ข่าว

กองทัพร้าว-กองโจรรุก

กองทัพร้าว-กองโจรรุก

16 พ.ค. 2553

การปะทะกันอย่างต่อเนื่องในรูปแบบ "สงครามกองโจร" นับแต่เหตุ เสธ.แดง ถูกยิงเมื่อค่ำวันที่ 13 พฤษภาคม หลังจากรัฐบาลตัดสินใจเริ่มต้นสลายการชุมนุม

 ปฐมบทของ "สงครามกลางเมือง" เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงประกาศสู้ทุกรูปแบบ

 กองกำลังของคนเสื้อแดงนั้น นอกเหนือจากผู้ชุมนุม และแกนนำทั้งหลายแล้ว กลุ่มที่ถูกจับตามองก่อนหน้านี้ก็คือ บรรดาอดีตนักรบทั้งหลายที่เดิมสังกัดเสธ.แดง แต่เมื่อเสธ.แดงนอนอยู่โรงพยาบาล ก็มีคำถามว่า คนเหล่านั้น บังคับบัญชา สั่งการโดยใคร

 ข้อมูลที่ เมธี อมรวุฒิกุล แดงฮาร์ดคอร์ซึ่งปล้นปืนของกองทัพไปในวันปะทะกัน 10 เมษายน และถูกจับกุมในเวลาต่อมา สารภาพและซัดทอดว่า กลุ่มผู้ชุมนุมใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ทหาร

 ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ ศอฉ.ได้มา ก็ยืนยันชัดเจนว่า ปืนที่ถูกปล้นไปนั้น มีการแจกจ่ายไปยังบุคคลสำคัญหลายคนของคนเสื้อแดงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยในที่ชุมนุม

 นอกจากนี้ ยังมีเหตุให้น่าเชื่อว่า ในที่ชุมนุมนั้นมีกองกำลังติดอาวุธแฝงตัวอยู่พร้อมอาวุธร้ายแรง พร้อมที่จะสร้างความเสียหาย

 ตรงนี้นี่เองที่ทำให้คำสั่งจาก ศอฉ. ให้ทหารทำได้เพียง ปิดล้อมและค่อยๆ รุกคืบ แทนที่จะรุกหักเอาทีเดียวให้ถึงเวทีคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์

 แต่นั่นก็ทำให้ต้องเจอกับปัญหาที่คาดการณ์กันไว้แต่แรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 เสื้อแดงในชุมชนต่างๆ รอบๆ สี่แยกราชประสงค์ สวมเสื้อหลากสี ออกมาก่อกวน ยั่วยุ และคุกคามทหาร จนทำให้เกิดการปะทะกันอย่างต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง

 จุดที่ปะทะกันยาวนานนั้นก็เป็นไปตามคาด ราชปรารภ ซ.รางน้ำ ดินแดง บ่อนไก่ ศาลาแดง

 ที่กินเวลายืดเยื้อยาวนานนั้นเป็นเพราะในกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น หาได้มีเพียงแค่ก้อนหิน หนังสติ๊ก แต่ยังมีอาวุธสงครามแอบแฝงเข้ามาด้วย

 แต่ที่สำคัญก็คือ การแต่งกายของผู้ชุมนุมที่เข้ามาปะทะนั้นสวมเสื้อหลากสี จนแยกแยะไม่ได้ว่า ไหนคือประชาชน ผู้ชุมนุมที่มาด้วยอุดมการณ์ ไหนคือกลุ่มสร้างสถานการณ์

 ตรงนี้เองที่ทำให้ทหารไม่กล้าที่จะรุกคืบมากไปกว่านี้ แม้ว่าจะเป็นเวลากลางวันเห็นหน้ากันชัดๆ !

 การทุ่มกำลังบุ่มบ่ามเข้าไปก็มีแต่เร่งให้สงครามกลางเมืองลุกลามไปมากยิ่งขึ้น

 นี่อาจจะต้องชมมันสมองของ นายทหารระดับสูงที่เกือบจะได้เป็นผู้บัญชาการทหารบก ที่คิดค้น และอ่านขาดว่าเมื่อเจอกับสภาพเช่นนี้แล้วกองทัพก็ไม่อาจหักใจไล่ฆ่าคนทั่วไปได้

 แต่หากมองในอีกมุม นี่มันเป็นความคิดที่เลือดเย็น และอำมหิต เกินที่มนุษย์ทั่วไปจะคิด

 เพราะนี่เป็นการเอาชีวิตคนบริสุทธิ์ คนที่มาด้วยอุดมการณ์ แต่ถูกเร้าให้เกิดอารมณ์เกลียดชังทหาร และยิ่งคั่งแค้น เมื่อเห็นเพื่อนพ้องร่วมอุดมการณ์ถูกทำร้าย และด่าวดิ้นเพราะคมกระสุน

 ถึงกระนั้นก็ตาม ในส่วนของกองทัพเองก็ไม่ได้เรียกได้ว่า มีเอกภาพพอที่จะเดินหน้าแล้วไม่ต้องพะวงหลัง

 หากสถานการณ์การชุมนุมยืดเยื้อออกไป และกองทัพไม่อาจจัดการให้เสร็จสิ้นในเวลาที่ควร การเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สงครามที่เกิดจากทหารยิงกันเองก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ

 ก็ในเมื่อภายในกองทัพเองรวมกันแบบหลวมๆ จาก 4 ส่วน

 1.ฝ่าย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุราชการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม

 2.ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ.และผองเพื่อนรุ่น 12

 3.เตรียมทหารรุ่น 10 เครือข่ายเพื่อนพ้องของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

 4.กลุ่มทหารที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

 ปัญหาตรงนี้ทำให้การสั่งใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเป็นไปอย่างขลุกขลัก การสับเปลี่ยนกำลังก็ทำได้เฉพาะการดึงจากบางกองพล โดยมี พล.ร.2 รอ. เป็นกองพลหลัก

 เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว กองกำลังติดอาวุธที่ปกป้องคนเสื้อแดงจึงมี "ลูกเล่น" ส่งออกมาก่อกวน ยั่วยุให้เกิดสงครามกลางเมือง เพื่อดึงเอานานาชาติเข้ามาไกล่เกลี่ย และยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อย่างสนุกมือ

 หมากที่วางเอาไว้ ก็คือ ให้บรรดาเสนาธิการของกองทัพทั้งหลายได้รับรู้ว่า นี่ขนาดเข้าไม่ถึงเวทีสี่แยกราชประสงค์ยังขนาดนี้ หากเมื่อใดเข้าไปยัง "พื้นที่สังหาร" แล้วความสูญเสียจะมีมากเพียงใด

 นี่จึงเป็นสิ่งท้าทายสำหรับ กองทัพที่ยังมีปัญหาเรื่องเอกภาพ และรัฐบาลที่ยังเต็มไปด้วยความลังเล เพราะเวลาสำหรับประชาชนคนบริสุทธิ์นั้น หดสั้นลงทุกขณะแล้ว

ศรุติ ศรุตา