ข่าว

นปช.ปะทะทหารอีกที่แยกประตูน้ำ-ราชปรารภ

นปช.ปะทะทหารอีกที่แยกประตูน้ำ-ราชปรารภ

14 พ.ค. 2553

เอราวัณรายงานเสียชีวิต7รายบาดเจ็บ101รายจากเหตุระหว่างทหารกับนปช.ปะทะทั้งวัน “สุเทพ” สั่ง “อนุพงษ์” ใช้มาตรการเข้มหลังพบกลิ่น “กลุ่มก่อการร้าย” เตรียมใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม

  เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 14 พ.ค. มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จากจุดที่ผู้ชุมนุมตรึงพื้นที่อยู่บริเวณแยกประตูน้ำ ด้านถนนราชปรารภ เสียงปืนดังขึ้นในลักษณะยิงจากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุมไปยังที่ตั้งของกองกำลังทหารที่ตรึงกำลังอยู่ที่ฝั่งมักกะสัน หลังจากนั้นมีเสียงปืนยิงตอบโต้ดังมาจากฝ่ายทหาร 5 นัด ต่อมาเวลา 22.30 น.มีเสียงดังมากคล้ายเสียงยิงระเบิดดังขึ้นจากฝั่งผู้ชุมนุม ในลักษณะเป็นการยิงไปยังฝ่ายทหารอีก 4 นัด แต่ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่

เสียชีวิต7รายบาดเจ็บ101รายจากปะทะทั้งวัน

  ศูนย์เอราวัณรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะทั้งจนกระทั้งล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. โดยเสียชีวิต 7 ราย  บาดเจ็บ 101 ราย  มีนอนห้องไอซียู 9 คน กระจาย ในโรงพยายาลต่างๆ 11 แห่ง

“สุเทพ”สั่งอนุพงษ์ใช้มาตรการเข้ม

 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) เมื่อเวลา 17.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ได้เป็นประธานการประชุม โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริญ รักษาการตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะกรรมการ ศอฉ.ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

 โดยที่ประชุมส่วนใหญ่ได้มีการสรุปสถานการณ์เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ปะทะกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณแยกศาลาแดง โดยที่ประชุมได้มีการสรุปยอดผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บเกือบ 100 คน โดยหนึ่งในนั้นมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) บาดเจ็บ 2 คน คือ จ.ส.อ.วที ภูดินแดน ถูกตีที่บริเวณศีรษะด้านขวา และจ.ส.อ.ศร แก่นทาน ถูกทำร้ายร่างกายจนตัวฟกช้ำไปทั้งตัว ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง

 นอกจากนี้ที่ประชุม นายสุเทพ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยผ่านพล.อ.อนุพงษ์ ให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่รอยต่อกับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 6 ด่านใหญ่ให้ระมัดระวัง เพราะเกรงว่ากลุ่มก่อการร้ายที่แอบแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงจะใช้อาวุธสงคราม ทั้งเอ็ม 79 และ จรวดอาร์พีจี ยิงใส่ฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร อย่างไรก็ตาม ให้เจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติงานด้วยความเข้มข้น และสามารถใช้อาวุธประจำกายที่ติดตัวไปได้อย่างเต็มที่ หากเกิดกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงจะบุกเข้ามาทำร้าย ทั้งนี้การที่ นายสุเทพ กำชับให้เจ้าหน้าที่ทหารระมัดระวังเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่มีเพียงปืนเอ็ม 16 และ ปืนลูกซอง เท่านั้น ดังนั้นการปฏิบัติงานจะต้องมีความเข้มข้น เพราะวิถีกระสุนอาวุธสงครามหากกลุ่มก่อการร้ายยิงเข้ามาที่มีระยะห่างประมาณ 400 เมตร ถ้ายิงเข้ามาก็จะถึงฐานที่เจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมด อีกทั้งด่านทั้งหมดเป็นช่องทางกระสุนที่กลุ่มก่อการร้ายสามารถปฏิบัติการได้อย่างอิสระ

 หลังจากนั้นในเวลา 21.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ได้แถลง ข่าวหลัง ศอฉ. ประกาศมาตรการกดดันในวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสั่งให้กระชับวงล้อมบริเวณราชประสงค์เป็นรูปสี่เหลี่ยม เพื่อกดดันผู้ชุมนุมตัดการส่งกำลังบำรุง ตัดสาธารณูปโภค ปิดการจราจร ทางบกและทางน้ำ เพื่อให้ผู้ชุมนุมลดลง แต่มีกลุ่มก่อการร้าย กลุ่มติดอาวุธ กลุ่มจักรยานยนต์ พยายามบุกดดันด่าน ด้วยใช้อาวุธปืน อาวุธเอ็ม 79 ระเบิดขว้างยิงใส่เจ้าหน้าที่และใช้ประชาชนเป็นโล่กำบัง ดังนั้น เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องป้องกันตัวเอง ปฏิบัติตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก

 “ ที่ผ่านมาการขอคืนพื้นที่เจ้าหน้าที่ไม่ใช้อาวุธ แต่ถูกผู้ชุมนุมยึดอาวุธ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องรักษาระยะห่าง หากผู้ชุมนุมพยายามเคลื่อนเข้าหาเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการเตือนให้หยุด แต่ถ้าไม่หยุดก็มีความจำเป็นต้องใช้ปืนลูกซองกระสุนจริงในการยิงสกัดกั้น แต่จะพยายามยิงลงพื้นที่หรือยิงบังคับกรวยกระสุนให้ต่ำระกับไม่เกินเข่า เพื่อยับยั้งไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าถึงตัวเจ้าหน้าที่ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนเจ้าหน้าที่ไม่ประสงค์จะทำร้ายถึงชีวิต  อย่างไรก็ตามภาพข่าวบางภาพที่มีการนำเสนอเป็นเพียงบางส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะภาพทหารที่ผลักดันผู้ชุมนุมหรืออาวุธในกรณีต่าง ๆ แต่อาจจะไม่เห็นภาพที่กลุ่มผู้ชุมนุมหรือผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธยิงเจ้าหน้าที่

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า บริเวณพื้นที่สี่แยกราชประสงค์เป็นพื้นที่อันตราย ซึ่งในวันนี้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 81 นาย เป็นทหาร 2 นายนอกจากนี้ยังได้จับเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ปืนเอ็ม 16 ปืนอาก้า ระเบิดขว้างชนิดต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายมีอาวุธสงครามมาใช้เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง อย่างไรก็ตามขณะนี้ศอฉ. สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้และจะพยายามยุติการชุมนุมโดยหลีกเลี่ยงความรุนแรง ทั้งนี้ มาตรการในการกดดันจะมีการเพิ่มความเข้มข้นต่อจากนี้ไปเรื่อย ๆขอให้มั่นใจใน ศอฉ .

 เมื่อถามถึงเหตุคนยิงเอ็ม 79 เข้าใส่เวทีเสื้อแดงที่ราชประสงค์ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะเราไม่มีอาวุธเอ็ม 79 และเจ้าหน้าที่เข้าใกล้พื้นที่ชุมนุมไม่ได้ ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นผู้ทำ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะเพิ่มมาตรการเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะชี้แจงก่อนปฏิบัติ แต่จากนี้ไปเราจะปฏิบัติก่อนแล้วค่อยชี้แจง สำหรับตัวเลขผู้ก่อการร้ายที่ติดอาวุธแฝงอยู่ในผู้ชุมนุมมีประมาณ 500 คน