
บึ้มเวทีแดงกีร์ใส่เกราะแรมโบ้ใส่วิกพรางตัว
โยนระเบิดควันป่วนเวทีราชประสงค์ เสื้อแดงแตกตื่นทุบกระจกเข้าหลบในเกสรพล่าซ่า "อริสมันต์" ใส่เสื้อเกราะ ให้การ์ดอารักขาพร้อมอาวุธ พร้อมห้ามสื่อบันทึกภาพอาวุธ ด้าน "สุภรณ์" สวมวิกผม สวมหมวกพรางตัว ก่อนหลบออกจากเวที เสื้อแดงบางพลี ฝ่าด่านสมทบราชประสงค์ สรุปเจ
เมื่อเวลา 17.55 น. วันที่ 14 พ.ค. มวลชนคนเสื้อแดงจากบางพลี และ สมุทรปราการ จำนวน 500 คน ที่สามารถฝ่าด่านทหารบริเวณแยกเพลินจิตได้เข้ามาสมทบร่วมชุมนุมบริเวณเวทีราชประสงค์ กระทั่งเวลา 18.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้สวมหมวกปิดบังอำพรางใบหน้าพร้อมการ์ด 3 คน เดินออกจากหลังเวที เพื่อตรวจบริเวณด่านต่างๆ จากนั้น นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. พร้อมด้วยแกนนำที่เหลือได้ขึ้นเวที โดยกล่าวว่า ขณะนี้มีการลำเลียงผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต มารักษาตัวที่ รพ. ตำรวจ เบื้องต้นทราบว่า มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน จากเหตุปะทะที่สวนลุมพินี ซึ่งทั้งสองคนเป็นการ์ดของ นปช.
นายจตุพรจึงเชิญชวนผู้ชุมชนยืนไว้อาลัย ระหว่างนั้น การ์ด นปช.ที่รักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้ารั้วศาลท้าวมหาพรหม ได้สังเกตุเห็นว่ามีการเคลื่อนไหวบนรางรถไฟฟ้า สนามกีฬา - ราชดำริ จึงได้เรียกการ์ดที่อยู่หลังเวทีให้มาช่วยตรวจสอบ จากนั้นการ์ดได้ยิง พลุ ตะไล และจุดประทัดขึ้นไป พร้อมเสียงปืนอีก 4 นัด ระหว่างนั้น นายจตุพร กล่าวบนเวทีว่า ขอให้การ์ดที่สั่งการก่อนหน้านี้นำยางขึ้นไปปิดบนรถไฟฟ้า เพราะขณะนี้ทราบว่า รถไฟฟ้าได้ปิดบริการแล้ว ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารเข้ามาแฝงตัว
จนเมื่อเวลา 18.30 ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นหลังเวทีราชประสงค์ เมื่อมีการโยนระเบิดควันจากที่สูง เข้ามายังหลังเวทีแกนนำ พร้อมกับเสียงคล้ายปืนจำนวนหนึ่งโดยขณะนั้น นายจตุพร ได้พูดอยู่บนเวที ทำให้การ์ดของนายจตุพรต้องรีบคว้าตัวนายจตุพรหลบเข้าหลืบใต้เวที ขณะที่แกนนำ นปช.ต่างหลบหนีกันจ้าล้าหวั่นเช่นเดียวกับ ผู้ชุมนุมที่วิ่งหนีกันวุ่นวาย ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ทุบประตูกระจกด้านหน้าอาคารเกสรพลาซ่าจนแตกละเอียด เพื่อเข้าไปข้างใน บรรยากาศชุลมุนอยู่ประมาณ 3 นาที ขณะนั้น พระสงฆ์กลุ่มสังฆสามัคคี 11 รูป ได้ขึ้นเวทีเพื่อขอบิณฑบาตไม่ใช้ความรุนแรง
จากนั้นนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกบนเวทีประกาศขอให้ผู้ชุมนุมอย่าเข้าไปอาคารเกสรพลาซ่า โดยบอกว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะเผาตึก เพราะทหารยังไม่มา อย่าตกใจ อาจเป็นเสียงประทัดของพวกเรากันเองก็ได้ถ้าใครเข้าไป ถือว่าเป็นแดงเทียม เราชุมนุมอย่างสันติ ดังนั้นขอให้ทุกคนอยู่กับที่
เมื่อบรรยากาศเริ่มสงบ ปรากฎว่า บริเวณหลังเวที การ์ด นปช.ได้ปิดไฟเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีมาทำร้ายแกนนำที่หลบอยู่กระจัดกระจาย ส่วนสื่อมวลชนต้องหลบหนีโกลาหล ขณะที่การ์ดนปช.ได้เปิดไฟสกายไลท์ที่อยู่ข้างเวทีส่องไปยังโรงแรมแกรนด์ไฮเอทเอราวัณและสถานีรถไฟฟ้า ที่เชื่อว่า มีการโยนระเบิดควันมา ช่วงเดียวกัน การ์ด นปช.จำนวน 4-5 คน ได้อุ้มวัตถุคล้ายปืนยาวเมตรกว่าหุ้มด้วยผ้าใบขาวหนา แต่พานท้ายไม่ได้คลุมด้วยผ้าใบ จึงทำให้สื่อมวลชนเห็นพันท้ายปืน วิ่งหน้าตาตื่นออกจากหลังเวทีซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นห้องบัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยนปช. ผ่านสื่อมวลชนจำนวนมาก พร้อมตะโกนบอกว่า “อย่าให้สื่อมวลชนเห็น” ก่อนจะวิ่งหอบปืน ข้ามรั้วกั้นอย่างรวดเร็วไปยังบริเวณอาคารเกสรพลาซ่าระหว่างนั้นมีสื่อมวลชนพยายามบันทึกแต่ถูกการ์ดขวางไว้โดยบอกว่า ห้ามถ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเหตุการณ์เริ่มสงบ บรรดาแกนนำนปช.ต่างออกจากที่หลบภัยตามที่ต่างๆ ด้วยสีหน้าแตกตื่นโดยนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช. สวมเสื้อเกราะอ่อน พร้อมด้วยการ์ดส่วนตัวจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางกลับมาหลังเวที เป็นที่สังเกตุว่า การ์ดที่ล้อมนายอริสมันต์มีห่อผ้าขาวคลุมคล้ายวัตถุปืนยาวที่นำออกไปก่อนหน้านี้ด้วย ขณะเดียวกัน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หนึ่งในแกนนำได้นำวิกเข้าใส่และสวมหมวกทับ เพื่ออำพรางตัวก่อนหนีออกจากเวที
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ชุมนุมบริเวณประตูกระจกอาคารเกสรพลาซ่าที่ถูกทุบแตก ผู้ชุมนุมหญิงรายหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะที่เกิดเหตุชุลมุนบนเวที เห็นชายหญิงคู่หนึ่งวิ่งเข้าไปทุบประตูกระทบจนแตกโดยนำถังแก๊สเข้าไปด้วย ระหว่างนั้น ได้มีผู้ชุมนุมชายอยู่ข้างๆ รายหนึ่งมาสะกิดเตือนหญิงคนดังกล่าวว่า ไปเล่าให้สื่อฟังทำไมแล้วพรุ่งนี้เขาพาดหัวว่าเสื้อแดงไม่ดี ทำให้หญิงคนเดิมปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีเสียงดังที่หน้าโรงพยาบาลตำรวจ โดยผู้ชุมนุมได้ลุกฮือกันออกมาดูพบว่า มีรอยเหมือนถูกวัตถุยิงใส่กระจกเซ็นทรัลเวิลด์ นายจตุพร จึงสั่งให้นำยางรถยน ไปขวางไว้ที่รางรถไฟฟ้าบีทีเอส
ทหารปะทะเสื้อแดงที่สามเหลี่ยมดินแดง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ตึงเครียดขึ้น เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงจากแฟลตดินแดง พยายามฝ่าจุดสกัดของทหาร เพื่อเข้าพื้นที่ถนนราชปรารภ ไปยังประตูน้ำให้ได้ จนเกิดการปะทะกันขึ้น และมีการยิงแก๊สน้ำตาหลายนัด ทหารพร้อมอาวุธครบมือเข้าประจำการ และนำรั้วลวดหนาม ปิดกั้นถนนปากซอยรางน้ำ ไม่ให้ใครเข้ามาในถนนราชปรารภได้ ท่ามกลางเสียงด่าทอจากกลุ่มคนเสื้อแดง
ขณะเดียวกัน มีเสียงประกาศเตือนจากทหาร ให้ประชาชนและคนทำงานในย่านที่ไม่อนุญาตให้เข้าใช้เส้นทาง เข้าไปหลบตามตรอก ซอก ซอย ต่าง ๆ เพราะเสื้อแดงบางส่วนยังพยายามเข้ายึดพื้นที่ สำหรับรถยนต์และจักรยานยนต์ที่หลงเข้าไปในถนนราชปรารภ เมื่อถึงแยกต้นซอยรางน้ำ เจ้าหน้าที่จัดให้ยูเทิร์นกลับ ไม่ให้เข้าพื้นที่ ขณะที่รถยนต์และจักรยานยนต์บางส่วนยังจอดบนผิวจราจร เพราะสถานกาณณ์ยังตึงเครียด หลังเจ้าของจอดไว้ แล้ววิ่งหลบหนีในช่วงการปะทะ
อย่างไรก็ตาม จากการที่ กลุ่ม นปช.นำระเบิดขวดจำนวนมากพกติดตัวมาด้วย เป็นเหตุให้ประชาชนย่านราชปรารภ พากันโห่ไล่ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่ปลอดภัย และอาจเป็นเหตุทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามได้
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ปิดการจราจร ถนนราชวิถี ทั้งขาเข้าและขาออก สามเหลี่ยมดินแดงแล้ว
สรุปเจ็บ37ดับ1เหตุปะทะทหาร-ม็อบแดง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในภาวะฉุกเฉินระดับชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่บริเวณสวนลุมพินี ถนนวิทยุ และอีกหลายจุดในเขตพื้นที่ชุมนุม ว่า ณ เวลา 17.00 น. ได้รับรายงานจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีผู้บาดเจ็บจำนวน 37 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นคนขับแท็กซี่ อยู่ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท
นายจุรินทร์กล่าวต่อไปว่า ในจำนวนผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นผู้สื่อข่าว 3 ราย จากหนังสือพิมพ์มติชน 1 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จากสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี ( Voice TV.) 1 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 และจากสำนักข่าวต่างประเทศ 1 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ส่วนที่เหลือกระจายรักษาตัวในโรงพยาบาล 11 แห่ง ทั้งนี้ ได้ประสานงานกับโรงพยาบาลทุกแห่งให้ดูแลผู้บาดเจ็บ รวมทั้งผู้สื่อข่าวทั้ง 3 คน อย่างเต็มที่
ขีดเส้นตายวิทยุแดงขืนปลุกปั่นพ้น14พ.ค.ใช้พรก.ฉุกเฉิน
เมื่อเวลา 14.00น. ที่ห้องประชุมชั้น2 อาคารอำนวยการศาลากลางจ.เชียงใหม่ นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่พร้อมหน่วยงานด้านความมั่นคงจังหวัด ได้เรียกประชุมผ่านวิดิโอคอนเฟอเร้นท์ไปยัง 25 อำเภอของจ.เชียงใหม่ นอกจากแจ้งให้นายอำเภอลงพื้นที่ไปแจ้งเตือนประชาชนขอร้องไม่ให้เดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพ โดยชี้แจงถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นแล้ว และยังสั่งการให้ติดตามเฝ้าฟังสถานีวิทยุชุมชนของกลุ่มมวลชนแดงทุกพื้นที่ ที่อาจจะมีการเผยแพร่ถ้อยคำและภาพการชุมนุมที่บิดเบือนข่าวสารที่ผิดกฎหมาย และบิดเบือนพร้อมบันทึกเสียง
โดยจะให้เวลาถึงแค่วันนี้หากพ้นจากนี้ไปพรุ่งนี้(15 พฤษภาคม)ยังมีการกระทำผิดอยู่ ขอให้เจ้าหน้าที่นำเทปบันทึกเข้าแจ้งดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมายตามอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มี และหากพื้นที่ใดสุ่มเสี่ยงต่อการก่อเหตุร้ายนายอำเภอสามารถสั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ป้องกันได้ทันที
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้ในพื้นที่จ.เชียงใหม่ พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่3ได้ให้นโยบายดำเนินการอย่างจริงจังกับมวลชนในพื้นที่ 3 เรื่องคือ (1)ทำทุกวิถีทางไม่ให้วิทยุชุมชนสามารถยั่วยุปลุกปั่นนำไปสู่ความรุนแรงได้ เช่นเชิญตัวดีเจมาขอความร่วมมือ หากไม่ฟังอาจถึงขั้นปิดสถานี (2)ห้ามปิดถนน (3)ห้ามเข้าไปชุมนุมกทม. และ(4)ต้องป้องกันเหตุร้ายไม่ให้เกิดขึ้นได้
กอ.รมน.นครสวรรค์.แจงสื่อหลังประกาศพรก.ฉุกเฉินร้ายแรงพื้นที่
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ นายชัยโรจน์ มีแดง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับพันเอกสิรวิชญ์ นาคทอง รอง ผอ.รมน.จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยผู้แทนจากมณฑลทหารบกที่ 31 และตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนทุกแขนงทั่วทั้งจังหวัดกว่า 100 คน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
พ.อ.สิรวิชญ์ เปิดเผยว่า จังหวัดนครสวรรค์มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉินในพื้นที่ ในคืนนี้จะมีการปฏิบัติการร่วมทหาร ตำรวจ ในการตรวจดูแลความสงบเรียบร้อย แต่จะไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งการเชิญสื่อมวลชน ทั้งสถานีวิทยุชุมชน ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น และส่วนกลาง มาทำความเข้าใจ เพื่อขอให้สื่อมวลชนเสนอข่าวสารตามความเป็นจริงและให้ระมัดระวังในเรื่องการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ที่อาจกระทบต่อความมั่นคง เพราะว่าจะเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พรก.ฉุกเฉินได้
ทั้งนี้ที่ผ่านมายังไม่พบการกระทำผิดในส่วนของสื่อสารมวลชนก็ตาม ต้องทำความเข้าใจร่วมกัน และ ขอให้สื่อสารมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจถึงสถานการณ์บ้านเมือง อย่ากระทำผิดกฎหมายหรือหากสงสัยให้ประสานตรงได้ที่ กอ.รมน.จังหวัดตลอด 24 ชม.
“สำหรับการดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้นทางฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจจะมีการปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ตามสถานการณ์ อาจจะมีการแสดงกำลังเป็นบางจุดหรือออกตรวจลาดตระเวนเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนอย่าวิตก เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ถือว่าอยู่ในความสงบมาโดยตลอด”รอง ผอ.กอ.รมน.กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีประกาศให้จังหวัดนครสวรรค์เป็นหนึ่งในจำนวน 18 จังหวัดที่บริหารราชการตาม พรก.ฉุกเฉิน ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่ชุมนุมกันกว่า 100 คน หน้าศาลากลางจังหวัดรื้อเต้นท์ เวที สลายการชุมนุมทันที โดยแกนนำบอกว่า จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าทีทหาร จะกลับบ้านสัก 3-4 วัน เมื่อรัฐประกาศยกเลิก พรก.ฉุกเฉินจะเดินทางมาชุมนุมใหม่อีกครั้ง



