ข่าว

มาร์คลั่นถอยไม่ได้สลายแดงจากราชประสงค์

มาร์คลั่นถอยไม่ได้สลายแดงจากราชประสงค์

15 พ.ค. 2553

“อภิสิทธิ์” แจงผิดหวังที่ “โรดแม็พ” ถูกปฏิเสธ ทั้งที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของใคร ระบุรัฐบาลต้องเดินหน้า ถอยไม่ได้ เพื่อนำความปกติสูขกลับคืนมา ชี้ ยุติการชุมนุม ทางเดียวที่จะลดการสูญเสีย ย้ำ การใช้กำลังบีบบังคับให้รัฐบาลยอมจำนน ไม่ใช่ คำตอบ

ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์  เมื่อเวลา 20.10 น. วันที่ 15 พ.ค.  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 วัน ที่ผ่านมา มีประชาชนเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่น่าเสียใจ ตน ตลอดจนรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนรู้สึกไม่ต่างจากพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น และไม่ต้องการจะเห็นสภาพของบ้านเมืองอยู่ในลักษณะของความขัดแย้งและความรุนแรง อย่างไรก็ตามในช่วงค่ำที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติการตามคำสั่งของ ศอฉ.ก็ได้มีการอธิบายให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบถึงเหตุการณ์ที่แท้จริงที่เกิดขึ้น ซึ่งคงจะทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ และกระจ่างชัดขึ้นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ตนขอถือโอกาสนี้ได้เรียนให้พี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งว่า สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่นั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และแนวคิดที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ก็เพื่อนำความปกติสุขกลับคืนสู่สังคม โดยทำให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พี่น้องประชาชนได้รับทราบมาโดยตลอดระยะเวลา 2 เดือน นับตั้งแต่มีการชุมนุมเรียกร้อง ซึ่งในเบื้องต้นดูจะเป็นการชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง ว่ารัฐบาล และเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความอดทน อดกลั้น แสวงหาคำตอบ และแนวทางต่าง ๆ ในการคลี่คลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาในเบื้องต้น แต่ก็ถูกปฏิเสธ ไปจนกระทั่งความพยายามที่จะใช้มาตรการต่าง ๆ รวมไปถึงการนำเสนอแผนการที่จะนำไปสู่การปรองดองสมานฉันท์ในประเทศของเรา แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าการชุมนุมนั้นเกิดขึ้นคู่ขนานไปกับการมีกองกำลังติดอาวุธ และมีการใช้อาวุธสงครามร้ายแรงทั้งก่อวินาศกรรม ทั้งกระทำต่อเจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไป แม้กระทั่งกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยกัน ปัญหานี้จึงทำให้การแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่รัฐประสบกับความยากลำบาก รัฐบาลได้พยายามที่จะหาคำตอบทางการเมือง ซึ่งตนได้นำเสนอแผนปรองดอง โดยเบื้องต้นดูเหมือนจะได้รับการตอบรับจากแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม แต่สุดท้ายถูกกลับปฏิเสธ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมาก ว่าแผนดังกล่าวเป็นการให้คำตอบในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

