
"เชลซี"คว้าดับเบิลแชมป์เฉือนปอมปีย์ชิงเอฟเอคัพ
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี กลายเป็นดับเบิลแชมป์ทีมที่ 7 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ หลังเฉือนชนะ "ปอมปีย์" ปอร์ทสมัธ หวุดหวิด 1-0 จากฟรีคิกของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ในเกมเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 15 พ.ค. คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 6 ของสโมสร หลังจากที่ก่อนหน
ศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี แชมป์พรีเมียร์ชิพ ลงสนามทำศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศกับ "ปอมปีย์" ปอร์ทสมัธ ทีมบ๊วย โดยเกมนี้ เชลซี ส่ง 3 หัวหอกอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา, ซาโลมง คาลู และนิโกลาส์ อเนลก้า ลงสนามกันครบ ขณะที่ ปอร์ทสมัธ ได้ผู้เล่นตัวจริงผ่านความฟิตกลับมาลงสนามได้หลายคน
เริ่มเกมขึ้นมา เชลซี ดาหน้าบุกทันที นาทีที่ 14 หวุดหวิดจะได้ประตูออกนำ เมื่อ แฟรงค์ แลมพาร์ด สับไกยิงจากระยะ 35 หลา บอลพุ่งผ่านมือ เดวิด เจมส์ ไปแล้วแต่บอลชนเสาออกหลังไป ก่อนที่อีก 7 นาทีต่อมา เชลซี ต่อบอลอย่างสวยงามหลายจังหวะก่อนจะไปจบที่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ในกรอบเขตโทษได้ยิงเหน่งๆ แต่บอลไปติด แอรอน โมเคนา ออกมาก่อนที่จะซ้ำก็ติด โมเคนา อีกครั้ง
นาทีต่อมา ปอร์ทสมัธ เกือบจะได้ประตูนำบ้าง เมื่อ อารูนา ดินดาน ลากบอลไปถึงเส้นหลังทางขวาก่อนเปิดไปเสาสอง เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง ยิงบอลไปหน้าประตู และเฟเดริก ปิกิยอนน์ เข้าเปลี่ยนทางบอลจากระยะแค่ 3 หลา แต่ไปตรง ปีเตอร์ เช็ก จึงถูกปัดข้ามคานออกไป
ถึงนาทีที่ 27 เชลซี พลาดการได้ประตูอย่างเหลือเชื่อ แอชลีย์ โคล เข้ากรอบเขตโทษทางซ้ายก่อนผ่านเข้ากลางผ่าน เจมส์ ไปแล้ว แต่ ซาโลมง คาลู ยิงใส่ประตูโล่งๆ ไปชนคานออกมา และอีก 3 นาทีต่อมา ฟลอรองต์ มาลูด้า เปิดฟรีคิกให้ จอห์น เทอร์รี โหม่งแต่บอลก็ไปตกบนคาน
ช่วงท้ายครึ่งแรก เชลซี ยังไม่มีโชค นาทีที่ 38 ดร็อกบา ยิงฟรีคิกเต็มแรง เจมส์ ปัดปลายมือบอลไปชนคานแล้วตกบนเส้นประตูออกมา รวมทั้งนาทีที่ 42 ดร็อกบา ได้ยิงแบบจิ้มๆ บอลจากระยะไม่กี่หลาก็ไปชนเสาออกหลังอีก จบครึ่งแรกจึงยังเสมอกันอยู่ 0-0
เข้าครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 10 นาที ปอร์ทสมัธ ได้โอกาสทอง เมื่อ อารูนา ดินดาน ลากบอลเข้ากรอบเขตโทษแล้วถูก จูเลียโน เบลเลตติ เสียบล้มลงไปกลายเป็นจุดโทษ แต่ ปรินซ์ บัวเต็ง ยิงไปติดขา ปีเตอร์ เช็ก อย่างน่าเสียดาย
อีก 4 นาทีต่อมา เชลซี กลายเป็นทีมที่ได้ประตูนำไปก่อนจากลูกฟรีคิกระยะ 30 หลา ดร็อกบา วิ่งเข้าแปเต็มๆ บอลพุ่งผ่านกำแพงและเจมส์ ชนเสาเข้าประตูไปเป็น 1-0 และก่อนจบครึ่งแรกก็เกือบจะได้เพิ่มอีก หลังจาก แลมพาร์ด โดน ไมเคิล บราวน์ เสียบล้มในเขตโทษ แต่ แลมพาร์ด ยิงจุดโทษเฉี่ยวเสาออกไป จบเกม เชลซี ยังชนะไปได้ 1-0 คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ไปครองเป็นสมัยที่ 6
นอกจากการคว้าแชมป์สมัยที่ 6 แล้ว ยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเชลซี ที่คว้าดับเบิลแชมป์ได้ หลังจากที่เพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพมา ซึ่งถือว่าเป็นทีมที่ 7 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษที่ได้เป็นดับเบิลแชมป์
ขณะเดียวกัน แอชลีย์ โคล แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษของเชลซี สร้างประวัติศาสตร์เอฟเอ คัพ ขึ้นมาใหม่ ด้วยการคว้าเหรียญรางวัลชนะเลิศเอฟเอ คัพ ได้เป็นครั้งที่ 6 ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่ได้แชมป์ถ้วยนี้มากที่สุด แซงหน้า ชาร์ลส วอลลาสตัน, อาเธอร์ คินนาร์ด และจิมมี ฟอร์เรสต์ ที่ได้ไปคนละ 5 ครั้ง โดย โคล ได้แชมป์เอฟเอ คัพ กับ อาร์เซนอล มาแล้ว 3 ครั้ง และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 กับ เชลซี หลังจากเคยได้มาในปี 2007 และปี 2009



