ข่าว

สหรัฐฯเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในไทยอดกลั้น

สหรัฐฯเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในไทยอดกลั้น

15 พ.ค. 2553

สหรัฐฯเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในไทยอดกลั้น คาดปิดสถานทูตถึงวันจันทร์ นักวิเคราะห์ ชี้เคลียร์ม็อบได้แต่การแบ่งขั้วไม่ยุติ ไทม์ออนไลน์วิเคราะห์ วิกฤติการปะทะกันครั้งล่าสุดในประเทศไทย

(15พ.ค.) สหรัฐได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ความรุนแรงจากวิกฤติการเมือง อดกลั้นและหันมาแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี โดยทหารได้เปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงเมื่อวันศุกร์หลังจากเข้าปิดล้อมบริเวณสถานที่ชุมนุม ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ ก่อนจะเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน บาดเจ็บราว 125 คน

 นายฟิลิป คราวลีย์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐรู้สึกวิตกอย่างลึกซึ้ง ต่อสถานการณ์ในไทย และยังคงสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องให้แสดงความอดกลั้นและหาทางทำงานร่วมกันอย่างสันติเพื่อขจัดความขัดแย้งในทิศทางที่จะทำให้สถา บันประชาธิปไตยแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งสหรัฐ ได้ปิดทำการสถานทูตในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันพฤหัสบดี และระบุว่า วิตกอย่างยิ่งต่อความรุนแรงระหว่างทหารกับผู้ประท้วงคนเสื้อแดง ซึ่งนายคราวลีย์ กล่าวว่า เขาคาดว่า สถานทูตจะยังคงปิดตลอดทั้งช่วงสุดสัปดาห์ และอาจจะเลยไปถึงวันจันทร์ด้วย

 สำนักข่าว AFP รายงานว่า ทางการไทยได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรุงเทพฯหลังการปะทะกันเมื่อวันศุกร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทหารได้ปิดถนนและตั้งด่านตรวจในพื้นที่รอบบริเวณสถานที่ชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่ขยายออกไปเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ซึ่งทหาร
ได้เพิ่มมาตรการด้านความมั่นคงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่จะตรวจค้นอาวุธและลดจำนวนผู้เข้าไปในพื้นที่การชุมนุม

 ด้าน รอยเตอร์ส รายงานว่า การปะทะกัน เมื่อคืนที่ผ่านมา คนเสื้อแดงได้ขว่างก้อนอิฐและระเบิดเพลิงไปบนถนน ที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมหรู และศูนย์การค้า ทำให้กรุงเทพฯ ที่มีประชากร 15 ล้านคน ต้องตกอยู่ในความตึงเครียด เพราะเสียงปืนและเสียงระเบิด บน
ถนนสายสำคัญที่คนเสื้อแดงปะทะกับทหารภายในรัศมีพื้นที่การชุมนุม ขณะที่ทหารระบุว่า คนเสื้อแดงใช้อาวุธปืนและระเบิดในการปะทะ ทำให้เกิดความโกลาหล

 รอยเตอร์ส ระบุด้วยว่า ขณะที่คนเสื้อแดงยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ชุมนุม แกนนำบางคนของพวกเขา รวมถึงนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. ไม่ได้ปรากฎตัวมานานหลายวันแล้วส่วนบรรยากาศของพื้นที่ใกล้การชุมนุม บรรดาสำนักงานบนตึกสูง โรงแรม สถานทูตทุกแห่งพากันปิดทำการ รวมถึงมีการอพยพด้วย สถานบันที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองยูเรเซีย กรุ๊ป ระบุว่า รัฐบาลไทยมีโอกาสที่ดีในการเข้าเคลียร์พื้นที่ แต่จะไม่ทำให้การแบ่งขั้วทางการเมืองสิ้นสุดลงได้ และจะไปสู่การไร้เสถียรภาพ ความไม่แน่นอนทางการเมืองจะยังคง
เป็นปัญหาเรื้อรังต่อไปในอนาคต

 เว็บไซท์ ไทม์ออนไลน์ ของอังกฤษ ได้รายงานในเชิงวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ยิงปะทะกันครั้งล่าสุดในประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงการสูญเสียความมั่นใจ หลังจากความผิดพลาดเมื่อเดือนที่แล้วทำให้มีผู้เสียชีวิต 25 คน และกองกำลังรักษาความมั่นคง ก็กลับมาเตรียมพร้อมอีกครั้งที่จะใช้มาตรการที่เด็ดขาดในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง หลังจากการเจรจาปรองดองล้มเหลวและดูเหมือนการแก้ปัญหาความขัดแย้งใด ๆ จะลงเอยด้วยความรุนแรงเท่านั้น

 สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็คือ กองกำลังรักษาความมั่นคงอาจใช้กำลังเข้าขอคืนพื้นที่จากคนเสื้อแดงในช่วงที่ผ่านมา การยับยั้งไม่ให้เกิดความรุนแรง ได้ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย แต่คนเสื้อแดงพยายามทำให้กรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่พื้นที่การปะทะกันก็อยู่นอกเหนือศูนย์กลางของการชุมนุม ที่นอกจากจะทำให้ธุรกิจห้างร้านต้องปิดตัวแล้ว และรบกวนระบบขนส่ง อันได้แก่รถไฟฟ้า , แอร์พอร์ต ลิงค์ และยังทำให้การจราจรเป็นอัมพาตอีกด้วย

 ในด้านความสูญเสียทางเศรษฐกิจนั้น นับเป็นมูลค่ามหาศาล บริเวณราชประสงค์ถือเป็นย่านชอปปิ้งและธุรกิจที่สำคัญ เป็นที่ตั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม และสำนักงาน ถือได้ว่า พอ ๆ กับย่านอ๊อกฟอร์ด สตรีท และรีเจนท์ สตรีท ในลอนดอน แต่ต้องปิดตัวลงมาหลายสัปดาห์แล้วภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในด้านความปลอดภัยและสถานที่ท่องเที่ยวอันสงบสุข ได้ถูกทำลายเสียหายยับเยิน รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังกรุงเทพฯ ถ้าไม่จำเป็น

 สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ความขัดแย้งครั้งนี้ ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ชาวต่างชาติ แต่มันขยายวงกว้างไปตามพื้นที่ยอดนิยมของนักท้องเที่ยว และยังอาจเกิดความไม่สงบในพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของประเทศได้ โดยเฉพาะทางภาคเหนือ นักท่องเที่ยวได้รับคำเตือนว่า ถ้ามาเที่ยวกรุงเทพฯ ก็ให้อยู่ให้ห่างจากจุดที่มีการประท้วง

 ในด้านการเมืองนั้น การแตกแยกจะยิ่งร้าวลึกและกว้างมากขึ้น ถ้ามีการสลายการชุมนุมและอาจมีการประท้วงอีกในอนาคต เว้นแต่ว่า คนเสื้อแดงจะได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการนั่นคือการจัดการเลือกตั้งใหม่ และได้รัฐบาลของพรรคที่พวกเขาสนับสนุน แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็มีโอกาสที่คนเสื้อเหลืองจะก่อการประท้วงได้เช่นกัน