
สื่อนอกห่วงใช้กำลังปรามผู้ประท้วงในไทย
สื่อต่างชาติวิเคราะห์ แสดงความเป็นห่วงการใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงว่าอาจทำให้วัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงในไทยมีความมั่นคงมากขึ้น ด้านพ่อแม่ของผู้สื่อข่าวชาวแคนาดาที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนระหว่างทำข่าวการปะทะกันเมื่อวันศุกร์ แสดงความโล่งอกหลังได้คุยโทรศัพ
(16พ.ค.) หนังสือพิมพ์ โคเรียน ไทมส์ ของเกาหลีใต้ รายงานว่าในขณะที่ฝ่ายจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของไทยเกรงว่า การจลาจลจะขยายตัวออกไปนอกกรุงเทพ จนได้มีการประกาศขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปยัง 17 จังหวัดของไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนายแอนโธนี่ เดวิส นักวิเคราะห์ของนิตยสารด้านความมั่นคงอย่าง เจนส์ อินเทลิเจนซ์ รีวิว (Jane's Intelligence Review) บอกว่า อันตรายจริงๆที่จะเกิดขึ้นของเรื่องนี้ อาจจะเกิดทั้งจากความผิดพลาดในการสลายการชุมนุมในกรุงเทพหรือการยึดอำนาจของฝ่ายทหารซึ่งทั้ง 2 กรณีนั้น สามารถทำให้กลุ่มเสื้อแดงใต้ดินออกมาโจมตีทั่วเขตภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศได้
ด้านนายไมเคิล มอนเตซาโน่ นักวิจัยจากสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษามหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ บอกว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้เสนอแผนปรองดอง โดยบอกว่าจะให้เลือกตั้งใหม่ในช่วงปลายปี แต่ปัญหาก็คือนายกรัฐมนตรีไม่มีแผน บี.ในกรณีที่แผนปรองดองล้มเหลว
ด้านหนังสือพิมพ์ เดลี่เมลส์ของอังกฤษ รายงานเรื่องสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศไทยโดยบอกว่า ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น นักรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียออกมาแสดงความเป็นห่วงว่าการใช้กำลังปราบปรามการประท้วง จนเกิดการนองเลือด
อาจจะทำให้วัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงในไทยมีความมั่นคงมากขึ้น
เธอบอกว่า หากได้ไปฟังกลุ่มผู้ประท้วงพูด คนเหล่านี้เต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตตัวเองเพราะพวกเขาเชื่อว่า กำลังทำให้สังคมไทยมีความเป็นธรรมมากขึ้น
ด้านเวบไซต์หนังสือพิมพ์มอนทรีอัล กาเซ็ทท์ ของแคนาดารายงานว่า พ่อแม่ของนายเนลสัน แรนด์ นักข่าวชาวแคนาดา วัย 34 ปีที่ทำงานให้กับสถานีโทรทัศน์ฟรานซ์ ทเวนตี้โฟร์ (France 24) ของฝรั่งเศส และถูกยิงในขณะที่ทำข่าวการปะทะกันที่บริเวณสวนลุมพินี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับลูกชายเป็นเวลา 20 นาที และแสดงความโล่งอกที่รู้ว่าลูกชายปลอดภัยแล้ว
นายแรนด์ ซึ่งได้รับการผ่าตัด หลังจากถูกยิง 3 นัดเข้าที่ขา ท้องและข้อมือบอกนางบาบาร่า แรนด์ แม่ของเขาว่า ปลอดภัยดี แม้ไม่ทราบว่าใครเป็นคนช่วยเหลือเขา แต่ใครก็ตามคนนั้นได้ช่วยชีวิตเขาไว้
แม่ของนายแรนด์บอกว่า ลูกชายสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมากจากบาดแผลและหัวใจหยุดเต้นไปอย่างน้อย 2 นาทีระหว่างการผ่าตัด แต่ลูกชายเป็นคนที่แข็งแรง และเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายกว่านี้มาแล้ว
นายแรนด์ ซึ่งทำงานอยู่ในหลายประเทศในเอเชียมา 10 ปี และล่าสุดทำงานที่กรุงเทพ ให้กับสถานีโทรทัศน์ ฟรานซ์ ทเวนตี้โฟร์ (France 24) ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีบีซี นิวส์ ของแคนาดา ว่า ตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนยิง แต่ตนไม่สนใจเพราะตนได้เลือกที่จะนำตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นด้วยหน้าที่ และไม่ควรจะต้องหาคนผิด
ในขณะที่พ่อแม่ของนายแรนด์กำลังพิจารณาว่าจะไปเยี่ยมลูกชายที่เมืองไทยรัฐบาลแคนาดา ได้ออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมากรุงเทพฯ หากไม่มีความจำเป็นและล่าสุดได้เตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภาคอื่นๆ ของไทยด้วยโดยกระทรวงการต่างประเทศแคนาดา ระบุว่า สถานการณ์ในกรุงเทพฯ มีความไม่แน่นอนสูง มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงในเมือง



