
ปธ.ส.ธนาคารไทยชี้สลายม็อบยืดกระทบศก.หนัก
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานสมาคมธนาคารไทย และ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้น ถ้าเหตุการณ์รุนแรงและยืดเยื้อจะส่งเลวร้ายต่อประเทศชาติ ทำให้นักลงทุนไม่กล้าตัดสินใจเข้ามาลงทุนไทย
โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งผลกระทบการชุมนุมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ากระทบต่อการลงทุนและท่องเที่ยวอย่างมากเห็นได้จาก 47 ประเทศทั่วโลกเตือนประชาชนไม่ให้เกิดทางมาไทยและประเทศเหล่านี้มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวประมาณ ร้อยละ 85 ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทย
“การประกาศแผนปรองดองของรัฐบาลนั้น แม้ว่าจะซับซ้อนและใช้เวลา แต่ทำให้คนตั้งสติและมีโอกาสหายใจ แต่ความท้าทายต้องดูว่าปฏิบัติเป็นรูปธรรมได้มากน้อยแค่ไหน และอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าแผนปรองดอง ส่วนข้อกำหนดเรื่องยุบพรรค และห้ามลงเล่นการเมือง 5 ปีมีความรุนแรงไป ซึ่งต้องปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการจะทำอะไรต้องระวังในเชิงนิติรัฐและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย” นายประสาร กล่าว
นายประสาร กล่าวว่า ประมาณการณ์ไว้ว่าถ้าเศรษฐกิจต่างประเทศดี และในประเทศสงบผลิตภัณฑ์มวลรวมรายได้ในประเทศ หรือ จีดีพี จะขยายตัวถึงร้อยละ 5.8 แต่ถ้าเศรษฐกิจต่างประเทศไม่ดี ขณะที่ภายในประเทศสงบจีดีพีจะขยายตัวร้อยละ 4.5 และเห็นว่าถ้าต่างประเทศดี ขณะที่ในประเทศไม่สงบ จีดีพีจะขยายตัวร้อยละ 3.7 และถ้าต่างประเทศไม่ดีและภายในประเทศยังมีปัญหาการเมืองจีดีพีจะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.6
นอกจากนี้ในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมบริเวณราชประสงค์ โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งจะมีการเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นมี 3 แนวทางคือ 1.กรณีที่ลูกค้าครบงวดชำระสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์อาจจะลดจำนวนเงินที่ต้องชำระหรือเลื่อนออกไป 2.สินเชื่อที่กำหนดระยะเวลาอาจมีการขยายเวลาออกไปให้กับลูกหนี้ และ 3.ปรับลดวงเงินการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำของผู้ประกอบการธุรกิจ จากเดิมที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ร้อยละ 10 ของยอดคงค้างสินเชื่อ เหลือเพียง ร้อยละ 3 ส่วนสินเชื่อบุคคลให้ชำระหนี้ตามปกติ ซึ่งได้ให้ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมว่าจะให้ลูกค้ารายใดบ้าง
นายประสาร กล่าวว่า สำหรับแนวทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยช่วยผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมนั้น จะต้องมีการประชุมหารือกับสมาชิกสมาคมธนาคารไทยก่อน หลังจากนั้นจะเสนอให้นายกอร์ปศักดิ์พิจารณาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยแนวทางที่เป็นไปได้มี 2 แนวทางคือ ทางการจัดสรรวงเงินเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการเหมือนกับกรณีการเกิดปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือธนาคารพาณิชย์ต้องเฉือนเนื้อตัวเอง แต่จะเป็นแนวทางใดนั้นยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ แต่ในปัจจุบันรัฐเข้าไปช่วยเหลือด้วยการให้บรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อม (บสย.) เข้าไปค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนโดยไม่มีหลักประกัน



