
สารพันตำรวจ : ทำให้ 'คล้าย' ไม่ใช่ 'เหมือน'ภารกิจสเก็ตช์ภาพ...โจร !
หลายต่อหลายคดีคลี่คลายได้ด้วย "ภาพสเก็ตช์" จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานเดียวของประเทศไทยที่มีผู้เชี่ยวชาญการสเก็ตช์ภาพคนร้ายเป็นที่ยอมรับของศาล แม้ก่อนหน้านี้
ทว.จะเคยสร้างความฮือฮาจากภาพสเก็ตช์คนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ จนเป็นที่ขบขันให้สาธารณชนมาแล้ว แต่ความเป็นจริง ทว.ยังยืนยันว่าการสเก็ตช์ภาพลักษณะนี้มีประโยชน์และยังสเก็ตช์อยู่ เพียงแต่ห้ามออกข่าวเท่านั้น
มาคราวนี้ ทว.สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการสเก็ตช์ภาพคนร้ายปาระเบิดหน้าบ้าน "บรรหาร ศิลปอาชา" อดีตนายกรัฐมนตรี ไปละม้ายคล้ายคลึงกับการ์ด นปช.คนหนึ่ง วันที่นำทัพมวลชนคนเสื้อแดงบุก รพ.จุฬาฯ แต่ผลการสืบสวนก็แค่มีใบหน้าคล้ายกันเท่านั้น
"วันนั้นพยานมากัน 2 คน ผมก็วาดไปตามคำบอกเล่าของพยานที่เห็นเหตุการณ์" ส.ต.อ.คุณาธิป ยอดแก้ว ผบ.หมู่ ฝทว.2 ทว. ผู้สเก็ตช์ภาพคนร้ายปาระเบิดบอกด้วยสีหน้าสงสัย พร้อมกับหยิบหลักฐานภาพสเก็ตช์เก่า ชายผมยาวหยักศกมายืนยันว่าใช่คนนี้หรือไม่?
ส.ต.อ.คุณาธิป บอกว่า ส่วนจะเป็นคนร้ายตามที่พยานบอกให้สเก็ตช์ภาพหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการสืบสวนของตำรวจ แต่ก็แอบปลื้มใจนิดๆ หากว่าภาพสเก็ตช์จะละม้ายคล้ายโจรตัวจริง
ตลอด 2 เดือนกว่าของการชุมนุมเสื้อแดง ทีมตำรวจ ทว. 9 นาย หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันสเก็ตช์รูปคนร้ายปาระเบิด-ยิงระเบิดป่วนเมืองมา 6-7 รูปแล้ว !?!
ส่วนลำดับขั้นตอนการวาดภาพสเก็ตช์คนร้ายนั้น ผู้เสียหายต้องมาคัดเลือกชิ้นส่วนต่างๆ ของใบหน้า เช่น โครงหน้า คิ้ว คาง ปาก จมูก ฯลฯ จากสมุดแฟ้มภาพสเก็ตช์อาชญากร โดยจดหมายเลยรหัสใต้รูปนำไปให้เจ้าหน้าที่ประกอบรูปคนร้ายจากโปรแกรมปิกัสโซ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่คิดและออกแบบเพื่อสเก็ตช์ภาพคนร้ายโดยเฉพาะ
วันๆ หนึ่ง ส.ต.อ.คุณาธิป และทีมงานตำรวจสเก็ตช์ภาพ จะสเก็ตช์ใบหน้าคนร้าย 7-8 รูป ด้วยการนำชิ้นส่วนต่างๆ ของคนร้ายที่ผู้เสียหายคัดเลือกมาประกอบกัน แล้วซักถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อฟื้นฟูความทรงจำของผู้เสียหาย แล้วใช้จินตนาการปรับแต่งให้ใกล้เคียงตามคำบอกเล่าของผู้เสียหายที่สุด
"ต้องสอบถามผู้เสียหายเพิ่มเติม ชวนพูดคุย พยายามฟื้นฟูความทรงจำเขา อย่างเช่น คางแหลมไหม ตาโปนหรือเปล่า จึงต้องมีความรู้พื้นฐานในการสอบสวน และพื้นฐานการสเก็ตช์ภาพด้วยคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งการสเก็ตช์ภาพคนร้ายจากคดีอาชญากรรมทั่วไปกับคดีระเบิดป่วนเมือง จะให้ความสำคัญเหมือนกันหมด" ส.ต.อ.คุณาธิป บอกขณะสเก็ตช์ภาพคนร้ายชิงทรัพย์จากปากคำของผู้เสียหาย ซึ่งจะมีลิงก์ภาพสเก็ตช์แบบเรียลไทม์ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง ให้ผู้เสียหายมองเห็นและฟื้นความทรงจำว่าเหมือนคนร้ายหรือไม่
"ช่วงเกิดเหตุตอนดึก แต่จำหน้าได้ประมาณนี้เลย" ผู้เสียหายรายหนึ่งบอกด้วยรอยยิ้ม
ส่วนความยากง่ายของการสเก็ตช์ภาพคนร้ายนั้น ส.ต.อ.คุณาธิป บอกว่า ขึ้นอยู่กับความทรงจำของผู้เสียหาย หากความทรงจำดีก็จะใช้เวลาไม่นาน แต่บางรายต้องใช้เวลาฟื้นความจำ แม้จะเป็นคดีลักทรัพย์เล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องให้ความสำคัญเท่ากัน เพราะคิดเสียว่าผู้เสียหายเป็นเสมือนญาติของเรา โดยเจ้าหน้าที่เองก็ตั้งใจอยากสเก็ตช์ภาพให้เต็มร้อย แต่ถ้าฝืนมากไปภาพอาจจะเพี้ยนไปเลยก็ได้
ส.ต.อ.ศักดิ์ศรี สมคะเณย์ ผบ.หมู่ ฝทว.2 ทว. เสริมว่า ภาพสเก็ตช์ที่วาดขึ้นตามคำบอกเล่าของผู้เสียหายหรือพยาน เมื่อติดตามภาพข่าวการจับกุมคนร้ายตามหน้าหนังสือพิมพ์ หากภาพสเก็ตช์มีใบหน้าละม้ายคล้ายตัวจริง จะรู้สึกภูมิใจมาก
ด้าน พ.ต.ท.ชุมพล กงทอง สว.ฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 บอกขั้นตอนก่อนจะมาสเก็ตช์ภาพคนร้ายที่ ทว.ซึ่งรับผิดชอบดูแลคดีในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ผู้เสียหายต้องแจ้งความก่อน แล้วรอหนังสือตอบรับจาก ทว. หลังจากนั้นตำรวจท้องที่จะพาผู้เสียหายมาสเก็ตช์ภาพคนร้าย หากตำรวจท้องที่มีกำลังไม่เพียงพอก็จะให้ผู้เสียหายถือหนังสือตอบรับมาเอง เพื่อเอาภาพสเก็ตช์ไปขอหมายจับหรือหมายค้น
"ช่วงนี้ผู้เสียหายที่จะมาสเก็ตช์ภาพคนร้ายบางตาเพราะติดม็อบ หากเป็นช่วงปกติวันจันทร์-อังคาร คนจะเต็มห้องเลยนะ เจ้าหน้าที่ทำงานกันเต็มเวลาแทบไม่มีเวลาพัก เพราะผู้เสียหายเดินทางมาแล้วก็อยากช่วยเหลือให้แล้วเสร็จ"
สิ่งสำคัญที่สุดของการสเก็ตช์ภาพคนร้ายนั้น พ.ต.ท.ชุมพล ย้ำว่า ผู้เสียหายต้องศึกษาและจดจำตำหนิรูปพรรณของคนร้ายให้ได้มากที่สุด จะเป็นประโยชน์ต่อการสเก็ตช์ภาพและการสืบสวนจับกุม
ขณะที่ พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ บูรณะ รอง ผกก.ฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร บอกว่า ทว.จะมีภาพสเก็ตช์ต่างๆ ที่เป็นคดีจริงเก็บรวบรวมไว้เป็นฐานข้อมูลที่จะนำมาใช้ได้อีก บางคดีคนร้ายกระทำความผิดซ้ำ เมื่อผู้เสียหายมาตรวจดูแล้วพบว่าเป็นคนเดียวกัน ก็ไม่ต้องสเก็ตช์ภาพใหม่
"สิ่งสำคัญผู้เสียหายต้องยืนยันว่าภาพนี้มีลักษณะที่คล้ายคนร้าย ไม่ใช่เหมือน เพราะเหมือนหรือใช่ต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานสืบสวน ที่จะบ่งชี้ว่าเป็นคนร้ายตามภาพสเก็ตช์หรือไม่" พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าว



