ข่าว

สาทิตย์แฉทักษิณสั่งม็อบแดงใช้อาวุธตอบโต้จนท.

สาทิตย์แฉทักษิณสั่งม็อบแดงใช้อาวุธตอบโต้จนท.

15 พ.ค. 2553

"ปณิธาน" แจง 14 พ.ค.มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่เจ้าหน้าที่ 16 นัด

 เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.วันที่ 15 พ.ค. ศอฉ.ได้แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจศอฉ. โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกฯ ได้แถลงว่า สถานการณ์มาถึงวันนี้ สอดคล้องกับที่นปช.ประกาศว่าจะทำสงครามปชช. ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับแกนนำนปช.ที่ได้มีการปลุกระดมด้วยการใช้ข้อมูลข่าวสารบิดเบือนต่างๆ ใช้ข้อมูลที่บิดเบือนตลอดเวลา ทำให้ฝ่ายรัฐจำเป็นต้องบังคับใช้กม.อย่างเข้มงวดต่อไป

นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า การใช้อาวุธโจตีเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แตกต่าอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งซึ่งนปช.ดำเนินการอยู่ นั่นคือการส่งหนังสือไปยังองค์กรต่างประเทศ หรือการอ้างว่าส่งหนังสือไปกมธ.ตปท. โดยอ้างว่ารัฐบาลใช้กำลังจัดการ โดยจนท.ได้จัดการกับปชช.มือเปล่า ซึ่งเป็นเท็จ และตรงข้ามอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง  เพราะจนท.ได้กระชับวงล้อมเข้าไป เพื่อสะกัดกั้นการเติมผู้คนเข้าไป แต่กลับถูกอาวุธหนักโจมตีตลอดเวลา อาจกล่าวได้ว่าเป็นกองกำลังที่มีอาวุธหนักมากที่สุดนับจากมีคอมมิวนิสต์เป็นต้นมา และรัฐบาลจำเป็นต้องทำความเข้ากับตปท. เมื่อวานนี้นายกษิต ภิรมย์ รมว.กต.ได้เข้ามาประชุมกับศอฉ.และรายงานว่าได้ส่งหนังสือถึงรมต.กต.ของทุกประเทศทั่วโลก เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงสถานทูตต่างๆในไทยและสื่อปท.ตลอดเวลา

 นายสาทิตย์กล่าวอีกว่า นั่นแสดงให้เห็นว่าการดำเนินการของนปช.มีจุดหมายชัดเจน โดยแกนนำที่นิยมความรุนแรงต้องการโค่นอำนาจรัฐ ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นแก่ตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำที่นิยมความรุนแรง ที่ใช้มวลชนที่นิยมพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเครื่องมือที่ใช้การต่อสู้เพื่อฝ่ายตน

 "ข้อต่อรองของแกนนำในระยะหลัง ไม่ใช่ข้อเรียกร้องเพื่อมวลชน แต่เป็นข้อเรียกร้องส่วนตน เช่นต่อรองเรื่องดำเนินคดี หรือการต่อรองขอประกันตัว เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองก็ล้มแผนการปรองดองไป  ปัญหาจึงผูกพันกับการตัดสินใจของพ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำที่ก้าวขึ้นมานำนปช.ซึ่ง ชี้ให้เห็นว่า ข้อรียกร้องของพ.ต.ท.ทักษิณ 4 ข้อนั้น เป็น 4 ข้อที่ตรงข้ามกับพฤติกรรมที่ตัวเองชี้นำทั้งสิ้น" นายสาทิตย์กล่าว

 นายสาทิตย์ขยายความต่อว่า ข้อเรียกร้องข้อที่ 1. เรื่องการเรียกร้องให้จนท.หยุดการใช้อาวุธนั้น ตรงข้ามกับข้อเท็จจริง เพราะกลับเป็นตัวพ.ต.ท.ทักษิณเองที่ใช้แกนนำที่นิยมความรุนแรงให้ใช้อาวุธกับจนท.ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตอบโต้ ส่วนข้อเรียกร้องที่ 2. ที่บอกว่าให้ยกเลิกพรก.นั้น ก็สามารถยกเลิกได้ทันที ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณสั่งแกนนำให้ยุติการชุมนุม สั่งมวลชนกลับบ้าน เลิกหลอกลวง และใช้มวลชนเป็นโล่บังแกนนำ ประเด็นที่ 3. ที่เรียกร้องให้มีการเจรจา นั้น รัฐบาลตอบรับการเจรจาแล้วอบย่างน้อย 1 ครั้ง แต่แกนนำที่นิยมความรุนแรงล้มโต๊ะเสียเอง 4.เรื่องการเจรจาปรองดอง ที่จริงนายกฯเป็นคนเสนอ และตอนแรกแกนนำก็ตอบรับ แต่พอต่อรองเรื่องส่วนตัวไม่ได้ ก็ล้มเสีย  ดังนั้นข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อ ก็เพื่อสร้างภาพ และสนับสนุนการใช้ความรุนแรงที่พ.ต.ท.ทักษิณสั่งการอยู่ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องชี้แจงต่อสื่อมวลชนให้ได้รับทราบ

 "การนำเสนอของสื่อมวลชนที่เกิดขึ้นขณะนี้ เป็นการเสนอข้อเท็จจริง เสมือนว่ามีการตอบโต้กันไปมา แต่ต้องให้เข้าใจภาพรวมว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการชุมนุมที่ศาลแพ่งมีคำสั่งแล้วว่าไม่ใช่การชุมนุมที่สงบ เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎมาย มีกลุ่มก่อการร้ายอยู่ ดังนั้นจนท.จึงต้องดำเนินการ"นายสาทิตย์ กล่าว

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุม คืนวันที่ 14 พฤษภาคมมีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ประมาณ 16 นัด ใส่แนวกำลังของเจ้าหน้าที่เช่น แยกราชปรารภ แยกประตูน้ำ สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ แยกบ่อนไก่ แยกสวนลุมไนท์บาร์ซ่า แยกศาลาแดง รวมทั้งมีความพยายามปิดการจราจร โดยใช้จักรยานยนต์และแท็กซี่มิเตอร์จำนวนมาก ส่วนยอดผู้เสียชีวิต วันที่ 14 พฤษภาคม มี17 คน บาดเจ็บ 140 คน