ข่าว

สื่อผู้ดีมองสถานการณ์ไทยแรงส่งผลต่ออาเซียน

สื่อผู้ดีมองสถานการณ์ไทยแรงส่งผลต่ออาเซียน

16 พ.ค. 2553

สื่ออังกฤษมองสถานการณ์ความรุนแรงในไทยจะส่งผลต่อสเถียรภาพในภูมิภาคและอาเซียน และแม้จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็จะยิ่งสะท้อนให้เห็นสังคมไทยที่แบ่งแยกเป็นขั้ว สื่อต่างชาติออกบทวิเคราะห์ แสดงความเป็นห่วงการใช้กำลังในการปราบปรามการประท้วงว่าอาจจะทำให้วัฒนธรรมก

(16พ.ค.) เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ของอังกฤษ รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยของ ดร. กาเร็ต ไพรซ์ และ โรชีน คาบราจิ นักวิเคราะห์จากแชทแธม เฮาส์ ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษว่า การปะทะกันในกรุงเทพฯ จะมีนัยยะสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ต่อสเถียรภาพในภูมิภาค และต่ออาเซียน

บทความนี้ระบุว่า ขณะนี้เกือบ 1 ใน 3 ของประเทศรวมทั้งกรุงเทพมหานคร กำลังอยู่ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยฝ่ายที่ไม่พอใจรัฐบาล เข้าร่วมกับกลุ่ม นปช. มากขึ้น และได้เพิ่มระดับความรุนแรงในการชุมนุม แม้จะมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตระหว่างการปะทะกันระหว่างทหารและผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แต่มีแนวโน้มว่า
จะทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย อย่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองไม่พอใจ

ส่วนการเลือกตั้งก็จะยิ่งสะท้อนให้เห็นสังคมไทยที่แตกแยกเป็นขั้ว และมีสัญญาณบ่งชี้มากขึ้นว่า ระบบขั้วในสังคมไทยได้เกิดขึ้นแล้วในหมู่ทหาร และในขณะที่รัฐบาล ให้อำนาจกับทหารในการควบคุมสถานการณ์  บทบาทและความตั้งใจของทหารในการปฏิบัติงานได้ถูกตั้งคำถาม  โดยบทความนี้มองว่า นายทหารและนายตำรวจระดับล่างมักมาจากกลุ่มทางสังคมระดับเดียวกับกลุ่มคนเสื้อแดง

บทความนี้ยังระบุด้วยว่า ในขณะนี้ ยังไม่มีฝ่ายไหนที่ยอมลดเงื่อนไข เพื่อหาทางออกจากทางตันทางออกโดยทหารอาจจะเป็นการแก้ไขปัญหาชั่วคราว แต่ไม่สามารถเยียวยาความแตกแยกในสังคมไทยได้

สื่อต่างชาติมองไทยห่วงใช้กำลังปราบม็อบ

หนังสือพิมพ์ โคเรียน ไทมส์ ของเกาหลีใต้ รายงานว่าในขณะที่ฝ่ายจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของไทยเกรงว่า การจลาจลจะขยายตัวออกไปนอกกรุงเทพ จนได้มีการประกาศขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปยัง 17 จังหวัดของไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  นายแอนโธนี่ เดวิส นักวิเคราะห์ของนิตยสารด้านความมั่นคงอย่าง เจนส์ อินเทลิเจนซ์ รีวิว (Jane's Intelligence Review) บอกว่า อันตรายจริงๆที่จะเกิดขึ้นของเรื่องนี้  อาจจะเกิดทั้งจากความผิดพลาดในการสลายการชุมนุมในกรุงเทพ หรือการยึดอำนาจของฝ่ายทหารซึ่งทั้ง 2 กรณีนั้น สามารถทำให้กลุ่มเสื้อแดงใต้ดินออกมาโจมตีทั่วเขตภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศได้

ด้านนายไมเคิล มอนเตซาโน่ นักวิจัยจากสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ บอกว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้เสนอแผนปรองดอง โดยบอกว่าจะให้เลือกตั้งใหม่ในช่วงปลายปี แต่ปัญหาก็คือนายกรัฐมนตรีไม่มีแผน บี.ในกรณีที่แผนปรองดองล้มเหลว

ด้านหนังสือพิมพ์ เดลี่เมลส์ของอังกฤษ รายงานเรื่องสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศไทย โดยบอกว่า ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น  นักรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ออกมาแสดงความเป็นห่วงว่า การใช้กำลังปราบปรามการประท้วง จนเกิดการนองเลือด อาจจะทำให้วัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงในไทยมีความมั่นคงมากขึ้น

เธอบอกว่า หากได้ไปฟังกลุ่มผู้ประท้วงพูด คนเหล่านี้เต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตตัวเอง เพราะพวกเขาเชื่อว่า กำลังทำให้สังคมไทยมีความเป็นธรรมมากขึ้น