
สุขุมพันธุ์เตรียมนำอาหารแจกจ่ายชุมชนบ่อนไก่
สุขุมพันธุ์ เตรียมนำอาหารแจกจ่ายชุมชนบ่อนไก่ 2,000 ชุด พรุ่งนี้ 9.30 น. พร้อมเตรียมพื้นที่รองรับปชช.อพยพไว้ 1000 คน ที่ รร.ในพื้นที่เขตดินแดง พ่อแม่จัดพิธีศพลูกสาวเหยื่อลูกหลงเหตุความไม่สงบ
(16พ.ค.) เมื่อเวลา 23.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังประชุมกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ขณะนี้มีชุมชนหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ชุมชนพระราม 4 ราชปรารภ ดินแดง แต่จุดที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือชุมชนบ่อนไก่ เพราะเมื่อค่ำวันที่ 15 พ.ค. มีปัญหาถูกตัดน้ำ-ไฟ และมีกองกำลังติดอาวุธเข้าไป ซึ่งตนในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ได้พยายามที่จะส่งเจ้าหน้าที่ของ กทม.เข้าไปให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่สำเร็จ จนเช้าวันนี้ได้พยายามประสานไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือในเรื่องนี้โดยตรง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ดังนั้นเมื่อไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ กทม.จึงได้จัดเตรียมพื้นที่รองรับใน 3 จุดด้วยกันในเขตดินแดง ได้แก่ รร.สามเสนนอก ตั้งอยู่เยื้องกับ สน.ห้วยขวาง สามารถรองรับได้ 500 คน รร.วิชูทิศ ถนนประชาสงเคราะห์ รองรับได้ 500 คน และรร.วิชกร ติดกับ รร.วิชูทิศ รองรับได้ 200-300 คน รวมแล้วกว่า 1000 คน โดยในพื้นที่มีทั้งที่นอน ห้องน้ำ และห้องครัวไว้รองรับ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในเช้าวันที่ 17 พ.ค. กทม.จะนำอาหารไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมนุมบ่อนไก่ จำนวน 2,000 ชุด ในเวลาประมาณ 09.30 น. แต่ยังไม่สามารถระบุจุดได้อย่างชัดเจน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีความปลอดภัย ทั้งนี้ ตนอยากขอร้องให้หน่วยงานของ กทม.สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน หรือหน่วยพยาบาลของ กทม.
พ่อแม่จัดพิธีศพลูกสาวเหยื่อลูกหลงเหตุความไม่สงบ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานีว่า เมื่อเวลา 19.00 น.ที่วัดป่าสามัคคีธรรม ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ นายวิเชียร ปิยะวรากร ปลัด จ.อุดรธานี ได้เดินทางเป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพของ น.ส.ฉันทนา หรือ ไก่ สรรพศรี อายุ 31 ปี อยู่ที่ 139 หมู่ 7 บ้านหมูม่น ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ 1 ในผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อคืนวันที่ 14 พฤษภาคม หลังจากที่นายบุญถมฯ อายุ 55 ปี และนางวิไลวรรณ สรรพศรี อายุ 49 ปี บิดา มารดา ที่เดินทางไปรับศพกลับมา โดยบรรยากาศภายในงาน เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจ และญาติพี่น้องของ น.ส.ฉันทนาฯ ร่วมงาน
นายวิเชียร ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.ฉันทนา จำนวนหนึ่ง ในขณะที่นางวิไลวรรณ บอกว่า ยังจะไม่ทำพิธีฌาปนกิจศพลูกสาว แต่จะเก็บศพไว้อีก 3 ปี จึงจะทำพิธี โดยในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ค.) เวล 15.00 น. จะทำพิธีเก็บศพเข้าเบ้า
นางวิไลวรรณ มารดาของ น.ส.ฉันทนา เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพทำนา และค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เสียใจที่ลูกสาวต้องมาเสียชีวิตจากเหตุการณ์วุ่นวายที่กรุงเทพฯ วันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพญาไท ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า ให้ญาติของน้องไก่มาพบที่โรงพยาบาล โดยไม่ได้แจ้งให้ตนทราบว่าน้องไก่เขาเสียชีวิต แต่ตนคิดว่าเกิดเหตุร้ายกับเขาแน่ จึงโทรศัพท์ไปหาญาติที่กรุงเทพฯ ให้เขาไปดูที่โรงพยาบาล จึงทราบว่าลูกสาวเสียชีวิต เพราะถูกยิงจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทั้งที่ช่วงบ่ายวันนั้นตนยังโทรศัพท์คุยกันอยู่เลย
"หลังทราบข่าวฉันและพ่อของไก่เสียใจมาก น้องไก่เข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯด้ 3 ปีแล้ว โดยทำงานเป็นล่ามในบริษัทฯส่งออกแห่งหนึ่ง เพราะเขาเคยไปทำงานเมืองนอกมาหลายปี จึงพูดภาษาต่างประเทศได้ เมื่อกลับมานายจ้างมาเปิดบริษัทที่เมืองไทย จึงให้ไก่ไปทำงานด้วย ที่ผ่านมาเขาเป็นคนดูแลครอบครัว ส่งเงินมาใช้พ่อแม่ใช้ตลอด"
นางวิไลวรรณ กล่าวอีกว่า น้องไก่เขาเช่าบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ แฟนของลูกสาวเล่าให้ฟังว่า วันนั้นแฟนเขาขี่มอเตอร์ไซด์ไปรับจากที่ทำงานกลับบ้านในตอนค่ำ เพราะเขาทำโอเว่อร์ไทม์ เมื่อมาถึงใกล้ที่ชุมนุม ถนนปิดจึงต้องไปใช้เส้นทางอื่น และเมื่อขี่รถไป จู่ ๆ เขาก็ถูกยิงที่ต้นคอเสียชีวิตทันที ที่ผ่านมาเขาไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่เคยไปชุมนุมไม่ว่าสีไหน ๆ เขาทำงานหาเงินอย่างเดียว เหมือนกับตนที่ไม่เคยไปยุ่งเรื่องการเมือง ไม่ยุ่งกับสีไหนทั้งสิ้น เพราะเราไม่รู้เรื่องเขาพูดกันว่าจริงหรือไม่จริง
"เราก็ไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียขึ้น เราอยากให้คนไทยรักกันเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน หรือสีอะไร อยากให้รักกัน ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งคนไทยนั้นรักกันอยู่แล้ว อยากให้เหตุการณ์สงบเร็ว ๆ คนให้คนที่ไปชุมนุมสลายตัว อยากให้เขากลับบ้านกัน และอยากให้รัฐบาลเข้าใจประชาชน และมีความยุติธรรมกับประเทศไทย และคนไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสีไหน"นางวิไลวรรณ กล่าว



