
สงครามจำบังกับวัยรุ่นเป็นสิว
ในฐานะคนไทยด้วยกัน ผมขอแสดงความเสียใจกับ พล.ต.ขัตติยะ และครอบครัวสวัสดิผล และก็อยากเห็นรัฐบาลแสดงท่าทีใส่ใจต่อการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามระบิลเมือง เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกฎหมาย และการไม่เลือกปฏิบัติ แม้ว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว จะคว้าน้ำเหลวเหมื
ในสายตาของชาวต่างประเทศ กรุงเทพฯ เวลานี้ ใกล้จะมีสภาพเป็นสงครามกลางเมืองเต็มทีแล้ว ถ้าดูจากข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ เราจะเห็นภาพการก่อความวุ่นวายของผู้ชุมนุม ทั้งการเผายางรถยนต์ เผารถเมล์ ยิงพลุหรือประทัดยักษ์ ภาพของทหารอาวุธครบมือเดินดาหน้าไปตามถนน ภาพทหารซุ่มอยู่ตามแนวรั้วสวนลุมพินี หรือภาพยานยนต์หุ้มเกราะวิ่งพล่าน ภาพที่ปรากฏบนจอโทรทัศน์เพียงเท่านี้ก็สามารถฉุดหุ้นไทยให้ดิ่งเหวได้โดยไม่ยาก ไม่รวมถึงความชะงักงันของการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ซึ่งเกินกว่าจะประมาณมูลค่าได้
แต่ในความรู้สึกของคนกรุงเทพฯ คือความสับสน ความกังวลใจ และอยากเห็นบ้านเมืองคืนสู่ความปกติสุขโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีที่ทำงาน โรงเรียน หรือภารกิจ ในบริเวณของการชุมนุม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้นานเกินไป รุนแรงเกินไป และก่อให้เกิดความเสียหายมากเกินไป จนเลยขอบเขตแห่งความอดทน ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะคนไทยไม่เคยผ่านสภาพของสงครามกลางเมืองหรือการรบพุ่งในเมืองหลวงมาก่อน ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเคยมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นหลายครั้งตลอดระยะเวลา 78 ปี ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ แต่แทบทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นการช่วงชิงอำนาจระหว่างทหารกับทหาร ด้วยการปฏิบัติการในพื้นที่และแวดวงอันจำกัดภายในเวลาอันรวดเร็ว เช่นการจับตัวผู้นำรัฐบาล การเข้ายึดสถานที่สำคัญ เป็นต้น จะมีภาพการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่กับกลุ่มชน ก็ในสมัยตุลาคม 2516 และ 2519 กับพฤษภาคม 2535 แต่ก็ไม่ได้เป็นการชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนาน ผู้ชุมนุมสามารถยึดพื้นที่บางส่วนเป็นที่มั่น และมีการปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นที่เกิดขึ้นในเวลานี้
มีบางคนเปรยกับผมว่า การชุมนุมที่ราชประสงค์เป็นการพยายามทำการปฏิวัติในรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นการปฏิวัติแอบแฝงของนักการเมืองและผู้ที่สวมเครื่องแบบบางกลุ่ม ซึ่งอาศัยมวลชนเป็นเครื่องมือ แม้ว่าเป้าหมายของทั้งสองกลุ่มจะพุ่งไปคนละจุด คือที่ผู้นำรัฐบาลและผู้นำทางทหารแต่คงปฏิเสธไม่ได้ทั้งสองจุดหมายต่างก็มีความสัมพันธ์และพึ่งพิงกันและกัน และการเดินกลเกมต่างๆ จนนำไปสู่สงครามกลางเมืองจำบังนั้น เป็นเรื่องที่มีการเตรียมการไว้แต่ต้น โดยเฉพาะการล่อหลอกให้รัฐบาลสิ้นความอดทนและใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาที่ตามมาอีกมากมาย
แต่ผมเองกลับคิดว่า ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ในเวลานี้นั้น ตกอยู่ในสภาพของ “วัยรุ่นเป็นสิว” เจ็บก็เจ็บ อายก็อาย จะบีบก็กลัวอักเสบเป็นแผลเป็นเสียหล่อ จะปล่อยไว้ให้ฝ่อไปเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันถึงจะหาย อุตส่าห์คิดยาขนานเอกแบบโรดแม็พมาใช้ ก็รักษาได้แค่สิวเสี้ยน แต่สิวหัวช้างเม็ดเบ้อเร่อยังบวมเป่งอยู่
การบีบสิว ต้องกล้าๆ หน่อยครับ ถ้ากล้าๆ กลัวๆ นอกจากสิวจะไม่หายแล้ว หน้าก็จะเสียอีกด้วยครับ



