ข่าว

'มาร์ค'โยนศอฉ.ชี้ขาดประกาศใช้เคอร์ฟิวส์

'มาร์ค'โยนศอฉ.ชี้ขาดประกาศใช้เคอร์ฟิวส์

16 พ.ค. 2553

นายก"อภิสิทธิ์" สั่งรร.ทั่วกทม.เลื่อนวันเปิดเทอมไปอาทิตย์หน้า เผย ให้ศอฉ.ตัดสินใจประกาศใช้เคอร์ฟิวส์ วอน เสื้อแดงสลาย เพื่อหยุดการสูญเสีย ชี้ ผู้ชุมนุมกำลังตกเป็นเหยื่อกลุ่มก่อการร้าย พร้อมยันรัฐบาลจำเป็นต้องยึดกฎระเรียบและกติกาของบ้านเมือง

(16พ.ค.) เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การปิดล้อมพื้นที่รอบสี่แยกราชประสงค์ของกลุ่มเสื้อแดง ว่า ในพรุ่งนี้เป็นที่ทราบกันว่าจะเป็นวันเกิดเทอมของโรงเรียนต่างๆ ดังนั้นผู้ปกครอง พ่อ แม่ จึงมีความเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกหลาน ดังนั้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนจึงได้สั่งการไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประสานไปยังกรุงเทพมหานคร ว่าให้โรงเรียนต่างๆในกรุงเทพมหานคร ควรต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไปอีกเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเกิดความสบายใจ เรื่องนี้ตนเข้าใจดีว่าหัวอกพ่อแม่คงจะไม่ต้องการลูกหลานเดินทางในกรุงเทพ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ดังนั้นไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่อยู่ในการชุมนุมเป็นหลัก แต่จะรวมโรงเรียนในกรุงเทพฯทั้งหมด ซึ่งจะให้กระทรงวศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร ได้มีการดำเนินการในการประกาศให้เลื่อนวันเปิดเทอมออกไป

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ได้มีการเสนอแนะที่จะป้องกันไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นในเวลานี้ให้เข้าไปอยู่ในสถาการณ์ หรือตกไปเป็นเหยื่อของเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ดังนั้นการห้ามของการใช้พื้นที่ การห้ามเดินทาง หรือการประกาศเคอร์ฟิวส์ ซึ่งทางนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศอฉ.ที่กำลังประชุมกรรมการศอฉ.อยู่ในเวลานี้  ซึ่งคาดว่าในช่วงสายๆ คงจะมีการรายงานผลการประชุมให้ได้รับทราบต่อไปว่าศอฉ.จะมีการประกาศมาตรการอะไรในลักษณะนี้หรือไม่

 " สำหรับภาพรวมของสถานการณ์ในขณะนี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสีย คือ การยุติการชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชุมนุมเป็นเงื่อนไขที่อาจจะทำให้เกิดความรุนแรงได้ตลอดเวลา สิ่งที่เป็นปัญหาที่เราทราบกันอย่างดีว่า บทบาทของกลุ่มผู้ก่อการร้าย หรือกองกำลังที่ติดอาวุธนั้น นับวันยิ่งมีบทบาทสูงขึ้น จากเดิมเราจะเห็นว่าการเลคื่อนไหวจะเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ของผู้ชุมนุม และมวลชนต่างๆ แต่ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาการที่บ่งชี้ว่าในขณะนี้กลุ่มผู้ก่อการร้าย หรือกองกำลังต่างๆ ที่ติดอาวุธนั้นกลับมีบทบาทสูงสุด การใช้อาวุธสงคราม การยิงเอ็ม 79 ซึ่งมีจำนวนมากมายในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เป็นตัวบ่งบอกว่าตรงนี้ทำให้เกิดปัญหาและความสูญเสียมากที่สุด ซึ่งสิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ที่มีผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ปฎิบัติโดยตรงได้ออกมาชี้แจงกับพี่น้องประชาชนผ่านโทรทัศน์ ว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เพียงแต่เข้ากระชับวงล้อมเท่านั้น แต่ไม่ได้มีการเข้าไปในพื้นที่ของการชุมนุมหลักเลย แต่ก็เกิดเหตุการณ์ทำให้เกิดความสูญเสีย " นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายกฯ กล่าวต่อว่า การชุมนุม หรือการเข้ามาปะทะกับเจ้าหน้าที่นั้น ไม่ได้เป็นผลดี ที่จริงแล้วในขณะนี้ตามกระบวนการยุติธรรม แม้แต่เหตุการณ์ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ทางศาลได้สั่งลงโทษจำคุก 6 เดือนกับคนที่เข้ามาทำลายด่าน หรือเข้ามายั่วยุเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฎิบัติหน้าที่ ดังนั้นตนจึงขอย้ำว่าไม่ว่าด้วยเหตุอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการถูกชักจูง หรือมีความคิดที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุม ขออย่าได้ทำเลย เพราะผิดกฎหมายและจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง กองกำลังที่ก่อการร้ายที่ใช้อาวุธสงคราม ซึ่งเรามีภาพที่เขามีการยิงเอ็ม 79 หรือแม้การใช้ปืน พวกเขาไม่ได้สนใจว่าเหยื่อตรงนั้นจะเป็นใคร ซึ่งหากเหยื่อเป็นเจ้าหน้าที่ก็แน่นอนงานของเขาบรรลุเป้าหมาย ที่เขาสามารถทอดกำลังของฝ่ายบ้านเมือง แต่หากเหยื่อเป็นประชาชน ก็หวังว่าประชาชนที่เสียชีวิตก็จะมากดดันรัฐบาล กดดันเจ้าหน้าที่ และกดดันสังคม เฉพาะนั้นจะตเห็นได้กลุ่มที่มีแรงจูงใจที่จะทำให้เกิดความสูญเสียมากที่สุด คือ กลุ่มผู้ก่อการร้าย และกองกำลังติดอาวุธ " ผมอยากจะย้ำว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้งหมด วันนี้การชุมนุมของท่านกับกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มที่ก่อการ้าย ที่มีการติดอาวุธ ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง และไม่เป็นอนวทางในการสนับสนุนแนวทางของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และไม่ได้เป็นแนวทางที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม มีแต่ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่นิยมความรุนแรง เป็นสังคมที่จะไร้ระเบียบ ไร้กฎหมาย และสุดท้ายที่จะเดือดร้อนมากที่สุด คือ คนยากคนจน เพราะว่าสังคมใดที่ไร้กฎระเบียบ สังคมใดที่ใช้กำลังเป็นหลัก ก็จะเป็นสังคมซึ่งประชาชนไม่มีโอกาสในการที่จะมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ปกติสุข ในช่วงสองเดือนที่มีการชุมนุม พี่น้องประชาชนคนยากคนจนได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด"

 นายกน กล่าวต่อไปอีกว่า ตนขอย้ำว่าวันนี้ไม่มีแนวอะไรไปกว่าจะยุติการชุมนุม สำหรับพี่น้องประชาชน หรือแกนนำผู้ชุมนุมที่มีข้อเรียกร้องต่างๆ ตนขอย้ำว่าแผนการปรองดองที่มีอยู่ 5 ข้อนั้น เป็นที่มีคำตอบให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับเดือดร้อนอย่างมีเหตุผลจริงๆ ซึ่งตรงนี้เราควรจะปล่อยให้งานตรงนี้ให้เดินต่อไป และเช่นเดียวกันในเวลานี้เราไม่ควรจะต้องมาห่วงกังวลสถานะภาพของตนเอง แกนนำผู้ชุมนุมต่างๆขอให้เข้ามาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะว่าสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ คือ ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และจะไม่เว้นใครทั้งสิ้น ตน หรือนายสุเทพ เจ้าหน้าที่ทุกคนก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย อดีตนายกฯนทักษิณก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งตรงนี้คือมาตรฐานเดียวที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม ที่จะทำให้เหตุการณ์ต่างคลี่คลายไปจนทำให้ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้ ดังนั้นแนวนี้รัฐบาลคือสิ่งที่รัฐบาลพยายามดำเนินการอยู่ ส่วนแนวทางอื่นๆเช่นการปรับยุทธวิธีต่างๆ ก็เป็นหน้าที่ของศอฉ.ก็จะเดำเนินการอย่างโปร่งใส แต่ก็มีบางเรื่องที่เราคงจะไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่แนวทางต่างๆ ก็ยึดอยู่ในหลักการตามกฎหมาย โดยยันว่ารัฐบาลพยายามที่จะรักษากฎกติกาของบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และรัฐบาลไม่ต้องการไปเป็นศัตรูกับใคร และที่สำคัญที่สุดเราเป็นคนไทยเช่นเดียวกัน ไม่ต้องการไปทำร้ายใคร       

 " แนวทางการแก้ไขในการแก้ไขปัญหาตรงนี้กำลังกระทบความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยมีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการแก้ไขให้อยู่ เช่นเดียวกันบางวิชาชีพก็มีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น ผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งตรงนี้กำลังจะดูแลที่จะให้การคุ้มครองความปลอดภัยกับบุคคลกลุ่มเหล่านี้ " นายกฯ กล่าว