝ่ายต่อต้านรัฐบาล

 โรงแรมดุสิตธานี หนึ่งในโรงแรมหรูในย่านการประท้วงถูกระดมยิงใส่ในช่วงเช้ามืดวันนี้ กับมีเสียงระเบิดครั้งหนึ่งทำให้แขกผู้เข้าพักประมาณ 100 คน ต้องรีบลงไปหลบภัยที่ชั้นใต้ดิน ขณะที่เจ้าหน้าที่โรงแรมแจ้งเตือนว่าโรงแรมถูกโจมตี โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นฝีมือผู้ใด  และมีข่าวลือแพร่สะพัดในหมู่ผู้เข้าพักว่ามีพลซุ่มยิงของกองทัพอยู่ภายในโรงแรมซึ่งมีขนาด 517 ห้อง
   
 นายเปโดร อูการ์เต ช่างภาพของเอเอฟพีรายงานทางโทรศัพท์ว่า กำลังนอนอยู่บนเตียง ตอนมีเสียงระเบิดดังใกล้กับห้องนอนของตนมาก ทำให้รีบออกจากห้อง ซึ่งคนอื่นก็ทำเช่นเดียวกัน และในช่วงนั้นก็มีเสียงกระสุนหลายนัดยิงใส่ผนังด้านนอกอาคาร  นอกจากนี้ มีรายงานอาคารพาณิชย์สามหลังบนถนนพระราม 4 ลุกไหม้ ซึ่งหน่วยงานฉุกเฉินระบุว่า ดูเหมือนจะลุกลามมาจากการเผายางรถยนต์โดยผู้ประท้วง

 พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบกแถลงเตือนช่างภาพเมื่อวันอาทิตย์ให้อยู่ห่างจากจุดยึดครองของผู้ประท้วงเสื้อแดง โดยระบุว่าสื่อตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้าย ที่ปะปนอยู่ในหมู่ผู้ประท้วงเช่นเดียวกับประชาชนในสถานที่ประท้วง ตำรวจ และทหาร   โดยมีผู้สื่อข่าวไทยสามคนกับแคนาดา 1 คน ถูกยิงบาดเจ็บระหว่างทำข่าวเมื่อวันศุกร์และเสาร์

 เจ้าหน้าที่ไทยเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะส่งเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยไปช่วยผู้ประท้วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชรา สตรีและเด็ก ผู้ต้องการออกจากที่ชุมนุม ภายในเวลา 15.00 น.วันนี้ และพันเอกสรรเสริญ แถลงว่า ผู้ชายก็ออกจากที่ชุมนุมได้หากแสดงให้เห็นว่าไม่มีอาวุธ ทางกองทัพได้เลื่อนแผนประกาศเคอร์ฟิวส์ในพื้นที่หลายส่วนออกไป แต่ไม่ได้ปิดช่องทางที่จะจำกัดการออกนอกบ้านในยามวิกาลหากสถานการณ์เลวร้ายลง