ข่าว

นปช.ร้องหยุดยิง-มาร์คยุบสภาทันที

นปช.ร้องหยุดยิง-มาร์คยุบสภาทันที

14 พ.ค. 2553

"นปช."จี้ "อภิสิทธิ์"ถอนกำลังทหาร-ยุบสภาทันที เลิกพรก.ฉุกเฉิน พร้อมห้ามเป็นนายกฯรักษาการ ระบุหวั่นมีคนตาย เป็นค่ำคืนวิปโยคซ้ำรอย 10 เม.ย. พร้อมให้ "อภิสิทธิ์ - สุเทพ" เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สพฉ.สรุปเหตุปะทะเจ็บ20รายเสียชีวิต1ราย "จุรินทร์ ” เตรียม

เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 14 พ.ค. นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. แถลงข่าวภายหลังประชุมกับแกนนำว่า ที่ประชุมแกนนำ นปช.มีมติเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภายุติการใช้ความรุนแรงทุกกรณีในทันที โดยสั่งให้ทหารถอยเข้ากรมกอง และหยุดยิงทันที เนื่องจากขณะนี้มีประชาชนตายและบาดเจ็บ  ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เกิดจากรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้นขอเรียก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกฎหมายแห่งความตาย อยากให้รัฐบาลประกาศยกเลิกกฎหมายแห่งความตายนี้ด้วย รวมถึง ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทหารถอนกำลังเข้าสู้กรมกองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชน

 “ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง 2 เดือน ที่ผ่านมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับโทษทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์ หรือนายสุเทพเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกับนปช. ที่สำคัญนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ควรเป็นนายกฯรักษาการหลังยุบสภาแล้ว เพราะหมดความชอบธรรม ทั้งหมดนี้เป็นข้อเรียกร้องหลัง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง ถูกลอบยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีประชาชนสังเวยชีวิต” นายณัฐวุฒิ กล่าว และว่า

 ถ้ารัฐบาลยังไม่สั่งให้กองกำลังทหารหยุดยิงอาจจะทำให้สถานการณ์บานปลาย อยากให้ย้อนไปดูเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ช่วงเวลา 16.00 น. เพียงวันเดียว คืนเดียวมีการสูญเสียหลายชีวิตมีประชาชน ทหารหลายคน หากคืนนี้ไม่มีการถอนกำลังเพียงช่วงเวลาที่ผ่านมาทราบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คนผู้บาดเจ็บมากมายมีผู้สื่อข่าวในประเทศต่างประเทศต่างได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า ทั้งนี้เหตุการณ์ยังไม่บานปลายเท่าวันนี้

 ถ้านายอภิสิทธิ์ไม่ประกาศให้หยุดยิง คืนนี้จะเป็นคืนที่สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นคืนวิปโยคสำหรับประเทศไทย และสุ่มเสี่ยงที่คนไทยเจ็บปวดหัวใจไปตลอดกาล ซึ่งการเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าคนเสื้อแดงจะใช้ความรุนแรง แต่การปฏิบัติการยามค่ำคืนไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน หากรัฐบาลยังไม่ยุติไม่รู้ว่า จะผ่านพ้นคืนนี้ไปได้อย่างไร ต้องกราบเรียนสื่อมวลชนทั่วโลกสื่อสารข้อเรียกร้องนี้ออกไป เพื่อให้ผ่านพ้นคืนนี้และเรียกร้องสันติภาพกลับคืนมา

 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มนปช. ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ว่าอารมณ์โดยรวมยังไม่เคร่งเครียดมากนัก แม้ว่าโดยรอบพื้นที่การชุมนุมจะมีการปะทะกับทหารเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้ยังมีผู้ที่ปราศรัยบางคน พยายามปราศรัยขอให้การ์ดที่อยู่ตามด่านต่าง ๆ รักษาแนวและไม่ล้ำออกไปเพราะอาจจะเข้าทางเจ้าหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีแกนนำคนสำคัญไปสั่งการประจำตามด่านต่าง ๆ ที่มีการปะทะแต่อย่างใด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้สัญญาณโทรศัพท์มือถือ ที่ถูกตัดตั้งแต่ช่วงเช้าได้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่งในทุกระบบ

ปณิธาณเผยต้องปรับมาตรการเพิ่มรปภ.สื่อมวลชน

 รศ.ปณิธาณ วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนว่ามีการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายที่สวนลุมพินี ถนนวิทยุ ที่อยู่นอกพื้นที่การชุมนุม แต่มีที่ตั้งสถานฑูตและหน่วยงานอื่น ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก แต่ตอนนี้สามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้บ้างแล้ว การปรับเปลี่ยนมาตาการความปลอดภัยก็ทำต่อเนื่องมาตลอด มาตรการที่เจ้าหน้าที่ใช้เป็นมาตรการที่ประกาศไปแล้ว และเป็นไปตามหลักสากล ตอนนี้เวลาใกล้ค่ำ เจ้าหน้าที่ต้องปรับการปฏิบัติให้เหมาะสม เจ้าหน้าที่มีการควบคุมการจราจร และการกระจายกำลังคุมจุดที่สำคัญ ตอนนี้ผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์ก็มีไม่มากนัก

