ข่าว

ศอฉ.ขึ้นบันชีดำคุมการเงิน106รายชื่อใกล้แม้ว

ศอฉ.ขึ้นบันชีดำคุมการเงิน106รายชื่อใกล้แม้ว

17 พ.ค. 2553

ศอฉ.ออกคำสั่งพิเศษให้ 13 บริษัทเครือชินคอร์ปเเละ93 ชีวิต ใกล้ชิด ”ทักษิณ ชินวัตร” ระงับธุรกรรมการเงินแสดงบัญชีต่อ ศอฉ.ภายในวันที่ 20 พ.ค.ฝ่าฝืนคุกสองปี ปรับสี่หมื่น

 เมื่อเวลา 18.20 น.วันที่ 16 พ.ค. นายปณิธาน วฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมครม.นัดพิเศษและการประชุม ศอฉ. 
 
 นายถวิล ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน กล่าวว่า ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. เห็นชอบเรื่องให้บุคคลและกลุ่มบุคคลออกนอกพื้นที่ เพื่อออกนอกพื้นที่การชุมนุม ที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ซึ่งตระหนักดีว่าพื้นที่ที่มีการชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์และบริเวณใกล้เคียงนั้น ในขณะนี้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมที่หลายหลาย ทั้งเด็ก สตรี และคนชรา รวมทั้งผู้ที่ไม่ทราบว่าการกระทำดังกล่าวนั้นผิดกฎหมาย ให้ออกจากพื้นที่เพื่อกลับสู่ภูมิลำเนา เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะเด็ก ผู้หญิงและคนชรา และผู้ประสงค์ที่อยากจะเดินทางออกจากพื้นที่การชุมนุม ทาง ศอฉ.จึงขอประกาศให้ผู้เข้าร่วมการชุมนุมได้เดินทางออกจากพื้นที่การชุมนุมโดยเร็ว โดยได้แจ้งประสงค์ขอกลับภูมิลำเนากับเจ้าหน้าที่ของทางราชการได้ทุกคน และ ศอฉ. จะให้ความคุ้มครองและอำนวยความสะดวกแก่ทุกคน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. ถึงวันที่ 17 พ.ค. เมื่อเวลา 15.00 น. จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

 นายถวิล กล่าวว่า นอกจากนั้น ศอฉ. ได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้กระทำการใดๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือ ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลหรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ตามที่นายกฯได้ประกาศที่มีความร้ายแรงแล้วยังมีพฤติกรรมของการก่อการร้าย มีการใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายและทรัพย์สิน และมีเหตุอันเชื่อได้ว่า มีการกระทำที่รุนแรงมีผลกระทบต่อความมั่นคง

 นายถวิล กล่าวอีกว่า อาศัยมาตรา 11 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประกอบกับคำสั่งนายกฯ เรื่องการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ จึงมีคำสั่งห้ามมิให้สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินธนาคารตามที่ได้มีการจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะบริษัทหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายที่ว่าวินาศภัย และสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ นิติบุคคลที่อนุญาตให้ประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาต โอนเงินทาง อิเล็กทรอนิคทำนิติกรรม สัญญาหรือดำเนินการใดๆ ทางการเงินทางธุรกิจ หรือดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกับบุคคลหรือนิติบุคคลตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายคำสั่งนี้ มีรายชื่อบุคคลและนิติบุคคล 106 รายการ 13 รายการเป็นรายชื่อนิติบุคคลส่วนที่เหลือนั้นเป็นรายชื่อของบุคคล

 เมื่อถามว่าถ้ามีคนจะฝากเงิน 500 บาท จำเป็นต้องมาแจ้งให้ ศอฉ.ทราบด้วยหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า เข้าใจว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ส่วนเรื่องจำนวนเงินนั้นเป็นไปตามที่กำหนด และการที่ดำเนินการทางธุรกรรมนั้นคนที่เป็นเจ้าของจะต้องมาแจ้งให้ทาง ศอฉ.รับทราบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่าที่มีประกาศออกมา แสดงว่ามีการตรวจสอบแล้วว่ามีเงินไหลเข้ามา จำนวนมาก นายปณิธาน กล่าว ว่า คิดว่าเมื่อได้ข้อมูลจากสถาบันการเงินมาแล้ว ก็ คงจะมีความชัดเจนมากกว่านี้ ขณะนี้ต้องรอดูรายงาน สถาบันการเงินก่อน ซึ่งเวลาที่ ศอฉ.กำหนดไว้ก็คงจะ ไม่นานเกินไป เพราะเป็นการกำหนดในเรื่องของการทำธุรกรรมการเงินตั้งแต่เดือน 1 ก.ย. 52 - 17 ก.ย. 53 โดยกำหนดให้ส่งรายงานในวัน ที่ 20 พ.ค. 53 โดยจะส่งรายงานเข้า ศอฉ. ทั้งนี้จะมีการพิจารณาร่วมกันหลายหน่วยงาน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากบุคคลเหล่านั้นต้องการจะใช้เงิน ต้องมาขอที่ ศอฉ. ก่อนหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า เรื่องทางกฎหมายคงต้องไปดูก่อน ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้เราสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินไหลได้ และการเชื่อมโยงในกิจกรรมต่างๆ จะ ทำให้เกิดความชัดเจนว่ากิจกรรมใดๆที่กระทบต่อความมั่นคงทั้งหมดถ้าหากว่า เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางเงินจะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และควบคุม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นการตัดเส้นทางการเงินหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ต้องดูก่อน เพราะมีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องและกระเทือนต่อความมั่นคง ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เฉพาะกิจกรรมชุมนุมอย่างเดียวเท่านั้น มันมีอีกหลายเรื่องที่จะเชื่อมโยงกับทางเครือข่าย โดย เรื่องที่อายัด จะเกี่ยวข้องกับความมั่นคง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่ง ศอฉ.ที่ 49/2553 เรื่องห้ามมิให้กระทำการใดๆ หรือ สั่งให้กระทำการใดๆเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือ การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลหรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็น แก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน มีรายละเอียดดังนี้

 ตามที่นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ ครม.ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงและใช้อำนาจตามมาตรา 11 วรรคสองแห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 ออกประกาศตามมาตรา 11 พ.ร.ก.ฉบับเดียวกันนี้ลงวันที่ 7 เม.ย. 2553 นั้น

 เนื่องจากปรากฏว่าในเขตท้องที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าวมีการก่อการร้าย การใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกาย หรือทรัพย์สินและมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล ประกอบกับการสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า มีผู้นำเงิน หรือทรัพย์สินมาใช้ในการกระทำ หรือ สนับสนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นจำนวนมาก กรณีจึงมีความจำเป็นที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

 อาศัยอำนาจตามข้อ 6 ของประกาศตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ลงวันที่ 7 เม.ย. 2553 ประกอบกับคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่พิเศษ 93/2553 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง(เพิ่มเติม)ลงวันที่ 16 เม.ย. 2553 จึงออกคำสั่งดังนี้

 1. ห้ามมิให้สถาบันการเงินตามกฎหมาย ว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารตามที่ได้มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ บริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยการชำระเงินต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้บริการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำนิติกรรมสัญญา หรือ การดำเนินการใดๆทางการเงิน ทางธุรกิจหรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกับบุคคลหรือนิติบุคคลตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้

 2. บุคคล หรือ นิติบุคคลตามข้อ 1. ให้หมายความรวมถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ในทอดสุดท้าย ได้แก่บุคคลธรรมผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง หรือ ผู้ใช้อำนาจควบคุมการทำธุรกรรมของบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1. หรือบุคคลอื่นที่ทำธุรกรรมแทนบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1 .รวมถึงบุคคลผู้ใช้อำนาจควบคุมนิติบุคคลตามข้อ 1 หรือบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1 ที่มีการตกลงกันทางกฎหมายด้วย

 3. ให้สถาบันการเงินและนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจตามข้อ 1 แจ้งและส่งข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1 .ที่ได้กระทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2552-17 พ.ค. 2553 มายังหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินภายในวันที่ 20 พ.ค. 2553

 4. การขอเพิกถอนคำสั่งห้ามทำนิติกรรม สัญญาหรือการดำเนินการใดๆทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกับบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1. เฉพาะรายครั้งแล้วแต่กรณีให้บุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1. พร้อมด้วยสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจตามข้อ 1 .ยื่นคำขอและแสดงตนต่อหน้าหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินพร้อมด้วยหลักฐานที่แสดงว่าการทำนิติกรรม สัญญาหรือการดำเนินการใดๆทางการเงิน ทางธุรกิจหรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามข้อ 1 .ไม่ได้เป็นการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำเพื่อให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

 5. ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำและปรับตามมาตรา 28 แห่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

 ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 16 พ.ค. 2553 พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

 ส่วนรายชื่อ รายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่ห้ามมิให้กระทำการใดๆหรือสั่งการใดๆเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินหรือดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลหรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน

 สำหรับนิติบุคคลมี 13 แห่ง ประกอบด้วย 1. บริษัท ทุนนวัตกรรม จำกัด 2. บริษัท นิวโอ๊ค จำกัด 3. บริษัท บี.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 4. บริษัท ประไหมสุหรี พร้อมเพอร์ตี้ จำกัด 5. บริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด 6. บริษัท เอส ซี เค เอสเทต จำกัด 7. บริษัท เอส ซี ออฟฟิซ ปาร์ค จำกัด 8. บริษัท เอส ซี ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด 9. บริษัท โอ เอ ไอ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 10. บริษัท โอเอไอ คอนซัลแต้นท์แอนด์แมนเนจเม้นท์ จำกัด 11. บริษัทโอเอไอ แมนเนจเม้นท์ จำกัด 12. บริษัท โอเอไอ ลีสซิ่ง จำกัด 13. บริษัท โอเอไอ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด
บุคคลธรรมดามี93 คน ประกอบด้วย 14. พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร 15. คุณหญิงพจมาน ชินวัตร หรือดามาพงศ์ หรือ ณ ป้อมเพชร 16. นายพานทองแท้ ชินวัตร 17. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 18. น.ส.พินทองทา ชินวัตร 19. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 20. นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ 21. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 22. นายเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ 23. นางกาญจนาภา หงส์เหิน 24. นายชานนท์ สุวสิน 25. นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช 26. นายเอกราช ช่างเหลา 27. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ 28. นายการุณ โหสกุล 29. นายนพดล ปัทมะ 30. นายวิชาญ มีนชัยนันทน์ 31. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 32. นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา 33. นางพิมพา จันทรประสงค์ 34. นายสันติ พร้อมพัฒน์ 35. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ 36. นายประชา ประสพดี 37. นายไชยา สะสมทรัพย์ 38. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร 39. นายยงยุทธ ติยะไพรัช 40. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ 41. นายเจริญ จรรย์โกมล 42. นายสุทิน คลังแสง 43. นายเรืองเดช สุวรรณฝ่าย 44. นายเรืองยุทธ ประสาทสวัสดิ์ศิริ 45. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ 46. นายสมบุญ ขุนทองไทย 47. นางมยุรี เศวตาศัย 48. นายอุดมเดช รัตนเสถียร 49. นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงษ์ 50. นายพายัพ ชินวัตร

 51. นายจิระศักดิ์ เตชะทวีกุล 52. น.ส.พนิดา ปัญจาบุตร 53. นางวิยดี สุตะวงศ์ 54. นายเจริญ คัมภีรภาพ 55. นายทัศ เชาวนเสถียร 56. พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก 57. นายสุชน ชาลีเครือ 58. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล 59. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง 60. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 61. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ 62. นายพันเลิศ ใบหยก 63. นายสมหวัง อัสราศี 64. น.ส.จุฬารัตน์ เมนะเศวต 65. นายสมชาย ไพบูลย์ 66. พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร 67. นายสงวน พงษ์มณี 68. น.ส.ชินณิชา ชินวัตร 69. พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์

 70. นายไพโรจน์ ตันบรรจง 71. นางอรุณี ชำนาญยา 72. นายวิเชียร ขาวขำ 73. นายพีระพันธ์ พาลุสุข 74. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ 75. พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ 76. นายพายัพ ปั้นเกตุ 77. นายสุชาติ ลายน้ำเงิน 78. นายนิยม วรปัญญา 79. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 80. นพ.เหวง โตจิราการ 81. นายวีระ มุสิกพงศ์ 82. นายขวัญชัย สาราคำ 83. นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง 84. นายจรัล ดิษฐาอภิชัย 85. นายนิสิต สินธุไพร 86. นายก่อแก้ว พิกุลทอง 87. นายชินวัตร หาบุญพาด 88. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย 89. นายอดิศร เพียงเกษ

 90. นายวรพล พรหมิกบุตร 91. นายสำเริง ประจำเรือ 92 นายวิสา คัญทัพ 93. นายยศวลิต ชูกล่อม 94. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ 95. นางดรุณี กฤตบุญญาลัย 96. พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ 97. นายวันชนะ เกิดดี 98. นายอารีย์ ไกรนรา 99. นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ 100. นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ 101. นายประชัญ หรือ ฌอน บุญประคอง 102. พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี 103 . พล.ท.มนัส เปาริก 104 . พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต 105 .พล.ต.ท.สล้าง บุนนาค 106 .พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล