ข่าว

พาณิชย์รุกแก้เนื้อหมูแพงเกินราคานัดถกผู้ประกอบการสัปดาห์หน้า-ไล่ต้นทุนทุกจุด

พาณิชย์รุกแก้เนื้อหมูแพงเกินราคานัดถกผู้ประกอบการสัปดาห์หน้า-ไล่ต้นทุนทุกจุด

15 พ.ค. 2553

กรมการค้าภายในเรียกผู้ประกอบการหมูหารือสัปดาห์หน้า ชาวบ้านร้องเรียนเนื้อหมูแพง ย้ำราคาแนะนำไม่ใช่เสือกระดาษต้องใช้ควบคุมได้ เตรียมไล่ต้นทุนตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง แย้มขอความร่วมมือไม่ได้งัดไม้แข็งควบคุม

 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เกี่ยวกับราคาเนื้อหมูชำแหละในท้องตลาดขายสูงถึงกิโลกรัมละ 120-125 บาท สูงกว่าราคาแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้กิโลกรัมละ 105-110 บาท จึงเตรียมที่จะเชิญผู้ประกอบการสุกรทั้งระบบมาหารือในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ทราบสาเหตุของการขายเนื้อหมูราคาแพง และมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการปรับราคาแนะนำเนื้อหมูใหม่ให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

 "การหารือครั้งนี้จะต้องเปิดอกคุยกันให้รู้เรื่อง เพราะที่ผ่านมาแม้มีการหารือเพื่อตกลงราคาแนะนำ ใช้เป็นแนวทางคุมราคาเนื้อหมูกันแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้ขายหมูกลับไม่ยอมทำตามและขายเกินราคามานานหลายเดือน ทำให้เรื่องนี้ต้องมาคุยกันใหม่ ต่อไปราคาแนะนำจะไม่ใช่แค่เสือกระดาษ ต้องใช้ควบคุม เป็นบรรทัดฐานราคาที่แท้จริงให้ประชาชนรับรู้ได้" นางวัชรีกล่าว

 อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า กรมจะหารือกับผู้ประกอบการทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้เพาะพันธุ์ลูกหมู ผู้เลี้ยงหมูเป็นอาหารสัตว์ โรงชำแหละ และผู้ค้าหน้าเขียง โดยจะนำข้อมูลมาดูทั้งระบบไล่ตั้งแต่ ต้นทุนอาหารสัตว์ การบริหารจัดการ การเลี้ยงหมู การชำแหละ รวมถึงการขายปลีกหน้าเขียง ว่ามีจุดใดที่มีต้นทุนสูง หรือมากจนผิดปกติ ก็จะเข้าไปขอความร่วมมือปรับลดลงให้เกิดความสมดุล แต่หากทำไม่ได้อาจพิจารณายกระดับใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อแก้ปัญหา

 อย่างไรก็ตาม ราคาเนื้อหมูในขณะนี้อาจจะมีราคาสูงขึ้นได้ เนื่องจากสภาพอากาศร้อน ทำให้หมูกินอาหารได้น้อยลงและเติบโตช้า ส่งผลให้ปริมาณหมูออกสู่ตลาดลดลง โดยราคาเนื้อหมูที่กรมสำรวจขณะนี้ เนื้อแดงสะโพกอยู่ที่ กก.ละ 115-120 บาท และหมูสามชั้น กก.ละ 115-120 บาท นอกจากนี้ กรมกำลังจับตาสถานการณ์อาหารประเภทอื่น ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและอากาศร้อนจัด ซึ่งผู้ประกอบการไข่ไก่ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากอากาศร้อนทำให้แม่ไก่ฟักไข่น้อยลง

  ขณะเดียวกันพืช ผัก ผลไม้ ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผักชนิดใบ ผักสวนครัว ที่ใช้น้ำเพาะปลูกมาก หากเกิดปัญหาแล้งต่อเนื่องจะทำให้พืชผักเสียหาย ต้องมีแนวทางช่วยเหลือด้วยการเชื่อมโยงตลาด แก้ปัญหาราคาแพงและให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาดีขึ้น

 นางวัชรีกล่าวต่อว่า วันที่ 17 พฤษภาคมนี้ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเชิญเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทุเรียนและมังคุด และห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) มาหารือออกมาตรการรองรับผลผลิตผลไม้ ที่กำลังทยอยออกมาในช่วง 1-2 เดือนนี้