 “ผมบอกว่าน่าเสียดาย และน่าเสียใจผิดหวังก็คือ เห็นได้ชัดว่าการปฏิเสธแผนการปรองดองไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของใคร แต่เพื่อประโยชน์ของกลุ่มคนเล็ก ๆ ซึ่งประสงค์ที่จะเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นต้องการเดินไปสู่แผนทำให้เกิดสงครามกลางเมือง การสูญเสีย ซึ่งจะนำสิ่งเหล่านี้มากดดันรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ไม่น่ายอมรับได้ คือ แนวคิดที่จะเอาชีวิตของประชาชน หรือ ของคนมาเป็นเรื่องของการที่จะนำไปสู่การกดดันรัฐบาล ทำให้เกิดปัญหาด้านหนึ่ง คือ สภาพการบังคับใช้กฎหมาย ที่ทำได้ไม่เต็มที่ แต่อีกด้านหนึ่งนั้นคือความสูญเสียต่าง ๆ นั้นนำมาใช้ซึ่งประโยชน์ทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ เมื่อแผนปรองดองไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่มผู้ชุมนุม ผม และเจ้าหน้าที่จึงได้พยายามที่จะทำให้เหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ การชุมนุมยุติลง โดยให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด สิ่งที่เราได้พยายามทำคือการกระชับวงล้อมพื้นที่การชุมนุม ป้องกันไม่ให้มีการเติมปริมาณกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปสู่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ป้องกันไม่ให้มีการส่งกำลังบำรุง มีการตัดบริการสาธารณะ และบริการพื้นฐานต่าง ๆ ที่จะกดดัน และนำไปสู่การยุติชุมนุมที่สูญเสียน้อยที่สุด” นายอภิสิทธิ์ ระบุ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อดำเนินการในลักษณะนี้เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นในการตั้งด่านบริเวณรอบพื้นที่การชุมนุม ซึ่งสองวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ไปตั้งด่าน แต่ยังไม่ได้มีการเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม แต่กลับปรากฎว่า ในการไปตั้งด่านก็มีการใช้กองกำลังติดอาวุธผู้ก่อการร้าย ผสมผสานกับประชาชนเข้าไปบุกโจมตีการตั้งด่าน หรือการสกัดกั้นการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะกระชับวงล้อมพื้นที่การชุมนุมซึ่งเมื่อมีการใช้อาวุธเอ็ม 79 หรืออาวุธอื่น ๆ ซึ่งเป็นการกระทำต่อเจ้าหน้าที่ที่ไปตั้งด่าน ทางเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นที่จะต้องป้องกันตัวเอง และตอบโต้ ซึ่งการป้องกันตนเอง และตอบโต้นั้นก็ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ได้กระทำไปโดยมีการใช้กำลังที่ทุกฝ่ายยึดถือ และป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียของประชาชน แต่การสูญเสียที่เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นได้จากหลายกรณี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงไปแล้ว สิ่งที่ตนอยากยืนยันก็คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ และเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการในขณะนี้เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเราไม่สามารถที่จะปล่อยให้บ้านเมืองตกอยู่สภาพ ซึ่งมีคนไม่เคารพกฎหมาย พูดง่าย ๆ เหมือนกับจับคน กทม. หรือศูนย์กลางของประเทศเป็นตัวประกันเราไม่สามารถที่จะปล่อยให้บ้านเมืองอยู่ในสภาวะที่คนสามารถจัดตั้งกองกำลัง แล้วมาล้มล้างรัฐบาลที่ไม่เป็นที่พอใจของคนที่จัดตั้งกลุ่มที่มีกำลังเหล่านั้น

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการในลักษณะนี้ตนขอยืนยืนยันว่ารัฐบาลจำเป็นจะต้องเดินหน้า รัฐบาลไม่อาจถอยได้ เพราะกำลังทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งการคืนความเป็นปกติสุข และเรื่องการทำให้บ้านเมืองเป็นนิติรัฐอย่างแท้จริง การทำเช่นนี้และได้มีการโจมตี มีการสูญเสียเกิดขึ้น รัฐบาลได้ยืนยันชัดเจน ถึงเจตนา และตนไม่ต้องการให้มีการหยิบยกเรื่องการสูญเสียไปบิดเบือน เพื่อนำไปสู่การสร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ หรือประชาชนกับรัฐ แล้วทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายออกไป เพราะนั่นไม่ใช่ข้อเท็จจริง และไม่ใช่เจตนาของรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่คนเดียว ตนขอยืนยันว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางเดียวที่จะนำไปสู่ความสงบสุขและการรักษาความถูกต้องในบ้านเมืองเราได้พยายามนำวิธีทางอื่นมาใช้อยู่ตลอดเวลา ทั้งในเรื่องการเจรจา การเสนอแผนปรองดอง วันนี้ตนทราบดีว่าเหตุการณ์สองวันที่ผ่านมา เมื่อมีการสูญเสียก็ทำให้ประชาชนรู้สึกกระทบกระเทือนใจ วิตกกังวล แต่วันนี้ตนขอยืนยันว่า ถ้าเราปรารถนาที่จะเห็นการสูญเสียน้อยที่สุด วิธีการเดียวที่นำไปสู่จุดนั้นได้ คือทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม เพราะตราบเท่าที่มีการชุมนุมอยู่ กองกำลังติดอาวุธผู้ก่อการร้าย ก็จะยังคงปฏิบัติการต่อไป นำความสูญเสียให้เกิดขึ้นกับประชาชนและผู้ชุมนุม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่จบสิ้นและตราบเท่าที่มีการชุมนุมอยู่ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มต่าง ๆ และประชาชนทั่วไปก็จะเพิ่มขึ้นและมีแต่จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น

 “การยุติการชุมนุมเท่านั้นจะเป็นวิธีป้องกันความสูญเสีย การจะใช้กำลังเข้าบีบบังคับให้รัฐบาลยอมจำนนนั้นไม่ใช่เป็นคำตอบ เพราะจะทำให้ต่อไปในอนาคตบ้านเมืองจะมีการจัดตั้งกองกำลังและใช้ความรุนแรงเข้ามาเรียกร้อง หรือมาทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ก็จะทำให้ความรุนแรงนั้นไม่จบไม่สิ้น เพราะฉะนั้นผมจึงขอยืนยันประชาชนทุกคนจะต้องมาช่วยกัน ทำให้การชุมนุมยุติ มาตรการที่รัฐบาล และ ศอฉ.ใช้อยู่ในขณะนี้ ผมเห็นว่าเหมาะสมที่สุด และจะต้องเดินหน้าต่อไป นั่นคือการกระชับวงล้อม การตัดบริการสาธารณะเพื่อที่จะนำไปสู่การตัดสินใจให้ผู้ชุมนุมยุติ ทั้งนี้องค์กรต่าง ๆ ที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความห่วงใยในชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือผู้ชุมนุมที่เกี่ยวข้อง ผมขอเรียนว่ารัฐบาลมีเป้าหมายเช่นเดียวกันท่าน บางองค์กรขณะนี้อยากให้มีการประสานงาน นำเอาเด็ก และผู้หญิง ออกจากพื้นที่การชุมนุม ขอให้ท่านไปดำเนินการ รัฐบาลพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกทุกประการ แต่ผมอยากให้ทุกองค์กรเข้าใจว่า วิธีการที่จะลดความสูญเสียที่ดีที่สุดก็คือการนำไปสู่การยุติการชุมนุม เพราะถ้าไปดำเนินการในแนวทางอื่น ซึ่งจะทำให้การชุมนุมยืดเยื้อต่อไป ก็มีแต่จะทำให้การชุมนุมสูญเสียในบ้านเมืองของเราเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต เศรษฐกิจ ระบบการเมืองระบบกฎหมาย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เพราะฉะนั้นตนจึงอยากขอความร่วมมือจากประชาชน และองค์กรต่าง ๆ ว่าถ้าเรามีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และสูญเสียน้อยที่สุดก็ขอความกรุณาร่วมมือกับรัฐบาล และเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนจำนวนมากได้สอบถามว่าจะให้ปฏิบัติตนอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หลายคนไม่ต้องการเห็นสภาพความไร้ระเบียบ และการที่คนทำผิดกฎหมาย สามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ ผมจึงขอความร่วมมือจากประชานว่าไม่ว่าท่านจะรู้สึกอย่างไรกรุณาอย่าได้นำตัวท่านเข้าไปมาสู่วงจรของความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่ของรัฐจะทำหน้าที่แทนท่านในการที่จะนำความปกติสุขคืนมา และเราขอขอบคุณประชาชนจำนวนมากที่ให้กำลังใจ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ได้ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ได้ทำหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้นมีวินัย และเป็นมืออาชีพ กำลังใจของประชาชน และแรงสนับสนุนมีความหมายกับเขาเรานั้นอย่างมาก และรัฐบาลก็พร้อมที่จะให้เขาปฏิบัติตามหน้าที่ ตามแนวทางที่ได้มอบหมายไปตามที่เขาได้ชี้แจงไปในช่วงค่ำของวันนี้

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนมีความจำเป็นที่จะขอความร่วมมือจากประชาชน คือหนึ่งขอให้ความร่วมมือกับมาตรการของรัฐ แม้จะกระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ใกล้เคียงกับที่ชุมนุม หรือพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการปะทะ เรามีความจำเป็นที่จะต้องปิดเส้นทางการจราจร จึงขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่จำเป็นจริง ๆ เข้าไปสู่พื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเพื่อความปลอดภัย ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าได้เข้ามาในพื้นที่ หรือใกล้เคียงพื้นที่เลย เพราะมีทั้งความเสี่ยงและทำให้มีความสับสน เพราะจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับหลายฝ่าย สองประชาชนจำเป็นที่จะต้องติดตามข่าวสารต่าง ๆ การขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่รัฐบางครั้งเกิดความเดือดร้อนก็ขอให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเฉพาะหน้า เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา และที่สำคัญที่สุดก็การติดตามข่าวสาร ก็อยากประชาชนแยกแยะ และใช้วิจารณญาณ ซึ่งข่าวสารในช่วง 2-3 วันทีผ่านมาและต่อจากนี้ไป จะดูมีความสับสนมาก ทั้งข่าวลือ มีการปล่อยข่าวให้เกิดความสับสน เพื่อประโยชน์ในทางการเมือง ในการเคลื่อนไหวทางมวลชน ดังนั้นประชาชนจะต้องหนักแน่น และสามารถแยกแยะได้ว่าข่าวใดที่มีข้อเท็จจริง มีเหตผลหลักฐาน พยานยอมรับ และตนคงไม่สามารถที่จะไปจำกัดเสรีภาพขอสื่อมวลชนในการรายงานข่าวสารที่เกิดขึ้น

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์หรือการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่าง ๆ แต่อยากเรียนว่า แม้ว่าภาครัฐพยายามที่จะสื่อสารกับประชาชนให้มากที่สุด แต่การสื่อสารของรัฐนั้น ต้องเป็นไปด้วยความรับผิดชอบ การที่ภาครัฐจะพูด หรือแถลงอะไร จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความชัดเจน และขณะที่ต้องยอมรับว่า บางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ชุมนุมสามารถที่จะพูด สามารถที่จะกล่าวหาอะไรก็ได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีกหลักฐานรองรับ ตนขอวิงวอนประชาชนว่าการรับข่าวสารต่าง ๆ ขอให้พิจารณาอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพยายามที่จะสื่อสารว่ารัฐบาลพยายามจะใช้อาวุธเข้าไปปราบปรามประชาชนมือเปล่า ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่การปฏิบัติการของรัฐขณะนี้คือการกระชับวงล้อม และการปฏิบัติการของรัฐในขณะนี้เป็นการตอบโต้ของผู้ที่มีกำลังที่ติดอาวุธไม่ใช่เรื่องของประชาชนมือเปล่า

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากให้ประชาชนตระหนักอยู่เสมอ คือ รัฐ ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้นที่จะทำให้เกิดความสูญเสียในเรื่องชีวิตของประชาชน แต่ตรงกันข้ามสิ่งนี้เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่เห็นได้ชัดว่าชีวิตของประชาชนกลับถูกหยิบยกเป็นเครื่องมือของมวลชน และกองกำลังติดอาวุธที่ใช้เป็นเกราะกำบังตัวเอง ที่ใช้ในเรื่องของความสูญเสียมากดดันรัฐบาล ถ้าประชาชนจะได้ใช้เหตุผล และแยกแยะข่าวสารเช่นนี้ก็จะทำให้ไม่เกิดความสับสน ไม่ทำให้ความขัดแย้งหรือความเกลียดชังขยายวงกว้างออกไป เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของกลุ่มกำลังที่ติดอาวุธ และผู้ชุมนุมที่ต้องการจะเห็นความโกลาหล หรือความขัดแย้งที่บานปลายออกไป

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ในขณะนี้ขอย้ำว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น ประชาชนอย่าได้กังวล หลายคนเป็นห่วงว่ารัฐบาลจะไม่มีความแน่วแน่ในสิ่งที่จะดำเนินการเพื่อรักษาความถูกต้อง และกฎหมายของบ้านเมืองตนขอยืนยันว่า ตน และเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความชัดเจนว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้นเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และประชาชนในระยะยาวเราแน่วแน่ในเจตนารมย์และจะดำเนินการทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพให้มากที่สุด ความสำเร็จของเราก็คือความสำเร็จของประชาชน ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนจะให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และแนวทางของรัฐบาล ตนขอให้ความมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่นั้นคือคำตอบที่ดีที่สุดของสังคม การยุติการชุมนุม โดยมีการสูญเสียน้อยที่สุด คือ คำตอบที่ดีที่สุดในแง่ของความปลอดภัยของประชาชนทุกคน และความถูกต้องในระยะยาว เมื่อการชุมนุมยุติลงปัญหาทุกปัญหาที่เป็นปัญหาข้อขัดแย้ง ซึ่งถูกบรรจุไว้ในแผนปรองดองที่ตนได้นำเสนอก็จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นตนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะมีเจตนารมย์ร่วมกัน และสื่อสารไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าวันนี้การยุติการชุมนุมคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ และประชาชน ตนขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือและให้กำลังรัฐบาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ และขอให้กำลังใจที่ประชาชนมอบให้กลับคืนไปเป็นกำลังใจในการที่จะร่วมกันฟันฟ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน