
ขอดเกล็ด : สำนึก 'ห่วงใย' ?!!
แม้จะไม่ได้ถูกดึงเข้าสู่เกมช่วงชิงมวลชนเหมือนอย่างที่ รพ.จุฬาฯ ประสบ แต่ รพ.ตำรวจ ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณของการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ ก็ได้รับผลกระทบแทบไม่ต่างกัน
ด้วยพื้นที่ตั้งอยู่ติดถนนพระราม 1 และติดแยกราชประสงค์ ที่ตั้งเวทีปราศรัยใหญ่พอดิบพอดี จึงเผชิญกับปัญหาด้านมลพิษ ทั้งกลิ่นปฏิกูลและมลภาวะด้านเสียงอย่างหนักหน่วง ไหนจะเรื่องการเดินทางที่ไม่สะดวกอีก
วันก่อนพอมีโอกาสได้พูดคุยกับ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ เกี่ยวกับผลกระทบจากม็อบเสื้อแดง เจ้าตัวถึงกับพาย้ายจากห้องทำงานนายแพทย์ใหญ่ขึ้นไปคุยบนห้องประชุมแทน
เพราะขนาดห้องทำงานอยู่บนชั้น 8 เสียงอื้ออึงยังดังมาถึง เลยต้องใช้ห้องประชุมที่เก็บเสียงภายนอกได้สงัดกว่า ?!!
พล.ต.ท.จงเจตน์ ร่ายยาวถึงแผนปฏิบัติของทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ หากมีการใช้กำลังขอพื้นที่คืน พร้อมกับยืนยันว่าพร้อมรับมือเต็มอัตราศึก ตามแผนวางกำลังตามโซนต่างๆ บนกระดาษแข็งคร่าวๆ ก่อนจะหันมาถามด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า "มีข่าวจะสลายมั้ย"
เมื่อเห็นกระจอกข่าวทำหน้ากระอักกระอ่วนไม่รู้จะตอบยังไงดี เพราะมีข่าวกระเส็นกระสายออกมาทุกเมื่อเชื่อวัน ชนิดจะเอาแน่เป็นแช่แป้งไม่ได้ นายแพทย์ใหญ่เลยเปรยออกมาเสียงเศร้า
"อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมแยกย้ายกันกลับ"
"แล้วมีเทศกิจมาเก็บกวาดถนนก็พอแล้ว"
ด้วยความที่เป็นแพทย์เลยมีความเป็นห่วงและอดกังวลถึงผู้ร่วมชุมนุม รวมถึงเจ้าหน้าที่หากมีการเผชิญหน้ากันอีก เพราะแม้จะเตรียมความพร้อมอย่างไรก็ไม่อยากให้ถึงมือแพทย์พยาบาลต้องลงไปปฏิบัติงาน
อะ อะ ไม่ใช่ว่าเห็นแก่เหน็ดเหนื่อยหรอกนะ แต่เจ้าตัวไม่อยากจะเห็นการสูญเสียเลือดเนื้อต่างหาก
แถมไม่วายยังเป็นสวัสดิภาพกระจอกข่าวเอ่ยถามเรื่อง "ปลอกแขนยุบสภา" ที่การ์ดแดงทำออกมาให้ใหม่ว่ายังใช้กันอยู่ไหม?
พอรู้ว่าส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ เพื่อลดความกดดันจากสังคม ใช้แต่ปลอกแขนของสมาคมนักข่าวฯ แม้การชุมนุมแรกๆ นักข่าวส่วนใหญ่จะพร้อมใจผูกผ้าพันคอสีเขียวสะท้อนแสงสกรีนภาพและข้อความ "โค่นอำมาตย์-ยุบสภา" จะได้ปลอดภัย นายแพทย์ใหญ่เลยสรุปให้เสร็จสรรพ
"สงสัยตอนเป็นผ้าพันคอ นักข่าวคงม้วนๆ จนไม่เห็นคำว่ายุบสภามั้ง พอเป็นปลอกแขนเห็นชัดกว่าเลยไม่ใช้"
สรุปได้ดีครับท่าน (ฮ่า ฮ่า) !?!