 รศ.ปณิธาณ  กล่าวด้วยว่า นายกฯได้ให้แนวทางการปฏิบัติไว้แต่แรกว่าให้และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ใช้มาตรการรัดกุม และสามารถอธิบาย รวมทั้งชี้แจงต่างประเทศได้  ส่วนที่สื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บก็เป็นอีกเรื่องที่ ศอฉ.หนักใจ แต่เมื่อมีกองกำลังออกมาปะทะเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชนบางครั้งก็ติดอยู่ในบริเวณปฏิบัติการ ในต่างประเทศจะมีมาตรการควบคุมที่ดีกว่าเรา ก็ต้องมีการจัดระเบียบ และมีมาตรการมาเสริมให้สื่อมวลชนอยู่ในที่ปลอดภัยมากขึ้น

บรรยากาศม็อบแยกศาลาแดง

 ผู้สื่อข่าวรายงานจากแยกศาลาแดงเมื่อเวลา 16.50 ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณสะพานข้ามแยกศาลาแดงได้จุดไฟใส่ยางรถยนต์ ที่ภายในมีระเบิดขวดอยู่ กลิ้งใส่ทหารเป็นประมาณ 5 เส้น พร้อมกับมีเสียงปืนและเสียงปะทัดดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่ทหารจึงยิงปืนขึ้นฟ้า ขณะที่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงยังคงชุมนุมกันอยู่อย่างหนาแน่น

เมื่อเวลา 17.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีช่างภาพของหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการโดนสะเก็ดกระสุน และมีผู้ชายในกลุ่มนปช.บาดเจ็บเล็กน้อยหนึ่งรายเช่นเดียวกัน

สพฉ.สรุปเหตุปะทะเจ็บ20รายเสียชีวิต1ราย

 จากเหตุปะทะกลุ่ม นปช. ทหาร และตำรวจ เพื่อขอพื้นที่คืน ตั้งแต่บริเวณแยกศาลาแดง สวนลุมพีนี ถนนวิทยุ และมะกะสัน ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา ทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้รายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเป็นยอดสรุปเมื่อเวลา 13.00 น. เบื้องต้น เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ 20 คน เสียชีวิต 1 คน ( มีนักข่าวไทย 1 ราย นักข่าวต่างประเทศ 2 ราย ) รพ.ยาสูบ 1 คน , รพ. เลิดสิน 1 คน , รพ.จุฬาฯ 1 คน , รพ.บำรุงราษฎร์ 1 คน ,รพ. ตากสิน 2 คน , รพ. กล้วยน้ำไท 6 คน (ICU 3) ตาย 1 คน ,รพ.ตำรวจ 4 คน , รพ.เจริญกรุง 2 คน , รพ.เทพธารินทร์ 2 คน ข้อมูล ณ เวลา 15.30 น.

"จุรินทร์”เตรียมรพ.ในเขตกทม.และปริมณฑล70แห่งรับมือปะทะ

 ที่รพ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายจุรินทร์   ลักษณวิศิษฏ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติ     ได้สั่ง การให้เตรียมโรงพยาบาลในเขต กทม. และปริมณฑล ไว้ 70 แห่ง   เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องมือแพทย์ทั้งทีมแพทย์ฉุกเฉิน และทีมแพทย์ดูแลในโรงพยาบาล เพื่อรองรับเหตุการณ์เต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง   โดยกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อม และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากโรงพยาบาลทุกสังกัด ทั้งกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย เอกชน และกทม.

          นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะเมื่อวานนี้ (13 พฤษภาคม 2553) จำนวน 3 จุด รวมผู้บาดเจ็บทั้งหมด 8 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 ราย ดังนี้ จุดที่แยกศาลาแดง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ   3 ราย รักษาตัวที่รพ.จุฬาลงกรณ์ 1 ราย รพ.ตำรวจ 1 ราย กลับบ้านแล้ว รพ.หัวเฉียว 1 ราย คือพลตรีขัตติยะ   สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ย้ายไปรพ.วชิระแล้ว   ขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จุดที่บริเวณถนนวิทยุ มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 ราย เบื้องต้นทราบว่าถูกยิงที่ศีรษะ ส่วนกรณีที่มีระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 3 ลูก และจุดที่โรงแรมดุสิตธานี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

          นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. เมื่อคืนนี้ มีผู้ร่วมชุมนุม นปช. ที่บริเวณแยกราชประสงค์ จำนวน 21 ราย เข้ารับการรักษาที่รพ.เลิดสิน มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ซึม เหนื่อย หายใจติดขัด ม่านตาหด เมื่อแพทย์ซักประวัติได้ความว่า ทั้ง 21 รายเริ่มเกิดอาการดังกล่าว ภายหลังดื่มกาแฟที่ได้รับการแจกประมาณ 15 นาที แพทย์ได้ทำการรักษาโดยการล้างท้อง ขณะนี้กลับบ้านได้ 3 ราย เหลือนอนที่รพ. 18 ราย เป็นชาย 17 ราย และหญิง 1 ราย ได้มอบให้รพ.ดูแลรักษาอย่างดี และให้ดำเนินการสอบสวนสาเหตุ และนำกาแฟไปตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่าจะทราบผลใน 2-3 วัน