ข่าว

สิ้นเดือนนี้ ไม่มีงานอีกแล้ว

สิ้นเดือนนี้ ไม่มีงานอีกแล้ว

19 มี.ค. 2552

ภาวะการตกงานยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง หนุ่มสาวชาวโรงงานยังต้องผวาอยู่กับความผันผวน เพราะไม่แน่ใจว่าจะกลายเป็นคนตกงานเมื่อไร

ทีมงานคุณภาพชีวิต เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นบ้านของ นางอุไรพร คะระออม พนักงานแผนกตัดเสื้อผ้า บริษัท ไทยการ์เม้นต์ จำกัด ที่ถูกบริษัทเลิกจ้างเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และได้รับเงินค่าชดเชยการเลิกจ้าง 10 เดือน
 อุไรพรเปิดเผยชีวิตให้ฟังว่า ทำงานที่ไทยการ์เม้นต์มา 9 ปี หลังจากทราบว่า ต้องถูกเลิกจ้างรู้สึกตกใจ เสียใจจนน้ำตาไหล แต่ก็ต้องทนก้มหน้าทำง่านต่อจนถึงวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการทำงานตามสัญญาที่นายจ้างกำหนด หลังจากนั้นคงต้องหางานใหม่ ระหว่างนี้ก็สมัครงานทิ้งไว้บ้างแล้ว เช่น ตำแหน่งแม่บ้านโรงพยาบาลศรีวิชัย 3 แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะได้หรือไม่
 รู้สึกกลุ้มใจมาก เพราะมีภาระค่าผ่อนบ้านเดือนละ 6,000 บาท และต้องดูแลอีก 2 ชีวิต คือ สามีซึ่งเคยขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แล้วเกิดอุบัติเหตุถูกรถกระบะชนระหว่างขี่รถมอเตอร์ไซค์มารับตนไปทำงาน หมอบอกว่ากระดูกขาหักและกระดูกขาแตก ทำให้สามีต้องหยุดงานและนอนพักรักษาตัวมาเกือบ 1 ปีแล้ว ขณะที่ลูกชายวัย 5 ขวบ ก็เป็นเด็กออทิสติก ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ก็มีภาระค่าใช้จ่ายมากพอสมควร
 ในส่วนของลูกชายนั้น มีค่าใช้จ่ายค่ารถไปเรียนที่มหิดล กับศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 1 วัดไร่ขิง และทุกวันอังคารลูกชายต้องไปพบหมอที่โรงพยาบาล ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ต้องหาเงินคนเดียว เลี้ยงปากท้อง 3 ชีวิต พ่อแม่ลูกได้ตามอัตภาพ แต่จู่ๆ ต้องมาถูกเลิกจ้าง ไม่รู้ว่าฟ้าดินลงโทษหรืออย่างไร จากที่เมื่อก่อนทำงาน 2 คน มีรายรับเดือนละหมื่นกว่าบาท ก็ยังพออยู่พอกินมีเงินเก็บไว้ใช้บ้าง แต่ขณะนี้ไม่ใช่แล้ว
 "ยังไม่รู้เลยว่า เงินก้อนสุดท้ายที่บริษัทชดเชยให้ 10 เดือน จะนำไปลงทุนทำอะไร ถ้าจะนำไปลงทุนค้าขายคงไม่ดีแน่เพราะเศรษฐกิจช่วงนี้แย่จริงๆ แต่ได้พูดคุยกับสามีไว้ว่าถ้าสภาพร่างกายหายกลับมาปกติเหมือนเดิมอาจจะนำรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่ถูกชน ไปเทิร์นรถคันใหม่มาขี่รถมอเตอร์ไซค์ตามเดิมก็เป็นได้" อุไรพรเล่าแบบปลงกับชีวิต 

ยังหวาดผวาอยู่
 

ตุ๊กตา หนึ่งในพนักงานของบริษัท ไทยการ์เม้นต์ จำกัด เล่าว่า ทำงานในบริษัทนี้ เช่นเดียวกับอุไรพร ขณะนี้ยังโชคดีที่ไม่ถูกเลิกจ้าง ทุกวันที่เปิดซองก็ลุ้นว่าจะโดนเลิกจ้างหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่าดีใจที่ยังมีงานทำอยู่ และก็เสียใจกับเพื่อนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างไปบางส่วน ชีวิตคนที่ตกงานส่วนใหญ่มีหนี้สิน หรือภาระด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งช่วงนี้โรงเรียนใกล้จะเปิดเทอมแล้วหลายครอบครัวต้องใช้เงินมาก เพื่อส่งบุตรหลานเข้าเรียน บางคนต้องไปกู้เงินนอกระบบมาจุนเจือ ผลคือต้องจ่ายดอกเบี้ยที่สูงมาก
 ทั้งนี้ จากการที่โรงงานไม่มีโอที ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตนมากเท่าไร เพราะไม่มีภาระค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย เพราะยังไม่มีครอบครัวและอยู่ตัวคนเดียว บ้านก็มีอยู่แล้ว เดือนหนึ่งเสียค่าน้ำ ค่าไฟแค่นั้น ถ้าอนาคตถูกเลิกจ้างคงจะแย่ เพราะอายุเยอะแล้วจะไปสมัครงานที่อื่นคงไม่มีใครอยากรับ จะให้ไปอาชีพแม่บ้านเหมือนหลานสาวก็คงไม่ไหวเพราะแขนเพิ่งหัก ไม่สามารถจะทำงานยกของหนักได้ ตอนนี้ก็ได้แต่สงสารหลานสาวเพราะต้องดูแลครอบครัวคนเดียว แถมยังต้องผ่อนบ้านอีก