ข่าว

บทความพิเศษ-"ผ่าคลังสมอง-ท่อน้ำเลี้ยง"แดง

บทความพิเศษ-"ผ่าคลังสมอง-ท่อน้ำเลี้ยง"แดง

15 พ.ค. 2553

อุณหภูมิการเมืองร้อนระอุขึ้นมาทันทีหลังจาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ประกาศล้มแผนวันเลือกตั้ง 14 พฤศจิกายน ตามแผนปรองดอง โดยอ้างว่ากลุ่มนปช.ตั้งเงื่อนไขไม่หยุดหย่อน เท่ากับว่าคนเสื้อแดงไม่ยอมเดินลงบันไดที่รัฐบาลทอดมาให้

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ การชุมนุมของคนเสื้อแดงครั้งนี้มีการจัดการอย่างเป็นระบบมากกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากมีกลุ่มเสนาธิการทหารประมาณ 4-5 คน ไล่ตั้งแต่ยศระดับพันโทไปจนถึงระดับพลตรี ที่จบหลักสูตรการรบนอกรูปแบบ ซึ่งในกองทัพขณะนี้มีอยู่ประมาณ 20 กว่าคนเข้ามามีส่วนในการให้คำปรึกษา เพราะเสธ.ทหารเหล่านี้รู้ดีว่า คนที่วางแผนให้แก่รัฐบาลในการรบนอกรูปแบบอยู่ในขณะนี้ นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก แล้วยังมี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ด้วย

 เริ่มต้นจากการเปลี่ยนฐานที่มั่นจากสะพานผ่านฟ้าฯ มาที่แยกราชประสงค์ โดยแต่เดิมเสธ.ทหารกลุ่มนี้วางแผนให้ไปยึดตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือเป็นการปิดตลาดทุนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของรัฐบาล และปิดล้อมธนาคารแห่งประเทศไทย แต่แกนนำ 3 เกลอและส.ส.พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะส.ส.กทม.ต่างไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อฐานเสียงของพรรคในกทม.ได้

 สำหรับสาเหตุที่เลือกแยกราชประสงค์เป็นชัยภูมินั้น เนื่องจากเสธ.ทหารมองว่าคือจุดศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ทหารไม่กล้าเข้าไปสลายการชุมนุมเพราะมีตัวประกันเยอะ ทั้งคนและอาคารสูง รวมถึงยังเป็นศูนย์กลางกรุงเทพมหานครและศูนย์กลางของธุรกิจด้วย

 นอกจากนี้ ยังมีทหารบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. หรือไม่เอาด้วยกับ กลุ่มบูรพาพยัคฆ์ พูดชัดถึงขนาดที่ว่า “เสื้อแดงมึงไม่ต้องกลัว กูช่วย” เพียงแต่ขณะนั้นยังไม่มีใครรู้ว่า คำว่า “กูช่วย” คือการช่วยในรูปแบบไหน แต่คำตอบมาชัดเจนในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่มีชายสวมชุดดำ 4 คนที่ทหารย่อมรู้ดีว่าเป็นกองกำลังของใครออกมาโจมตีใส่ฝ่ายทหาร ตรงนี้เองที่ในวงการทหารพูดกันมากคือ เป็นทหารมืออาชีพ เพราะการแยกตัวเพื่อปฏิบัติการของชายชุดดำทั้ง 4 คนนั้นใช้สัญญาณมือ ซึ่งเป็นสัญญาณในการรบภาคสนามเท่านั้น

 ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกลดบทบาทในการปลุกระดมมวลชนเสื้อแดงทันทีที่กลุ่มเสธ.ทหารเข้ามาช่วยงาน ยกตัวอย่างเหตุการณ์ปล่อยข่าวลือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เสียชีวิตนั้น เสธ.ทหารเชื่อว่า รัฐบาลต้องการให้คนเสื้อแดงที่คิดว่าถ้าพ.ต.ท.ทักษิณตายกลับบ้าน เท่ากับลดมวลชนลงไปได้ส่วนหนึ่ง แต่ที่เสธ.ทหารเห็นตรงกันคือ ที่มีการปล่อยข่าวลือก็เพราะต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินมาบนเวทีคนเสื้อแดงเพื่อยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งหากพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินมาจริงๆ ในขณะที่แกนนำคนเสื้อแดงถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ก็เท่ากับว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อาจต้องรับข้อหาเป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้ายในประเทศไทยไปโดยปริยาย ทำให้รัฐบาลสามารถออกหมายจับไปได้ทั่วโลก

 จึงเป็นไปได้ที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีมาสั่งการผ่านแกนนำในพรรคเพื่อไทยและบ้านเลขที่ 111 แทน และที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ส่วนบ้านเลขที่ 111 ที่เป็นฝ่ายบุ๋นและถูกจับตาเป็นพิเศษคือ  "พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล" ขณะที่สายบู๊มีการตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็น "ยงยุทธ ติยะไพรัช" หรือบู๊ใต้ดินอย่าง "นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช"

 ที่สงสัยกันว่าท่อน้ำเลี้ยงที่ส่งมาช่วยคนเสื้อแดงจากต่างประเทศนั้นไม่มีความเคลื่อนไหว แต่กลับมีการใช้เงินที่อยู่ในประเทศไทยส่วนหนึ่ง และเงินจากเพื่อนรวมทั้งกลุ่มนักธุรกิจที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณและเคยทำงานกับพ.ต.ท.ทักษิณมาแล้ว หากแค่โทรศัพท์มาขอยืมเงินจากคนกลุ่มนี้ ย่อมได้รับการตอบรับอย่างแน่นอน เพราะคนกลุ่มนี้รู้ดีว่าจะได้เงินคืนอย่างแน่นอน แต่จะได้คืนในรูปแบบวิธีไหนเท่านั้น

 ส่วนปัญหาความแตกแยกภายในแกนนำนั้น เริ่มมาตั้งแต่การชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯ แล้ว เนื่องจากแกนนำระดับภูมิภาคเข้าใจว่าแกนนำ 3 เกลอได้รับผลประโยชน์ จึงพยายามทำให้ตัวเองขึ้นมามีบทบาทเหมือนหรือเทียบเท่ากับแกนนำ 3 เกลอ ทำให้เป็นที่มาของการแตกออกเป็นหลายกลุ่ม ที่สำคัญคือ แกนนำบางคนได้รับการติดต่อกับผู้ใหญ่จากข้างนอกเหมือนกับให้ความหวังว่า ถ้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลก็จะมีประโยชน์ตอบแทนให้ ดังนั้นเมื่อมีความหวังจากผลประโยชน์ทางการเมืองจึงเริ่มออกมามีแอ็กชั่นมากขึ้น พอมีแอ็กชั่นเพิ่มมากขึ้นต่างคนจึงต่างแย่งกันใหญ่ ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างการจัดคิวคนขึ้นพูดบนเวทีก็ยังทะเลาะกัน เพราะคนอยากใหญ่ อยากมีบทบาท อยากมีอำนาจ

 แต่เมื่อคนเสื้อแดงเดินเกมพลาดจากการบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชประทับรักษาพระอาการอยู่ ทำให้จากเดิมที่ถูกกล่าวหาว่า จ้องล้มสถาบันซึ่งเป็นสถาบัน 1 ใน 3 สถาบันหลักของประเทศอยู่แล้ว ถูกมองว่ากำลังจะจ้องล้มสถาบันศาสนาเพิ่มอีก ทำให้ต้องปรับแผนหันไปรับแผนปรองดองหรือโรดแม็พ 5 ข้อของนายกรัฐมนตรีมาพิจารณา โดยมีรัฐบาลเป็นคนเปิดทางลงให้แทน

 เมื่อเป็นเช่นนี้ การชุมนุมของคนเสื้อแดงรอบนี้จึงเป็นการสู้กันระหว่าง ทหารที่มีประสบการณ์ในการรบนอกรูปแบบกับเสธ.ทหารที่จบใหม่ในหลักสูตรการรบนอกรูปแบบเช่นกัน ทำให้กลายเป็นการต่อสู้กันทางความคิด โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติ

 แต่การปฏิเสธที่จะไม่ยุติการชุมนุมของคนเสื้อแดงครั้งล่าสุด โดยอ้างว่า "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้องนั้น เท่ากับว่าคนเสื้อแดงปิดทางลงของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

 จึงไม่แปลกอะไร หากสุดท้ายแล้วหญ้าแพรกที่เรียกตัวเองว่า "ไพร่" จะแหลกลาญ

ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี