
เปิดใจนักข่าวฝรั่งเศสโดนยิง"ผมไม่โทษใคร"
นักข่าวแคนาดาของช่องข่าวฝรั่งเศสเปิดใจไม่โทษใครหลังโดนยิงกลางเหตุปะทะ ระบุเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเอง ขอบคุณคนช่วยเหลือ ยกเป็นคนช่วยชีวิต ครอบครัวสุดโล่งใจลูกปลอดภัยดี
กลายเป็นสื่อมวลชนรายแรกๆ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกันระหว่างทหารและผู้ประท้วงนปช. จนทำให้หลายฝ่ายวิตกเรื่องความปลอดภัยของสื่อมวลชนที่เข้าไปเกาะติดรายงานสถานการณ์ปะทะกันในกรุงเทพฯ ที่กลายเป็นสมรภูมิรบ ล่าสุดนายเนลสัน แรง ผู้สื่อข่าวชาวแคนาดา ของสถานีโทรทัศน์ฟรองซ์ 24 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกันบริเวณถนนพระราม 4 ออกมาเปิดใจบนเตียงผู้ป่วยว่าไม่โทษใครจากเหตุการณ์นี้
นายแรงเผยถึงนาทีชีวิตว่า จำได้ว่าถูกยิงที่ข้อมือซ้าย และจำได้ว่าตะโกนขอความช่วยเหลือ ขณะที่รายงานข่าวเผยว่า เจ้าตัวนั้นถูกยิง 3 นัด เข้าที่ขา ท้อง และข้อมือ
"ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนยิง แต่ผมก็ไม่สนใจหรอก เพราะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เอง และไม่ควรมีใครถูกกล่าวโทษในเรื่องนี้" นายแรงกล่าว ก่อนจะเผยว่า ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับตัวเอง
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของนายแรงออกมาเผยว่า รู้สึกโล่งใจที่ลูกชายปลอดภัยดี โดยนางบาร์บารา แรง เผยว่า ได้คุยโทรศัพท์กับลูกชายจากเตียงผู้ป่วยนานราว 20 นาที ซึ่งแม้จะไม่เทียบเท่าได้กับการได้เจอตัว แต่ก็ทำให้โล่งใจได้ว่าลูกปลอดภัยแล้ว แม้จะยังมีความคิดอยากจะเจอตัวเขาเร็วๆ ก็ตาม
"เขาบอกว่า "ผมรักแม่ ผมรักพ่อ และผมปลอดภัยดี ผมรักน้องสาวมาก" นางบาร์บารากล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ "ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา นั่นดีมากแล้วสำหรับเรา"
นางแรงยังเผยอีกว่าลูกชายไม่ทราบว่าใครช่วยเขาออกมาได้อย่างปลอดภัยหลังการยิง แต่ไม่ว่าใครก็ตาม นายแรงบอกกับครอบครัวว่า "ไม่ว่าจะเป็นใครเขาช่วยชีวิตผม"
"เขาเคยไปอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายกว่านี้ เขายังพูดติดตลกด้วยว่า "ผมดีใจที่ผมไม่ได้ถูกยิงตอนอยู่ในป่าของพม่า ไม่อย่างนั้นผมคงไม่มีวันนี้" นางบาร์บารากล่าว
คุณแม่นักข่าวสุดอึดเผยด้วยว่า รู้สึกโล่งใจที่ได้พูดกับลูก เธอรู้ว่าลูกชายเสียเลือดมากจากบาดแผลที่ขา และหัวใจเขาหยุดเต้นนานถึง 2 นาทีระหว่างทำการผ่าตัด
"เขาเป็นคนเข้มแข็ง เขาไม่ได้ดูแย่เท่าไหร่ เขาอยากให้เราไปหาเร็วเท่าที่จะทำได้ แต่เขาไม่ต้องการให้เราเข้าไปอยู่ในสถานการณ์อันตราย" นางบาร์บารากล่าว โดยบอกว่าตัวเอง และเซอร์เก สามีนั้นอยากจะพบหน้าลูกชาย แต่รัฐบาลแคนาดาออกคำเตือนห้ามเดินทางไปยังเมืองไทย
นายแรง ซึ่งอาศัยในเอเชียมานานราว 10 ปีแล้ว และเคยประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เผยด้วยว่า อยากจะขอบคุณผู้ที่ช่วยเหลือเขาออกมาจากพื้นที่ปะทะ
"ผมอยากจะขอบคุณพวกเขา ผมอยากจะขอบคุณพวกเขาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็คงไม่เพียงพอ" นายแรงกล่าวทิ้งท้าย



